"ถอยออกไป รินรดา"
เสียงของคีย์แหบพร่าและเย็นเยียบ แผ่นหลังของเขากระแทกเข้ากับผนังไม้เก่าคร่ำของเซฟเฮาส์หลังนี้ กลิ่นอับชื้นของฝุ่นและไม้ผุโชยแตะจมูก ทว่าความสนใจของเขากลับอยู่ที่ปลายกระบอกปืนในมือของหญิงสาวตรงหน้า รินรดาไม่ได้สั่นไหว แววตาของเธอคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลึกถึงเนื้อใน
"คุณรู้ไหมว่าทำไมอัยการถึงไม่ควรพกปืนไว้ในบ้านพักตากอากาศที่ไม่มีใครรู้จัก" รินรดาถาม เสียงของเธอเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่าง "เพราะมันทำให้ฉันเห็นชัดขึ้นว่า... คุณไม่ได้เป็นแค่ทนายความที่เก่งเรื่องการหาช่องโหว่ทางกฎหมาย แต่คุณคือคนอันตรายที่ฉันไม่ควรเข้าใกล้ตั้งแต่แรก"
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววมั่นคง ทว่าบัดนี้กลับมีรอยร้าวของความลังเล เขาขยับตัวช้าๆ ก้าวเข้าหาเธอจนปลายกระบอกปืนจ่อชิดกับหน้าอกซ้าย จังหวะหัวใจของเขาเต้นรัวเป็นจังหวะที่หนักแน่นและเชื่องช้า
"ถ้าผมอันตรายขนาดนั้น คุณคงเหนี่ยวไกไปนานแล้ว คุณอัยการ" เขากระซิบ น้ำเสียงที่เคยยียวนเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่น่าขนลุก "ความยุติธรรมที่คุณยึดมั่นน่ะ มันขัดแย้งกับสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวคุณไม่ใช่หรือไง? คุณกำลังกลัว... ไม่ใช่กลัวว่าผมจะทำอะไรคุณ แต่กลัวว่าคุณจะเริ่มเห็นด้วยกับวิธีสกปรกของผม"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก มือที่ถือปืนเริ่มหนักอึ้ง เธอเกลียดที่คำพูดของเขาแทงใจดำ เธอเกลียดที่ความเงียบงันในเซฟเฮาส์ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกแห่งนี้ ทำให้พื้นที่ส่วนตัวของเขากับเธอพร่าเลือนจนน่าอึดอัด
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนปรัชญากับอาชญากรในคราบทนาย" เธอเอ่ย แต่กลับยอมลดปืนลงเพียงเล็กน้อย "เราติดอยู่ที่นี่จนกว่าพายุจะสงบ หรือจนกว่าพวกมันจะเลิกตามล่าเรา คุณมีทางเลือกเดียว คือคายความจริงทั้งหมดออกมาว่าคุณซ่อน 'หลักฐาน' นั้นไว้ที่ไหน"
คีย์หยิบแก้ววิสกี้ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ใกล้ๆ ขึ้นมาจิบพลางเบนสายตาออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด มีเพียงแสงฟ้าแลบที่วาบขึ้นเป็นระยะ เผยให้เห็นใบหน้าคมสันของเขาที่ดูเคร่งเครียดกว่าปกติ "หลักฐานชิ้นนั้นไม่ใช่แค่กระดาษ แต่มันคือเชื้อเพลิงที่พร้อมจะเผาทำลายกระทรวงที่คุณเทิดทูนให้กลายเป็นเถ้าถ่าน รินรดา... ถ้าผมให้คุณไป คุณจะกล้าเผามันจริงๆ หรือคุณจะแค่เก็บมันไว้ในตู้เซฟ เพื่อรอวันที่คุณจะกลายเป็นพวกเดียวกับคนที่ฆ่าพ่อคุณ?"
