แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงนั้นดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องสอบสวนส่วนตัวชั้นสี่ของสำนักงานอัยการสูงสุดราวกับเสียงประกาศิตแห่งสงคราม
"คุณกำลังเล่นกับไฟกองโต รินรดา... และที่แย่ยิ่งกว่าคือ คุณกำลังลากผมเข้าไปไหม้เกรียมด้วยโดยไม่ขออนุญาต"
คีย์หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ี่สะทท้าน ดวงตาคมกราบกวาดมองเอกสารในแฟ้มที่เปิดกว้าง เผยให้เห็นรายชื่อนายตำรวจระดับสูงหลายนายโยงใยกับเส้นทางการเงินในบัญชีม้าอย่างเป็นระบบ รอยยิ้มมุมปากของอดีตตำรวจหนุ่มยังคงกวนประสาทเช่นเคย แม้ในสถานการณ์ที่อากาศรอบตัวแทบจะหลอมละลายความอดทนของคนทั้งห้อง
รินรดาไม่สะเทือนต่อท่าทีนั้น เธอยังคงยืนกอดอก แผ่นหลังแนบชิดกับกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงรอบด้านสะท้อนลงบนนัยน์ตาสีเข้มที่เยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก
"ถ้ากลัวไฟลุกลาม คุณก็แค่เดินออกไปจากห้องนี้ แล้วปล่อยให้ฉันถูกเผาคนเดียวสิครับ... อ้อ เดี๋ยวก่อนนะ ผมลืมไปว่าทนายมือหนึ่งอย่างคุณไม่เคยทำอะไรฟรีๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ 'กองปราบปราม' ชุดนี้" อัยการสาวสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บาดลึกพอจะทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคีย์ชะงักไปชั่ววินาที
ห้องสอบสวนเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว ความตึงเครียดระหว่างคนทั้งสองก่อตัวขึ้นเป็นรูปธรรม ราวกับสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่พยายามผลักไสแต่ก็ถูกแรงดึงดูดมหาศาลรั้งไว้ด้วยกัน
คีย์โน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างวางทอดบนโต๊ะ ปลายนี้วประสานกันหลวมๆ สายตาคู่นั้นเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นจนน่ากลัว "คุณคิดว่าตัวเองกำลังขุดคุ้ยรังปลวกธรรมดาหรือครับ รินรดา... สิ่งที่คุณกำลังถืออยู่ในมือตอนนี้ มันคือโครงสร้างกระดูกสันหลังของสำนักงานตำรวจแห่งชาติครึ่งประเทศ ถ้าโครงสร้างนี้หักลงมา ทับคุณแบนเป็นแมลงทับใต้กองเอกสารแน่ๆ"
"แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันยอมตายใต้กองเอกสารพวกนั้น ดีกว่าต้องทนหายใจร่วมกับพวกสวมเครื่องแบบแต่ขายวิญญาณให้เงินสกปรก... คุณจะเข้าใจไหมล่ะครับ" รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากจอมกะล่อน
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เขายืดตัวขึ้นพิงพนักเก้าอี้อีกครั้ง ยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ "ความยุติธรรมของคุณมันหอมหวานเสียจนน่าเอาหัวโขกกำแพงตายจริงๆ นะครับ... คุณจำไม่ได้หรือไงว่าพ่อของคุณก็มีความคิดแบบนี้เหมือนกันเปี๊ยบ... ผลลัพธ์เป็นยังไงล่ะครับ? ป้ายชื่อหินอ่อนในสุสาน กับคดีที่ถูกปิดตายด้วยข้อหาอุบัติเหตุ"
เพล้ง!
