เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 43

ความลับของเวทมนตร์

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและละอองเวทมนตร์เก่าแก่คละคลุ้งอยู่ในห้องใต้ดินลับใต้คฤหาสน์วาเลนเซีย แสงสีฟ้าหม่นจากผลึกมานาส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเอเลน่า ฟอน วาเลนเซีย ที่กำลังจดจ้องแผ่นศิลาโบราณสลักอักษรต้องห้ามด้วยดวงตาสีมรกตที่ฉายแววครุ่นคิด ลมหายใจของนางผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ "ท่านไม่ควรลอบเข้ามาในเขตอาคมชั้นในนี้ด้วยตัวคนเดียวเลยนะคะ เอเลน่า" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความกังวลระคนความหลงใหลที่พยายามควบคุมไว้อย่างสุดกำลัง ดยุคคาลอส กรานท์ ก้าวออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา แต่นางไม่ได้หันกลับไปมอง ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน "ถ้าข้าไม่เข้ามาด้วยตัวเอง แล้วท่านจะยอมเปิดปากบอกความจริงเกี่ยวกับ 'พลัง' ที่ตระกูลวาเลนเซียพยายามปิดบังมาตลอดสามร้อยปีหรือคะ ท่านคาลอส" เอเลน่าเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคม นางใช้ปลายนิ้วสัมผัสลงบนรอยแยกของศิลา ทันใดนั้น ไอความเย็นยะเยือกก็พุ่งทะยานจากปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือดจนนางต้องสูดปากเบาๆ คาลอสสาวเท้ายาวเข้ามาประชิด เขาคว้ามือเรียวบางนั้นออกจากการสัมผัสศิลาทันทีด้วยความตกใจ ดวงตาสคมกริบมองสำรวจปลายนิ้วของนางที่เริ่มมีประกายแสงสีครามแปลกประหลาดวิ่งพล่านใต้ผิวหนัง "เจ้าบ้าไปแล้วหรือไร!" คาลอสเอ็ดเบาๆ แต่แววตากลับสั่นไหวด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด มือหนาของเขาอบอุ่นและแข็งแกร่งยามกุมมืออันเย็นเฉียบของนางไว้ "ศิลาแผ่นนั้นบรรจุคำสาปแห่งการดูดกลืนมานาสายเลือดบริสุทธิ์ หากเจ้าควบคุมมันไม่ได้ วิญญาณของเจ้าจะถูกฉีกกระชากเป็นจุลภายในพริบตา" "แต่ข้าควบคุมมันได้... ท่านก็เห็นนี่คะ" เอเลน่าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความกระหายใคร่รู้และความจริงที่เริ่มกระจ่างชัด "พลังที่หลับใหลอยู่ในร่างนี้ มันไม่ใช่เวทมนตร์ธาตุไฟหรือน้ำแข็งธรรมดาตามตำราหลวง แต่มันคือ... เวทมนตร์แห่งการสร้างและทำลายล้างที่สูญหายไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล" บรรยากาศรอบตัวพลันหนักอึ้งขึ้นเมื่อเอเลน่าสะบัดมือเบาๆ ละอองแสงสีครามเข้มก็พวยพุ่งขึ้นจากพื้น กลายเป็นเกราะอัคนีสีดำสนิทที่หมุนวนรอบตัวนางอย่างไร้เสียง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนคาลอสต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ ชายหนุ่มมิได้หวาดกลัวพลังนั้น แต่เขากลับทึ่ง—ผู้หญิงคนนี้... ยิ่งรู้จัก ยิ่งลึกซึ้ง และยิ่งงดงามจนเขาแทบอยากจะกักขังนางไว้ในอ้อมแขนนี้ตราบชั่วนิรันดร์ "เจ้าเด็ดเดี่ยวเกินไปแล้ว เอเลน่า" คาลอสถอนหายใจยาว ยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นของนาง ร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้จนแผ่นหลังของนางแนบชิดกับอกแกร่งของเขา มือใหญ่ข้างหนึ่งโอบเอวบางไว้หลวมๆ ขณะที่อีกข้างเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมสีทองประกายที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียน "เจ้าไม่รู้หรอกว่าการที่เจ้าปลุกพลังนี้ขึ้นมา จะดึงดูดสายตาของพวก 'สภาสูง' และเงอที่ซ่อนอยู่ในเงามืดให้พากันพุ่งเป้ามาที่เจ้ามากแค่ไหน" "ให้พวกเขามาสิคะ" เอเลน่าเอียงคอมองเขา รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างที่คาลอสหลงใหลนัก "ในเมื่อชาติก่อนพวกมันเหยียบย่ำและทำลายชีวิตของข้าจนไม่เหลือชิ้นดี ชาตินี้... ข้าจะเป็นคนถือไพ่เหนือกว่าเอง" คาลอสจ้องมองดวงตาสีมรกตคู่นั้น หัวใจของปีศาจหนุ่มเต้นรัวระส่ำ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความคลั่งไคล้ในความเด็ดเดี่ยวและชาญฉลาดของสตรีในอ้อมแขน เข้มแข็ง เยือกเย็น และร้ายกาจจนน่าประทับใจ นางคือเพชรเม็ดงามที่ถูกเจียระไนด้วยความแค้นและหยาดน้ำตา และเขาคือนักล่าที่พร้อมจะกวาดล้างทุกสิ่งบนโลกใบนี้เพื่อปกป้องบัลลังก์ของนาง "เช่นนั้น ข้าจะคอยเป็นดาบให้เจ้าฟาดฟันศัตรูทั้งหมดเอง" คาลอสกระซิบชิดริมหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวเต็มไปด้วยความเสน่หาที่ร้อนแรง "ไม่ว่าใครหน้าไหนที่กล้าแตะต้องตัวเจ้า มันผู้นั้นจะต้องชดใช้ด้วยเลือด" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและอันตรายที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่บันไดทางลงห้องใต้ดิน—เสียงที่พวกเขามั่นใจว่าไม่ควรจะมีใครล่วงรู้เส้นทางนี้ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ไม่ใช่เสียงฝีเท้าธรรมดา แต่เป็นเสียงเคาะสามครั้งติดต่อกัน เป็นสัญญาณลับของหน่วยองครักษ์เงาหลวง... ซึ่งหมายความว่า มีคนนอกล่วงล้ำเข้ามาถึงเขตพระราชฐานชั้นในได้แล้ว และที่แย่ไปกว่านั้น เงาร่างที่ทอดยาวผ่านแสงไฟสลัวตรงปากทางเข้า กลับไม่ใช่ทหารยามของคาลอส แต่เป็นสัญลักษณ์รูป "กุหลาบหนามสีเลือด" ที่สลักอยู่บนเสื้อคลุมของบุคคลปริศนา—ตราประทับของบุคคลที่ควรจะตายไปพร้อมกับเพลิงไหม้ในวังหลวงเมื่อสัปดาห์ก่อน เอเลน่าชะงัก ร่างบางแข็งทื่อในอ้อมแขนของคาลอส ดวงตาสีมรกตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า... ความลับที่นางพยายามปกปิดกำลังจะถูกเปิดเผย และเกมกระดานนี้ไม่ได้มีแค่พวกนางสองคนอีกต่อไปแล้ว! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เอวาลินน์ปลายพู่กัน
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%