ประโยคนั้นดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจรินรดา เธอวางปืนลงบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะสาวเท้าเข้าหาเขาจนระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจ
"พ่อฉันตายเพราะความซื่อตรงที่ไร้เขี้ยวเล็บ" เธอพูดชิดริมฝีปากเขา "ฉันจะไม่เป็นแบบนั้น และถ้าคุณคิดว่าผมจะอ่อนแอกว่าคุณ คุณประเมินฉันต่ำไปคีย์"
คีย์วางแก้วลง มือหนาของเขาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เย็นเยียบจากปลายนิ้วของเขาทำให้เธอยืนนิ่งราวกับถูกสาป ความลุ่มลึกในแววตาของคีย์เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความเยาะเย้ย แต่เป็นความปรารถนาที่ซ่อนเร้นภายใต้ความขมขื่นของชีวิตสีเทาที่เขาสร้างขึ้น
"บางครั้ง การอยู่บนเส้นขนานก็ปลอดภัยกว่าการพยายามจะบรรจบกันนะ" คีย์เปรยเบาๆ ก่อนจะผละออกแล้วเดินไปที่มุมห้อง "ในตู้ใต้พื้นไม้... ใต้เตียงห้องนอนเล็ก มีสมุดบัญชีรายชื่อที่คุณกำลังตามหาอยู่ แต่มันมีเงื่อนไข"
รินรดามองตามเขาไป หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ "เงื่อนไขอะไร?"
"หลังจากอ่านมันแล้ว... คุณต้องเลือกว่าจะจับกุมผม หรือจะร่วมมือกับผมเพื่อถอนรากถอนโคนพวกมันให้สิ้นซาก" คีย์หยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องเล็ก เขาหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่จริงจังจนน่าประหลาด "ไม่มีที่ว่างสำหรับคนกลางในสมรภูมินี้อีกแล้ว"
รินรดาก้าวไปทางห้องเล็กนั่น เธอหยุดชะงักเมื่อมือของเธอกำลังจะสัมผัสกับกลอนประตู เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนบนพื้นหญ้านอกบ้านดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ทว่าชัดเจนในความเงียบสงัดของพายุ
ไม่ใช่เสียงของฝน... แต่เป็นเสียงฝีเท้าของคนหลายคนที่กำลังล้อมเซฟเฮาส์หลังนี้ไว้
คีย์หน้าเปลี่ยนสีทันที เขาคว้าปืนขึ้นมาในมืออีกครั้งก่อนจะกระชากแขนรินรดาให้หลบเข้ามุมมืด "พวกมันตามเรามาได้ยังไง?"
รินรดาใจหายวูบ เธอเหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ หน้าจอที่เพิ่งดับไปเผยให้เห็นสัญญาณแจ้งเตือนการระบุพิกัดที่เธอลืมปิดทิ้งไว้ก่อนจะเข้าบ้าน
"ฉัน... ฉันทำพลาดไป" เธออุทานออกมาด้วยความตกใจ
"ช่างเถอะ" คีย์กระซิบข้างหูเธอขณะที่เสียงกระจกหน้าต่างแตกละเอียดดังสนั่นเข้ามาในบ้าน "เตรียมตัวให้พร้อม... เพราะคืนนี้ เราอาจไม่ได้อยู่รอดไปจนถึงเช้าด้วยกันทั้งคู่"
รินรดาคว้าปืนขึ้นมาอีกครั้ง มือของเธอชื้นเหงื่อ เธอรู้ดีว่าคำถามที่เขาทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ไม่สำคัญเท่ากับนาทีชีวิตที่อยู่ตรงหน้า... ทว่าในขณะที่เธอหันไปมองคีย์ที่กำลังเตรียมตัวรับมือกับผู้บุกรุก เธอกลับเห็นบางอย่างในมือของเขา ไม่ใช่ปืน... แต่เป็น 'หลักฐาน' ชิ้นที่เขาน่าจะซ่อนไว้ที่อื่นตามที่เขาบอก
เขากำลังโกหกเธอมาตั้งแต่ต้น
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่เกมหมากรุกสีเทานี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี•ตอนที่ 17
ที่หลบภัยชั่วคราว
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!