รอยเปื้อนสีชาดบนพรมขนสัตว์ราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวของอัยการสาว ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเงาร่างของชายชุดดำที่สะท้อนอยู่ในเลนส์แว่นกรอบทองของรินรดา
ปลายกระบอกเก็บเสียงสีดำสนิทจ่อตรงเข้าสู่ขมับบางเฉียบของเธอ กลิ่นอายของดินปืนและคราบเหงื่อเย็นเฉียบโชยปะทะนาสิก ทว่าแววตาของอัยการสาวผู้ยึดมั่นในความถูกต้องกลับไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงประกายความเย็นชาที่พร้อมจะแลกชีวิตเพื่อความจริง
"คุณคิดว่าเอกสารในแฟ้มนั้น จะปกป้องคุณจากกระสุนนัดนี้ได้พ้นเหรอครับ ท่านอัยการ" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาจากหน้ากากผ้าสีดำของผู้บุกรุก
รินรดากำมุมกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ เธอไม่ได้หันไปมองหน้ามือปืน สายตาของเธอยังคงจดจ้องอยู่ที่รายชื่อบัญชีลับในหน้าสุดท้ายของแฟ้มคดีที่กำลังสืบสวนอยู่ ข้อมูลชุดนี้คือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะลากคอมือใหญ่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมอำพรางลงจากบัลลังก์ได้
"ถ้าฉันตายในห้องนี้..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกน "แฟ้มนี้จะถูกส่งต่อไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดโดยอัตโนมัติภายในสิบวินาที คนที่อยู่เบื้องหลังคุณ จะไม่ได้อะไรเลยนอกจากศพไร้ค่ากับความพินาศ"
มือปืนชะงักไปชั่วขณะ แรงกดที่ขมับซ้ายผ่อนลงเล็กน้อย ทว่ายังไม่ทันที่นิ้วชี้จะเหนี่ยวไกเพื่อยุติเกมการเจรจา บานประตูไม้สักบานใหญ่ก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล
"ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นพวกมารยาทไม่ค่อยดี... ชอบเข้าห้องคนอื่นโดยไม่เคาะประตู"
น้ำเสียงยียวนที่คุ้นเคยดังขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียด คีย์ก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆ สวมสูทเนื้อดีที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการเดินทาง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างไม่สะทกสะทรานต่อปลายกระบอกปืนที่หันขวับมาหาเขาในทันที
มือปืนเปลี่ยนเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ปลายกระบอกปืนหันเข้าหาทนายหนุ่มผู้มาใหม่ทันที "ถอยไปไอ้ทนาย! แกไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งในเรื่องนี้หรอก"
คีย์หยุดยืนห่างจากปากกระบอกปืนเพียงแค่ช่วงแขน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็น ดวงตาคมกริบไม่ได้มองปืนในมืออีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เขากลับมองเลยไปที่ดวงตาของมือปืนผ่านช่องว่างของหน้ากากผ้า
"ชีวิตผมน่ะมันราคาถูกครับ แต่มันก็แพงพอที่จะไม่ยอมตายให้ใครฟรีๆ หรอกนะ" คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเข้าไปใกล้อีกหนึ่งก้าว จนปลายกระบอกปืนเกือบจะแตะเข้าที่อกเสื้อสูทของเขา "ว่าแต่... นายจ้างของคุณจ่ายค่าจ้างคุ้มกับความเสี่ยงที่จะติดคุกตลอดชีวิตหรือเปล่า หรือเขาแค่หลอกให้คุณมาตายแทนหมากตัวอื่นบนกระดาน"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันตาเห็น มีเพียงเสียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างระมัดระวัง รินรดามองแผ่นหลังกว้างของคีย์ที่ยืนบังกระสุนแทนเธอ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด กำลังกัดกินความเยือกเย็นทีละน้อย
ทำไม... ทำไมเขาถึงต้องเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงกับเธอในสถานการณ์แบบนี้?
"แกพูดมากเกินไปแล้ว..." มือปืนคำรามต่ำ นิ้วเริ่มออกแรงกดไกปืน
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย คีย์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับพุ่งเข้าประชิดตัวมือปืนอย่างรวดเร็วดุจเสือชีตาห์ มือหนาคว้าข้อมือที่ถืออาวุธบิดไปด้านหลังด้วยมุมที่ทำให้กระดูกแทบหัก เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดลอดออกมาจากลำคอของมือปืน พร้อมกับปืนในมือที่หลุดร่วงลงกระแทกพื้นพรมเสียงดังสนั่น
การต่อสู้ระยะประชิดเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที คีย์กระแทกศอกเข้าที่ชายโครงของมือปืนจนอีกฝ่ายทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น ก่อนที่เขาจะกดหัวของมือปืนให้แนบติดกับพื้นพรม พร้อมกับใช้เข่าล็อกตัวไว้อย่างแน่นหนา
ห้องทำงานกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าเสียงหอบหายใจของทั้งสามคนยังคงดังสะท้อน
รินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ พยายามรวบรวมสติและความเยือกเย็นที่หลุดลอยไปกลับคืนมา สายตาคมกริบมองร่างที่นอนหมอบอยู่แทบเท้า ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับทนายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
คีย์ยืดตัวขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อสูทเล็กน้อย เขาสบตากับอัยการสาว นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงแววตาระคนความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มกวนๆ ตามเคย
"คุณเล่นเสี่ยงเกินไปแล้วนะ ทนายคีย์" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ พยายามซ่อนความสั่นเครือในน้ำเสียง "ถ้าเมื่อกี้พลาดขึ้นมา..."
"ถ้าผมพลาด คุณก็คงไม่ได้ยืนทำหน้าดุใส่ผมแบบนี้หรอกครับ ท่านอัยการ" คีย์ยิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิดจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคย "อีกอย่าง... ผมยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายผู้หญิงของผม... หมายถึง ลูกความของผมไม่ได้หรอกครับ"
รินรดาเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เกือบจะหลุดออกมาจากมุมปาก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมาสู่ความเป็นจริง ก่อนจะก้มลงมองแฟ้มเอกสารในมือที่ยังมีคราบเลือดเปื้อนอยู่บางส่วน
"จับตัวเขาไว้ให้แน่น แล้วโทรแจ้งสารวัตรธนา..." รินรดาสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดตามหน้าที่ ทว่าจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ร่วงหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อของมือปืนที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น
มันคือ "เข็มกลัดโลหะ" รูปตราสัญลักษณ์ลับที่สลักลวดลายคุ้นตาอย่างประณีต
ดวงตาของอัยการสาวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา เข็มกลัดชิ้นนี้... เธอเคยเห็นมันที่ไหนสักแห่ง มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่ติดอยู่บนปกเสื้อของบุคคลระดับสูงในกระบวนการยุติธรรม ผู้ซึ่งกำลังนั่งแท่นเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบคดีนี้อยู่
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากทักท้วงสิ่งใด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินด้านนอก มุ่งตรงเข้ามายังห้องทำงานของเธอด้วยความเร็วที่ผิดปกติ และก่อนที่คีย์จะทันได้หันไปมองที่ประตู บานไม้สักก็ถูกผลักเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดในยามวิกาลนี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่เกมหมากรุกสีเทานี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี•ตอนที่ 12
สายตาที่จับจ้อง
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!