เสียงกระแทกของแฟ้มคดีแฟ้มที่สองลงบนโต๊ะไม้สักขัดเงาในห้องทำงานส่วนตัวของสำนักงานอัยการพิเศษดังขึ้น ก้องกังวานพอกับความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศระหว่างคนทั้งสอง รินรดาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าสีขาวกำลังคีบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาเทียบเคียงกับเอกสารอีกชุดด้วยความระมัดระวังราวกับมันคือวัตถุระเบิดที่พร้อมจะทำงานได้ทุกเมื่อ
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ คีย์" เสียงของอัยการสาวราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนเกือบเป็นน้ำแข็ง สายตาคมกริบมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตาไปยังอดีตนายตำรวจหนุ่มผู้ผันตัวมาเป็นทนายความฝีปากกล้า
คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกู๊ดคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานอย่างปิดไม่มิด เขายื่นมือไปหยิบกาแฟดำที่ยังอุ่นอยู่ขึ้นจิบช้าๆ ราวกับสถานการณ์ตึงเครียดเบื้องหน้าเป็นเพียงฉากหนึ่งในโรงละครสัตว์
"เกมอะไรกันครับท่านอัยการ ผมก็แค่พลเมืองดีผู้ตระหนักรู้ ที่บังเอิญสังเกตเห็นว่า... งานอดิเรกของตำรวจชุดนี้ช่างมีความสม่ำเสียน่าประทับใจเสียเหลือเกิน" คีย์วางแก้วลง ส่งยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยเลศนัยมาให้ "คุณต่างหากที่กำลังมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไป เพราะมัวแต่เอาแต้มบุญในกฎหมายมาค้ำคอ"
รินรดากัดริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความยียวนกวนประสาทของอีกฝ่ายคือสิ่งที่เธอเกลียดที่สุด แต่มันก็เป็นสิ่งเดียวกับที่มักจะกระชากความจริงที่ถูกซ่อนไว้ออกมาสู่แสงสว่างได้เสมอ
เธอเลื่อนเอกสารทั้งสองชุดเข้าหากัน คดีแรกคือคดีฆาตกรรมนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เมื่อสามเดือนก่อน ซึ่งถูกปิดสำนวนว่าเป็นอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ ส่วนคดีที่สองคือการเสียชีวิตปริศนาของนักบัญชีสาวในโกดังร้างเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ตำรวจสรุปว่าเป็นคดีฆ่าชิงทรัพย์ธรรมดา
ผิวเผิน... ทั้งสองคดีไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย สถานที่ต่าง แรงจูงใจต่าง และที่สำคัญคือผู้ต้องสงสัยคนละคน
"คุณกำลังพยายามบอกว่า..." รินรดาเว้นจังหวะ สายตาจดจ้องไปยังภาพถ่ายที่เกิดเหตุของทั้งสองคดี
"ผมไม่ได้บอกอะไรทั้งนั้นครับ..." คีย์โน้มตัวไปข้างหน้า เสียงทุ้มต่ำลงจนเกือบเป็นกระซิบ "แต่ถ้าคุณลองมองที่รอยแผลบริเวณต้นคอของเหยื่อทั้งสองคน... ไม่สิ ไม่ใช่แค่รอยแผลครับคุณรินรดา ลองมอง 'รอยประทับ' ที่พวกมันจงใจทิ้งไว้ดูสิครับ"
นิ้วเรียวของอัยการสาวเอื้อมไปหยิบแว่นขยายขึ้นมา เธอปรับโฟกัสไปยังภาพซูมระยะประชิดของคดีที่ 1 จากนั้นจึงเลื่อนไปเทียบกับคดีที่ 2 ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วเสี้ยววินาที
รอยแผลเป็นรูปทรงเรขาคณิตซับซ้อน รอยตัดเฉียงสามเส้นไขว้ทับกันเป็นรูปดาวแปดแฉกขนาดเล็กจิ๋ว ซึ่งถูกซ่อนไว้ใต้รอยช้ำของการถูกรัดอย่างแนบเนียน ในคดีแรกมันถูกมองว่าเป็นรอยเศษกระจกบาด แต่ในคดีที่สอง มันคือรอยคมมีดที่กรีดลงไปอย่างประณีตราวกับลายเซ็นของศิลปินโรคจิต
มันไม่ใช่ความบังเอิญ... และมันไม่ใช่การกระทำของอาชญากรทั่วไป
"สัญลักษณ์นี้..." รินรดาพึมพำออกมา ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันผุดวาบขึ้นมาในหัว รอยสัญลักษณ์แบบเดียวกันนี้เคยปรากฏอยู่ในคดีของพ่อเธอ... คดีที่ถูกปิดตายว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่รัฐ
คีย์หรี่ตามองปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปของอัยการสาว รอยยิ้มกวนประสาทเลือนหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด
"ใช่ครับ มันคือรอยเดียวกันกับเมื่อห้าปีก่อน... และคนที่ถือแฟ้มคดีของพ่อคุณในวันนั้น คือคนเดียวกับคนที่กำลังเซ็นชื่ออนุมัติปิดคดีทั้งสองนี้ในวันนี้"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า มันคือแรงดันมหาศาลที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ รินรดารู้สึกเหมือนพื้นดินใต้ฝ่าเท้ากำลังพังทลายลง โลกที่เธอเชื่อมั่นในความยุติธรรมมาตลอดกำลังถูกสั่นคลอนด้วยหลักฐานตรงหน้า
เธอมองหน้าคีย์ ชายผู้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกฎหมายมาโดยตลอด แต่ในวินาทีนี้ เขากลับกลายเป็นคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาดึงเธอกลับขึ้นมาจากหลุมพรางแห่งความมืดมิด
"คุณต้องการอะไรกันแน่ คีย์" รินรดากล่าวเสียงเครือ ความเยือกเย็นทั้งหมดที่มีถูกสั่นคลอนด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวดที่ตีรวนขึ้นมาในอก
"ผมไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าความจริงครับ... และบางที..." คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนแทบชิด ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ "ผมอาจจะแค่อยากเห็นคุณชนะในเกมนี้... ร่วมกับผม"
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตอบโต้ ประตูห้องทำงานของเถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต ร่างของสารวัตรธนา นายตำรวจมือปราบผู้ทรงอิทธิพลก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ดวงตาสอดส่องกวาดมองคนทั้งสองด้วยแววตาคุกคาม
"ท่านอัยการครับ..." สารวัตรธนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกดดัน "ผมเกรงว่าเอกสารบนโต๊ะนั้น จะเป็นความลับของทางราชการที่บุคคลภายนอกไม่สมควรเข้าถึง... โดยเฉพาะ 'ทนาย' ที่มีประวัติพัวพันกับคดีสีเทาอย่างคุณคีย์"
คีย์ค่อยๆ ผละตัวออกจากโต๊ะ เขายืดตัวตรงหันไปสบตากับสารวัตรธนาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีราวกับติดลบ
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาของเธอนิ่งค้างอยู่ที่มุมกระดาษแผ่นสุดท้ายของแฟ้มคดีที่สอง ซึ่งเพิ่งถูกลมจากประตูลมพัดเปิดออก เผยให้เห็นรายชื่อพยานปากเอกคนสุดท้ายของคดี... ชื่อที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่เينคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าอะไร
ชื่อของ 'แม่' เธอเอง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่เกมหมากรุกสีเทานี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี•ตอนที่ 13
จุดเปลี่ยนของเกม
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!