ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี•ตอนที่ 19

สิ่งที่เขาปกปิด

ผลงานโดย พยานปากเอก
เสียงปรินต์เตอร์เลเซอร์สีขาวรุ่นเก่าส่งเสียงคำรามเบาๆ ในความเงียบสงบของห้องทำงานทนายความยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบกับกระดาษรายงานประวัติส่วนบุคคลนับสิบแผ่นที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักทอง รินรดากำลังใช้ปลายนิ้วเรียวสวยพลิกเอกสารแผ่นแล้วแผ่นเล่า ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาจับจ้องไปยังตัวหนังสือหมึกพิมพ์สีดำสนิทที่บันทึกเรื่องราวชีวิตของ "คีย์" ผู้ชายที่เธอกำลังเล่นเกมจิตวิทยาอันตรายด้วย บนหน้ากระดาษแผ่นรองสุดท้าย บันทึกประวัติราชการตำรวจเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ลาออกกะทันหัน ปรากฏชื่อของ พ.ต.ต. คีรินทร์ อัครเดชาโชติ—นามสกุลที่รินรดาคุ้นเคยดีจากคดีสะเทือนขวัญเมื่อสิบปีก่อน คดีที่สำนักงานอัยการสูงสุดเคยเก็บเข้าแฟ้มลับ รินรดาผ่อนลมหายใจยาวออกมาอย่างเชื่องช้า ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศในห้องไม่ได้ทำให้เธอนึกถึงความหนาวเหนาเท่ากับความจริงที่เพิ่งปรากฏตรงหน้า ปมในใจเรื่องพ่อของเธอที่เสียชีวิตจากความบิดเบี้ยวของกระบวนการยุติธรรมกลับมาส่งเสียงกรีดร้องในหัวอีกครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของอัยการสาวกระตุกวูบ ไม่ใช่ความเกลียดชัง หากแต่เป็น "ความสงสาร" ที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับคู่ปรับคนนี้ "ที่แท้... คุณก็แบกหินก้อนใหญ่ไว้บนบ่ามาตลอดสินะครับ ทนายคีย์" รินรดาพึมพำกับความว่างเปล่า ขณะกวาดสายตาอ่านบันทึกการสอบสวนภายในเมื่ออดีต เอกสารระบุชัดเจนว่า คีรินทร์ในวัยหนุ่มเคยเป็นนายตำรวจมือสะอาดที่อนาคตไกล พ่อของเขาซึ่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคในขณะนั้น ถูกยิงเสียชีวิตคาห้องทำงานส่วนตัวในคดีที่ถูกจัดฉากให้เป็นการฆ่าตัวตายหนีความผิดจากข้อครหาคอร์รัปชัน ทว่าหลักฐานชิ้นสำคัญที่คีย์พยายามรวบรวมเพื่อล้างมลทินให้พ่อกลับถูกทำลายด้วยน้ำมือของผู้มีอำนาจในกรมตำรวจเอง การถูกหักหลังโดยระบบที่เขาเคยศรัทธา คือรอยแผลเป็นฉกรรจ์ที่เปลี่ยนนายตำรวจหนุ่มผู้ยึดมั่นในความยุติธรรม ให้กลายเป็นทนายความมือปืนรับจ้างผู้ใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเล่นงานคนใหญ่คนโตอย่างเลือดเย็น ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกดังขึ้นสองครั้งอย่างสุภาพ แต่หนักแน่นพอกลบเสียงความคิดในหัวของรินรดาให้หยุดชะงัก เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากอนุญาต ลูกบิดประตูก็ถูกหมุนเปิดออกร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีชาโคลไร้เนกไทของคีย์ก็ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับกลิ่นอายฝนจางๆ และบุหรี่เมนทอลที่เจือจางในอากาศ "ดึกป่านนี้แล้ว อัยการคนขยันยังไม่อ่านสำนวนคดีของพรุ่งนี้ แต่มานั่งรื้อค้นเรื่องส่วนตัวของชาวบ้านสินะครับ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองเอกสารบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดนิ่งที่แฟ้มประวัติสีน้ำตาลเข้มที่รินรดายังไม่ได้ปิดลง รอยยิ้มกะล่อนบนใบหน้าของชายหนุ่มจางหายไปในเสี้ยววินาที เหลือเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง รินรดานิ่งเงียบ ไม่แสดงอาการลนลาน เธอยังคงนั่งหลังตรง สง่างาม และเยือกเย็นตามวิสัยทัศน์ของอัยการมืออาชีพ เธอดันกรอบแว่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ "ความลับไม่มีในโลกหรอกครับ ทนายคีย์... โดยเฉพาะความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมราคาแพงของคุณ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทุกคำทรงพลังพอจะบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณยอมกลายเป็นคนสีเทา