ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี•ตอนที่ 9

กลิ่นอายความอันตราย

ผลงานโดย พยานปากเอก
"เอกสารสำนวนคดีฉบับจริงไม่ได้อยู่ที่นี่... และถ้าคุณยังดื้อดึงจะเปิดลิ้นชักนั้นต่อ มันอาจจะไม่ใช่แค่กระดาษที่จะสูญหายนะครับท่านอัยการ" เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงานในยามวิกาล ไม่ได้ทำให้รินรดาสะดุ้งตกใจจนทำแฟ้มเอกสารหลุดมืออย่างที่ผู้บุกรุกคงคาดหวัง อัยการสาวเพียงแต่ชะับบมือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบแฟ้มคดีบนโต๊ะทำงาน เธอยังคงยืนนิ่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบด้านข้างของเธอ เผยให้เห็นกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน แสดงถึงความเยือกเย็นที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากประสบการณ์และความสูญเสียในอดีต รินรดาค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปยังเงาร่างสูงใหญ่ที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างบานเกล็ดซึ่งถูกงัดจนเปิดอ้า ลมยามค่ำคืนพัดเอาความชื้นของฝนที่กำลังจะตกเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความอันตรายลอยคละคลุ้งปะปนมากับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงที่เธอจำได้แม่นยำว่าเป็นกลิ่นเดียวกับที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัว 'คีย์' ในหลายๆ ครั้ง—แต่นี่ไม่ใช่คีย์ เงาร่างนั้นก้าวพ้นจากความมืด แสงไฟเผยให้เห็นชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มสวมถุงมือหนังสีดำ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ภายใต้เงาหมวกแก๊ป ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยความเย้ยหยัน มือขวาของเขากำซองเอกสารสีน้ำตาลไว้แน่น "คุณบุกรุกเข้ามาในสถานที่ราชการยามวิกาล เพื่อมาเตือนฉันด้วยวิธีไร้รสนิยมแบบนี้เหรอครับ" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าทรงพลังและราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ซ่อนกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกรากไว้เบื้องล่าง ชายแปลกหน้าหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและบาดหู "ผมไม่ได้มาเพื่อเตือนคุณด้วยคำพูดครับท่านอัยการ คำพูดสวยหรูตามตำรากฎหมายใช้ไม่ได้ผลกับคนประเภทที่อยู่เบื้องหลังคดีนี้หรอก... พวกเขาไม่ได้ต้องการให้คุณชนะคดี พวกเขาต้องการให้คุณ 'หายไปจากสารบบ' ต่างหาก" เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลในมือโยนลงบนโต๊ะทำงานของเธอ มันตกลงกระทบกับกองแฟ้มคดีเสียงดังทึบ รินรดากวาดสายตามองซองนั้นโดยไม่ขยับตัวเข้าไปใกล้แม้แต่น้อย "เปิดดูสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าความยุติธรรมที่คุณกำลังวิ่งไล่ควานหานั้น มีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน... แพงจนเลือดในกายคุณอาจจะเย็นเฉียบไปตลอดกาล" ชายคนนั้นกล่าวต่อ น้ำเสียงแฝงการคุกคามอย่างเปิดเผย รินรดายังคงยืนนิ่ง สายตาของเธอไม่ได้มองซองเอกสารบนโต๊ะ แต่มองทะลุผ่านตัวผู้บุกรุกไปยังเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่าง เธอมั่นใจว่าระบบรักษาความปลอดภัยของสำนักงานอัยการสูงสุดถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด การที่ชายคนนี้เข้ามาได้โดยไม่มีเสียงสัญญาณเตือนภัย บ่งบอกถึงความเชื่อมโยงระดับโครงสร้าง—มีคน 'เปิดประตู' ให้เขาเข้ามา "คนที่ส่งคุณมา คงไม่ได้ประเมินฉันต่ำไปหน่อยหรอกหรือครับ" รินรดากล่าวพร้อมกับก้าวเท้าออกมาช้าๆ ส้นรองเท้าคัทชูหนังกระทบพื้นห้องทำงานเกิดเสียงก้องกังวาน "ถ้าพวกเขาคิดว่าการขู่ด้วยกระดาษไม่กี่แผ่น จะทำให้ฉันยอมถอนฟันเฟืองออกจากคดีนี้ได้ พวกเขาคงไม่รู้จักฉันดีพอ... หรือแม้กระทั่ง... ไม่รู้จักพ่อของฉัน" ทันทีที่เอ่ยถึงพ่อ ดวงตาของชายแปลกหน้าชะงักไปวูบหนึ่ง รอยยิ้มเยาะบนมุมปากแข็งค้างลงอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือปฏิกิริยาทางจิตวิทยาที่รินรดาจงใจตกเบ็ดขึ้นมาเพื่อทดสอบสมมติฐานบางอย่าง "เรื่องของพ่อคุณมันก็แค่ความผิดพลาดของระบบ..." ชายคนนั้นเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย "ไม่ใช่ความผิดพลาดครับ" รินรดาตัดบท น้ำเสียงเฉียบคมดุจใบมีดโกน "มันคือ 'ความตั้งใจ' ของคนที่อยู่เบื้องหลังอำนาจมืด เช่นเดียวกับที่คุณกำลังยืนรับคำสั่งอยู่ ณ ตอนนี้!" บรรยากาศในห้องอึมครึมลงทันตาเห็น ชายแปลกหน้าหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนา เขาขยับตัวเตรียมพุ่งเข้ามาหารินรดาด้วยสัญชาตญาณของการปิดปากพยานหรือผู้ขัดขวาง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างสุภาพแต่หนักแน่น *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* "ท่านอัยการครับ ดึกดื่นค่ำคืนนี้ไฟในห้องทำงานยังสว่างอยู่แบบนี้... สงสัยเอกสารคดีแฟ้มนั้นคงจะดึงดูดใจมากเกินไปจนลืมดูเวลาสินะครับ" เสียงทุ้มกังวานที่คุ้นเคยดังแทรกผ่านบานประตูเข้ามา ไม่ต้องรอให้เปิดออก รินรดาก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร—คีย์ ชายแปลกหน้าหันขวับไปมองประตูห้องสลับกับร่างของอัยการสาว ดวงตาของเขาฉายแววลังเลและตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด เมื่อรู้ว่าสถานการณ์ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ การเผชิญหน้ากับทนายจำเลยจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างคีย์ในพื้นที่ปิด ไม่ใช่สิ่งที่มืออาชีพรับจ้างทำลายหลักฐานอย่างเขาต้องการ "ฝากไว้ก่อนเถอะครับท่านอัยการ... ซองนั้นคือคำตอบสุดท้าย ถ้ายังดื้อดึงต่อ คราวหน้ามันจะไม่ใช่แค่กระดาษแน่" ชายคนนั้นพูดทิ้งท้ายอย่างอาฆาต ก่อนจะโผน13ตัวพุ่งพรวดออกทางหน้าต่างบานเกล็ดที่เปิดอ้าหายลับไปในความมืดของราตรีทันที เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคีย์หยุดลงที่หน้าประตู พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างวิสาสะ ร่างสูงในชุดสูทลำลองก้าวเข้ามาในห้อง กวาดสายตามองสภาพห้องที่ปั่นป่วนเล็กน้อย ก่อนที่สายตาคมกริบคู่นั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่ซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะทำงาน และร่องรอยความตื่นตัวบนใบหน้าของรินรดา คีย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่อ่านไม่ออกว่ากำลังเยาะหยันหรือเป็นห่วงเป็นใย "ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะ 'แขกยามวิกาล' ของคุณสินะครับ... อัยการรินรดา" รินรดายังคงยืนนิ่ง ลมหายใจของเธอยังคงสม่ำเสมอแม้หัวใจจะเต้นเร็วกว่าปกติเล็กน้อย เธอมองหน้าทนายหนุ่มผู้มีแต่กลิ่นอายความลับ ก่อนจะก้มลงมองซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะที่ถูกทิ้งไว้ มือเรียวค่อยๆ เอื้อมไปหยิบซองนั้นขึ้นมา ชั่งน้ำหนักมันในมือชั่วครู่ "คุณมาได้จังหวะเกินไปหรือเปล่าครับ... คุณคีย์" เธอย้อนถาม เสียงกระซิบเรียบนิ่งแต่แฝงการตั้งคำถามในเจตนา คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว เขาก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าโน้มเข้ามาใกล้เธอจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นฝน "ถ้าผมเป็นคนส่งเขามา ผมคงไม่เดินเข้ามาขัดจังหวะความสนุกหรอกครับ..." คีย์กระซิบเสียงพร่า แววตาพราวระยับเต็มไปด้วยความท้าทาย "แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่าข้างในนั้นคืออะไร... ลองเปิดมันดูสิครับ หรือว่า... คุณกำลังกลัวว่าความจริงที่คุณตามหา มันจะน่ากลัวกว่าที่คุณคิดไว้กันแน่?" รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ นิ้วเรียวที่กำลังจะฉีกซองเอกสารชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อสายตาของเธอบังเอิญเหลือบไปเห็นตัวอักษรบางส่วนที่โผล่พ้นรอยแยกของซองเอกสารออกมา—มันไม่ใช่เอกสารคดีทั่วไป แต่มันคือรายงานการชันสูตรพลิกศพของ 'พ่อเธอ' เมื่อสี่ปีก่อน ที่ถูกประทับตราลับสุดยอดด้วยหมึกสีแดงฉาน ซึ่งระบุสาเหตุการตายที่แตกต่างจากสำนวนคดีอย่างสิ้นเชิง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่เกมหมากรุกสีเทานี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%