กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงยามวิกาล ไม่ใช่กลิ่นที่อัยการสาวอย่างรวดรดาคุ้นเคยนัก แต่แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดนีออนที่กะพริบติดๆ ดับๆ เหนือหัว กำลังสาดส่องเงาร่างของเธอกับคีย์ให้ทาบทับลงบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันเครื่อง
บนโต๊ะไม้เก่าตรงหน้า... ร่างไร้ลมหายใจของ 'ชัย' พยานปากเอกคนสำคัญในคดีฮั้วประมูลโครงการ1.5พันล้านกำลังนอนนิ่งสนิท ดวงตาเบิกโพลงสะท้อนภาพความตายที่ยังไม่จางหาย และที่แย่ไปกว่านั้น... ในมือขวาของศพ กำลังกำด้ามปืนพกขนาด 9 มิลลิเมตร ที่มีรอยนิ้วมือของรินรดาประทับอยู่บนนั้นอย่างชัดเจน พร้อมกับรอยนิ้วมือของคีย์ที่เปื้อนคราบเขม่าดินปืนบริเวณไกปืน
"เรากำลังโดนจัดฉาก" คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวจะบีบรัดจนแทบไม่มีทางรอด ทนายหนุ่มถอดถุงมือหนังออกทีละข้างอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบมองสำรวจร่องรอยรอบห้องด้วยสัญชาตญาณของอดีตนายตำรวจสืบสวน "คนที่ส่งพิกัดนี้มาให้เรา ไม่ได้ต้องการให้เรามาช่วยชัย... แต่มันต้องการให้เรากลายเป็นฆาตกรที่ฆ่าพยานปากเอกของคดีนี้ด้วยมือของเราเอง"
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด สมองอันปราดเปรื่องของอัยการสาวกำลังประมวลผลความจริงอันโหดร้าย กล้องวงจรปิดรอบโกดัง ตำรวจที่กำลังใกล้เข้ามาด้วยเสียงไซเรนแว่วๆ และร่องรอยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อปิดตายเส้นทางรอดของพวกเขา เธอหันมามองหน้าชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าอยู่ฝั่งตรงข้ามของกฎหมายเสมอมา แต่ในวินาทีนี้... เขากลับเป็นเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอในหลุมพรางนี้
"เสียงไซเรนใกล้เข้ามาแล้วครับคุณอัยการ" คีย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่มักปรากฏยามที่เขาต้องเล่นเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต "คุณจะเลือกยืนถือปืนกระบอกนั้นแล้วอธิบายให้ศาลฟังด้วยน้ำตา หรือจะยอมให้ผมพาเดินออกไปจากเกมนี้... แบบที่มือของเราต้องเปื้อนโคลนกันทั้งคู่"
"ฉันเป็นอัยการคีย์ ฉันไม่หนี" รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้เสียงหัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ความถูกต้อง..."
"ความถูกต้องไม่มีอยู่จริงในที่แบบนี้หรอกครับรินรดา มีแต่ผู้ชนะกับผู้ตาย" คีย์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้ซึ่งระยะห่าง กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ มือหนาเอื้อมมาแตะข้อมือของเธอที่ถือปืนไว้เบาๆ ไม่ได้เป็นการบังคับ แต่เป็นการดึงสติ "ถ้าคุณถูกจับในฐานะฆาตกร คดีพันล้านนั่นจะถูกปิดตาย คนผิดลอยนวล และพ่อของคุณ... ก็จะตายฟรีอีกรอบด้วยความยุติธรรมที่คุณดั้นด้นไขว่คว้า"
ราวกับถูกเข็มพิษแทงเข้าที่จุดตาย คำพูดของคีย์กระชากสติของรินรดาให้ตื่นขึ้นจากความยึดมั่นอันโง่เขลา ภาพความทรงจำในวันที่พ่อของเธอต้องสังเวยชีวิตให้กับกระบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยวไหลทะลักเข้ามาในหัว
"คุณจะทำอะไร..." เธอกระซิบถาม เมื่อเห็นคีย์หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องย่อยยับของชัยขึ้นมา และต่อสายไปยังหมายเลขหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้ด้วยชื่อสั้นๆ ว่า 'นายใหญ่'
"ผมจะทำให้หมากตานี้มันเดินยากขึ้นกว่าเดิมสักหน่อย" คีย์กดเปิดสปีกเกอร์โฟน ท่ามกลางเสียงไซเรนที่ดังกระชั้นเข้ามาทุกที เสียงปลายสายกดรับด้วยความเงียบงันครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยจะลอดออกมาจากลำโพง
('จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคีย์... หวังว่าแกคงรู้ว่าการหักหลังฉัน มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน')
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อจำเสียงนั้นได้ทันที มันคือเสียงของอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเธอเอง!
คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงของเขายียวนกวนประสาทเสียจนคนฟังอยากจะซัดสักหมัด แต่แววตาที่มองไปยังปลายสายกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก "เสียใจด้วยครับท่าน... พอดีผมกับคุณอัยการรินรดาเพิ่งตรวจศพเสร็จ และเราพบว่า... 'พยาน' ของท่านคนนี้ ก่อนตายเขาดันส่งสำเนาลับทั้งหมดไปไว้ในคลาวด์ส่วนตัวที่ตั้งเวลาเผยแพร่อัตโนมัติ ถ้าพวกผมสองคนเดินออกจากโกดังนี้ไม่ได้... เอกสารชุดนั้นจะถึงมือสื่อมวลชนทุกสำนักภายในสามวินาที"
ปลายสายเงียบกริบไปชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความกดดันมหาศาล
"แก... กล้ามากนะคีย์"
"ผมเป็นทนายครับท่าน และผมก็เกลียดการโดนใส่ร้ายที่สุดในชีวิต" คีย์กดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะคว้ามือของรินรดาให้วิ่งฝ่าความมืดออกทางประตูด้านหลังโกดัง ทิ้งให้ศพของชัยและกับดักมรณะอยู่เบื้องหลัง
พวกเขาวิ่งลัดเลาะไปตามท่าเรือร้าง ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว รินรดารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมมือเธอไว้แน่น แรงปะทะระหว่างอุดมการณ์กับความอยู่รอดกำลังหลอมรวมพวกเขาเข้าเป็นเนื้อเดียวกันในคราบของผู้ต้องหาหนีคดี
คีย์พาเธอหลบมาซ่อนตัวอยู่ในห้องเครื่องเรือสำราญเก่าที่จอดทอดสมออยู่ริมฝั่ง แสงไฟนีออนจากถนนใหญ่สาดส่องลอดเข้ามาผ่านกระจกเปื้อนคราบฝุ่น เผยให้เห็นใบหน้าของทั้งคู่ที่เปียกปอนไปด้วยหยาดเหงื่อและสายฝน
รินรดายกมือขึ้นปาดน้ำฝนออกจากแก้ม หอบหายใจถี่กระชั้น เธอมองหน้าชายหนุ่มที่ช่วยชีวิตเธอไว้จากปากเหวแห่งความตายอีกครั้ง ดวงตาสีเข้มของเขาเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับของความท้าทายที่เธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันมีเสน่ห์เหลือเกิน
"คุณทำบ้าอะไรลงไปคีย์..." เธอเอ่ยเสียงสั่น "คลาวด์บ้าอะไรนั่น... มันไม่มีจริงใช่ไหม"
คีย์ยิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปใกล้จนแผ่นหลังของเธอชนติดกับผนังห้องเครื่อง ไร้ซึ่งทางถอย "คุณคิดว่าคนอย่างผม จะเดินเข้าตาจนโดยไม่มีแผนสำรองงั้นเหรอครับคุณอัยการ..."
นิ้วเรียวของเขาเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นออกจากกรอบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับสถานการณ์อันตรายรอบตัวอย่างสิ้นเชิง รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนที่วิ่งหนีตำรวจเสียอีก
"แล้ว... แผนสำรองของคุณคืออะไรล่ะ" เธอถามเสียงแผ่ว พยายามรักษามาตร ฐานของอัยการสาวผู้เยือกเย็น แต่ความใกล้ชิดนี้กำลังทำลายกำแพงในใจเธอลงทีละน้อย
คีย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนต้นคอระหง ก่อนที่เขาจะกระซิบคำพูดที่ทำให้เธอต้องช็อกจนค้างเติ่ง
"แผนสำรองของผมคือ... การขโมยหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ท่านอธิบดีซ่อนไว้ในตู้เซฟส่วนตัวที่บ้านพัก ซึ่งหลักฐานชิ้นนั้น... ไม่ได้มีแค่เรื่องฮั้วประมูล... แต่มันมีชื่อของ 'พ่อคุณ' เกี่ยวข้องอยู่ด้วยในฐานะคนจัดฉากรับสินบนคนแรก"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่เกมหมากรุกสีเทานี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี•ตอนที่ 20
กับดักลวง
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!