ยอมเหยียบย่ำจรรยาบรรณที่เคยสาบานไว้ตอนสวมเครื่องแบบ เพื่อตามล่าหาความจริงเบื้องหลังการตายของพ่อคุณ... ผมพูดถูกไหมครับ" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาแขวนผนังเดิน คีย์ไม่ได้โกรธ ไม่ได้ตะคอก หรือแสดงท่าทีตื่นตระหนก ตรงกันข้าม เขากลับสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเก้าอี้ที่รินรดานั่งอยู่ โน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ แววตาของคีย์ในวินาทีนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน มันไม่ใช่ความโกรธเคืองที่ถูกล่วงล้ำความเป็นส่วนตัว แต่มันคือประกายแสงบางอย่างที่เจ็บปวดและโหยหา ราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บที่ถูกเปิดแผลกลางลำตัว "คุณนี่มัน... เกินเยียวยาจริงๆ นะครับ รินรดา" คีย์กระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับกรอบหน้าของหญิงสาว "รู้ไหมว่าการขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมา มันไม่ได้ทำให้คุณดูฉลาดขึ้นเลย... แต่มันกำลังลากคุณตกลงมาในนรกขุมเดียวกับผม" "ผมไม่ได้กลัวนรกหรอกครับ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ยากจะอธิบาย "สิ่งที่ผมกลัว... คือการปล่อยให้คนที่มีแผลฉกรรจ์ในใจอย่างคุณ ต้องเดินเดี่ยวบนเส้นทางที่พร้อมจะแหลกสลายได้ทุกเมื่อต่างหาก" คำพูดนั้นราวกับมีฤทธิ์สะกดจิต คีย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มไหววูบอย่างรุนแรง เขาไม่เคยคิดว่าจะมีผู้หญิงคนไหน—โดยเฉพาะอัยการผู้ยึดมั่นในกรอบระเบียบอย่างเธอ—มองทะลุหน้ากากความกะล่อนของเขาเข้ามาเห็นตัวตนที่แท้จริงที่เน่าเฟะและโดดเดี่ยว มือหนาของคีย์เอื้อมออกไปแตะลงบนขอบโต๊ะไม้ใกล้กับมือเรียวของรินรดา นิ้วมือของเขาสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะหยุดนิ่ง บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนผ่านจากความตึงเครียดของการปะทะทางความคิด กลายเป็นแรงปรารถนาอันตรายที่ซ่อนเร้นภายใต้ความเงียบงัน "คุณกำลังเล่นกับไฟนะครับ, อัยการคนสวย..." คีย์เอ่ยเสียงพร่ามัว สายตาคมกริบเลื่อนจากนัยน์ตาคู่สวยลงมามองริมฝีปากที่ปิดสนิท "และไฟกองนี้... มันพร้อมจะแผดเผาคุณให้มอดไหม้ไปพร้อมกับผมได้ทุกเมื่อ" "ถ้าไฟกองนั้นมันจะช่วยเผาความเน่าเฟะในกระบวนการยุติธรรมให้หมดไป..." รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบที่แฝงความท้าทายไม่แพ้กัน เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่ม "ผมก็ยินดีที่จะยอมให้มันแผดเผานะครับ" รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคีย์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มกะล่อนแบบที่เคยเป็น มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ และเป็นรอยยิ้มของมนุษย์ผู้โดดเดี่ยวที่เพิ่งค้นพบแสงสว่างปลายอุโมงค์ ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีเทานั้นลงอย่างไร้ความปรานี *พิบ!* รินรดาผละตัวออกเล็กน้อยด้วยความเสียดาย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูหน้าจอ แสงไฟสว่างวาบสะท้อนแว่นตาของเธอเผยให้เห็นข้อความจากสายสืบคนสนิทที่ส่งไฟล์ภาพและพิกัดลับเข้ามา พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของอัยการสาวเย็นเฉียบลงในพริบตา *ภาพกล้องวงจรปิดมุมอับหน้าสำนักงานอัยการสูงสุดเมื่อคืนวานนี้... ปรากฏภาพบุคคลต้องสงสัยกำลังแอบวาง "เอกสารลับ" ไว้ในตู้เก็บสำนวนคดีของคุณ และบุคคลนั้น... ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่คือพยานปากเอกที่อ้างว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่เกมหมากรุกสีเทานี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%