แก้วกาแฟเอสเพรสโซ่ช็อตเดียวบนโต๊ะทำงานไม้สักทองยังคงส่งไอความร้อนจางๆ ตัดกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในสำนักงานทนายความย่านสาทร รินรดายืนนิ่งอยู่หลังกระจกใสบานใหญ่ สายตาทอดมองลงไปยังท้องถนนเบื้องล่างที่รถราเริ่มติดขัดเป็นแพยาว เธอนับถอยหลังในใจถึงเวลาที่พยานปากเอกคนสำคัญจะมาถึง แต่สิ่งที่ดึงดูดสมาธิของเธอกลับไม่ใช่คดีฆาตกรรมอำพรางบนโต๊ะ หากเป็นเงาสะท้อนในกระจก—เงาของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังเสาต้นใหญ่ฝั่งตรงข้ามถนนมานานร่วมชั่วโมงแล้ว
มันไม่ใช่บังเอิญ
รินรดากระชับแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว สัญชาตญาณของอัยการสาวที่ผ่านคดีใหญ่มานักต่อนักบอกเธอว่า พวกเขากำลังถูกล่า
เสียงเปิดประตูกระจกเบาหวิว พร้อมกับการก้าวเข้ามาของคีย์ ทนายหนุ่มอดีตตำรวจผู้สวมสูทสีเข้มไร้รอยยับ บนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่มักซ่อนความเจ้าเล่ห์และแผนการร้ายกาจเอาไว้เสมอ
"คุณมาช้าไปสามนาทีสิบสองวินาที, คุณคีย์" รินรดาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง ปลายเสียงเรียบสนทนาแต่ทรงพลังพอที่จะหยุดฝีเท้าของชายหนุ่ม
คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนจากภายนอก "โลกของคดีความไม่ได้เดินตรงเวลาเหมือนเข็มนาฬิกาหรอกนะครับ, คุณอัยการ... บางครั้งเราต้องแวะหลบฝน หรือไม่ก็... แวะดูว่าใครกำลังเดินตามหลังเรามาต่างหาก"
คำพูดนั้นทำให้รินรดาหันขวับ ดวงตาสีเข้มจ้องมองเขาอย่างค้นหา "คุณหมายความว่ายังไง"
คีย์ไม่ตอบในทันที เขายื่นซองกระดาษสีน้ำตาลยับยู่ยี่ให้เธอบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาหนังสีดำอย่างสบายอารมณ์ "หมายความว่า... คนที่เรากำลังตามหาความจริง อาจจะกำลังนั่งจิบกาแฟมองเราจากมุมตึกฝั่งตรงข้ามเหมือนกัน"
รินรดารีบดึงเอกสารในซองออกมา ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือรูปถ่ายระยะไกลหลายใบ ภาพเธอกับคีย์กำลังยืนคุยกันที่ร้านอาหารเมื่อสองวันก่อน ภาพรถยนต์ของเธอจอดอยู่หน้าสำนักงานอัยการ และที่น่าขนลุกที่สุดคือ ภาพถ่ายมุมสูงจากหน้าต่างตึกฝั่งตรงข้ามที่ซูมเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเธอเอง
"นี่มัน..." อัยการสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมความสั่นเทาของน้ำเสียง เธอไม่ใช่คนขวัญอ่อน แต่การถูกคุกคามโดยไร้ร่องรอยเช่นนี้มันท้าทายขอบเขตความอดทนของเธอเกินไป "ใครเป็นคนถ่าย"
"คนที่ไม่อยากให้เราสาวไปถึงตัวการใหญ่ไงครับ" คีย์โน้มตัวไปข้างหน้า ศอกค้ำเข่า สายตาคมกริบมองสบตาเธออย่างจริงจังเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน "จำคดีเมื่อสามปีก่อนได้ไหม... คดีที่ทำให้พ่อของคุณต้อง..."