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนหมัดฮุกตรงเข้าที่ลิ้นปี่ รินรดากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นนูน ดวงตาไหววับด้วยความเจ็บปวดที่เธอพยายามฝังกลบมันมานานนับปี บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันทีที่แผลเป็นในอดีตถูกเปิดออกอย่างไร้ความปรานี
แต่คีย์ไม่ได้หลบสายตา เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังเล่นกับระเบิดเวลา แต่นี่คือวิธีเดียวที่จะทำให้ผู้หญิงดื้อรั้นตรงหน้าตาสดสติจากความมืดบอดของอุดมการณ์
"อย่าเอาพ่อของฉันมาอ้าง" รินรดาพูดลอดไรฟัน น้ำเสียงสั่นน้อยๆ ด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับ "ท่านตายเพราะความจริง และฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อลากคอมารสังคมพวกนั้นลงมาให้หมด... รวมถึงคนที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตในกรมตำรวจรอบนี้ด้วย"
คีย์ถอนหายใจยาวนาน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่เธออยู่ รินรดากลั้นหายใจเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา กลิ่นอายบุรุษเพศและโคโลญจ์ราคาแพงเจือจางปะปนกับกลิ่นกระดาษเอกสาร
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหูของเธออย่างแผ่วเบา แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
"ถ้าคุณอยากรื้อรังโจรที่มีอำนาจที่สุดในประเทศนี้... การใช้กฎหมายตรงไปตรงมามันก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาไม้จิ้มฟันไปงัดประตูเหล็กกล้าหรอกนะครับ คุณอัยการ" คีย์ผละตัวออกเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง "แต่ถ้าคุณอยากชนะ... คุณต้องเล่นตามเกมของผม"
รินรดายังคงยืนนิ่ง หัวใจเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงปะทะทางความคิดที่อันตรายที่สุดในชีวิต เธอมองหน้าทนายหนุ่มผู้มีกลิ่นอายของความอันตรายฟุ้งกระจายรอบตัว "เกมของคุณหมายความว่ายังไง?"
"คืนนี้ ตอนตีสอง ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของกองบัญชาการตำรวจนครบาล... จะมี USB แฟลชไดรฟ์ดอกหนึ่งถูกวางไว้ใต้ล้อรถกระบะฟอร์ดสีดำคันนั้น" คีย์เว้นจังหวะ ปรายตามองเอกสารบนโต๊ะ "ในนั้นมีชื่อนายพลระดับสามดาวสามคนที่รับส่วยจากเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ และหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลูกชายของพวกเขาโดยตรง"
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย นี่คือข้อมูลระดับวงในที่แม้แต่ ป.ป.ช. ยังเอื้อมไม่ถึง "ทำไมคุณถึงรู้เรื่องนี้? หรือว่าคุณ..."
"ผมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นครับ ผมเป็นแค่ทนายความผู้ซื่อ ัตย์และรักความสงบ" คีย์ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวนพลางยกมือขึ้นยอมจำนน "ผมแค่บังเอิญ... ได้ยินมา จากคนที่อยากเห็นกรมตำรวจชุดนี้ล่มสลายไม่แพ้คุณ"
ก่อนที่รินรดาจะได้ซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นกระเบื้องดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังปัง! สามครั้งติดกัน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"ท่านอัยการครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงร้อนรนของเจ้าหน้าที่นิติกรหน้าห้องดังลอดเข้ามา "สารวัตรธนา... หัวหน้าชุดเฉพาะกิจสืบสวนคดีทุจริต... เพิ่งถูกยิงเสียชีวิตในรถยนต์ส่วนตัวเมื่อห้านาทีที่แล้วครับ!"
รินรดาหันขวับไปมองที่ประตูทันที ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ข้อมูลในแฟ้มเอกสารที่เธอถืออยู่เมื่อครู่กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ถูกพิสูจน์ความน่ากลัวด้วยชีวิตของนายตำรวจน้ำดีเพียงคนเดียวในกรม
เธอดึงสายตากลับมามองชายหนุ่มตรงหน้า ทว่า... เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกลับว่างเปล่า
คีย์หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับสายลมที่พัดผ่านเข้ามาในห้องสอบสวนนี้ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นจางๆ ของนิโคติน และกระดาษแผ่นเล็กที่ถูกสอดทับไว้ใต้แก้วกาแฟบนโต๊ะ
รินรดาก้าวเข้าไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาเปิดอ่านด้วยมือที่สั่นเทา ลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่นปรากฏอยู่ตรงหน้า...
*‘ระวังตัวด้วยครับ... คนที่สั่งเก็บสารวัตรธนา รู้แล้วว่าคุณกำลังถือแฟ้มอะไรอยู่ในมือ... และตอนนี้ มันกำลังเดินมาที่ห้องของคุณ’*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่เกมหมากรุกสีเทานี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี•ตอนที่ 15
รอยร้าวใจกลางเมือง
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับคดีร้อน: อย่าสอนให้ผมเป็นคนดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!