"หยุดพูดถึงพ่อฉันนะ, คีย์!" รินรดากระแทกแฟ้มลงบนโต๊ะ เสียงตบโต๊ะดังสนั่นสะท้อนก้องห้องทำงาน อารมณ์ที่มักถูกเก็บซกดไว้ภายใต้มาดเยือกเย็นพังทลายลงในเสี้ยววินาที ความโกรธและความเจ็บปวดผสมปนเปกันในแววตาคู่สวย
คีย์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เขายังคงมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มีทั้งความรู้สึกผิด ความเห็นใจ และความเยือกเย็นแบบมืออาชีพที่ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน
"ผมขอโทษ..." น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างผิดคาด มันไม่ใช่ความกะล่อนแบบที่เคยแสดงออก แต่เป็นความนุ่มนวลที่บาดลึก "แต่ถ้าคุณยังเอาแต่ใช้อารมณ์นำหน้าเหตุผลแบบนี้... เราสองคนจะกลายเป็นเหยื่อเสียเองก่อนที่ศาลจะทันได้ไต่สวนนัดแรก"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ รินรดายืนนิ่ง ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เธอยอมรับในใจว่าคีย์พูดถูก ความโกรธทำให้เธอสูญเสียความรอบคอบ และนั่นคือสิ่งที่ศัตรูในเงาต้องการ
"คุณรู้อะไรมาอีก..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สงบลง แม้หัวใจจะยังเต้นระรัว
"ผมรู้ว่าคนที่ตามเรา ไม่ได้มีแค่คนเดียว" คีย์ลุกขึ้นยืน เดินช้าๆ ไปที่หน้าต่างบานเดียวกับที่เธอยืนมองอยู่เมื่อครู่ เขาเอื้อมมือไปเลื่อนผ้าม่านปิดลงครึ่งหนึ่ง "และผมก็รู้ด้วยว่า... คนๆ นั้นไม่ได้อยู่แค่ฝั่งตรงข้ามถนน"
รินรดาขมวดคิ้ว "หมายความว่ายังไง"
ก่อนที่คีย์จะได้เอ่ยคำตอบ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาก็แผדเสียงดังขึ้น มันเป็นเบอร์แปลกที่ไม่แสดงตัวตน
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองหน้าคีย์ ซึ่งพยักพริบตารับรู้สถานการณ์ อัยการสาวเอื้อมมือไปกดรับแล้วเปิดสปีกเกอร์โฟนทันที
*"คุณอัยการครับ..."* เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังลอดออกมาจากลำโพง มันถูกดัดแปลงเสียงจนฟังไม่ออกว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ประโยคต่อมาทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ
*"มองลงมาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินสิครับ... รถคันที่คุณรักกำลังจะพังเพราะความอยากรู้อยากเห็นของคุณเองแล้วนะ"*
สิ้นเสียงนั้น รินรดากับคีย์พุ่งตัวไปที่หน้าต่างพร้อมกัน ภาพที่เห็นผ่านกระจกชั้นสิบคือกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นมาจากบริเวณลานจอดรถใต้ดิน รถยนต์ส่วนตัวของรินรดากำลังถูกเพลิงลุกท่วม ท่ามกลางเสียงสัญญาณกันขโมยที่ดังระդับไปทั่วตึก
และในวินาทีนั้นเอง เสียงข้อความเข้าในมือถือของคีย์ก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าสบตารินรดาด้วยรอยยิ้มที่แข็งค้างที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น
หน้าจอโทรศัพท์ของคีย์ปรากฏภาพถ่ายเซลפי้ของพวกเขาในห้องนี้—ถ่ายเมื่อสามวินาทีที่แล้ว พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า:
*"เกมเพิ่งเริ่มต้น... หวังว่าจะสนุกกับของขวัญชิ้นนี้นะครับ, ทนายคีย์"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่เกมหมากรุกสีเทานี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี•ตอนที่ 25
เงาตามตัว
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!