เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 44

คำสาปแห่งสายเลือด

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
กลิ่นอายโลหะเจือจางคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ราวกับความตายกำลังเอ่ยทักทายผ่านละอองหมอกสีเทาที่ลอยวนอยู่เบื้องล่าง เอเลน่ากวาดสายตามองพื้นที่ฝึกซ้อมใต้ดินของคฤหาสน์กรานท์—สถานที่ซึ่งไร้ซึ่งแสงอาทิตย์ มีเพียงคบเพลิงสีม่วงที่ส่งเสียงปะทุเบาๆ และเงาทอดยาวที่บิดเบี้ยวตามแรงกระพือของเปลวไฟ พลังเวทมนตร์ในร่างเธอกำลังคำราม มันไม่ใช่สายธารที่สงบนิ่งอีกต่อไป แต่เป็นพายุหมุนสีดำสนิทที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกสลาย หากเธอเผลอปล่อยให้มันหลุดจากการควบคุมเพียงเสี้ยววินาที "เจ้ากำลังลังเล... เอเลน่า" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกดังขึ้นจากความมืด ดยุคคาลอส กรานท์ ก้าวออกมาจากเงาของเสาหินแกรนิต ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก—มีทั้งความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา และความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พร้อมจะเผาผลาญโลกทั้งใบเพื่อปกป้องเธอ เอเลน่าสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอไม่ได้หันไปมองเขา มือเรียวบางทั้งสองข้างยกขึ้นระดับอก ฝ่ามือแบออกเพื่อรองรับกลุ่มพลังงานมืดที่กำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู "ฉันไม่ได้ลังเลค่ะ... คาลอส" เธอเอ่ยเสียงเรียบ แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผม "ฉันแค่กำลังพยายามทำความเข้าใจกับมัน... สายเลือดแห่งวาเลนเซียไม่ได้มอบพลังนี้ให้เพื่อทำลายล้าง แต่มันคือคำสาปที่ถูกส่งต่อเพื่อลงทัณฑ์ต่างหาก" คาลอสสาวเท้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นสนป่าหลังฝนตกและไอร้อนจากเตาไฟ—โอบล้อมร่างเธอไว้ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมา กระซิบข้างใบหูจนเส้นผมสีเงินยวงของเขาเคลียกับแก้มเนียน "คำสาปหรือพร... มันขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนถือครองต่างหากเล่า" มือหนาร้อนจัดวางทับลงบนหลังมือของเธอที่สั่นเทาเล็กน้อย ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในกระแสเลือด ช่วยดึงสติที่กำลังจะหลุดลอยของเธอกลับคืนมา "อย่าฝืนควบคุมมันด้วยความโกรธ... จงยอมรับมัน ดึงมันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณเจ้า" เอเลน่าช้อนตาขึ้นสบกับดวงตาคู่นั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อพลังในมือ แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายและสายตาที่เขามองมา ชาติก่อนเธอเคยถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวในกองเพลิงแห่งความเกลียดชัง แต่วันนี้... มีปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ตนนี้ยืนหยัดเคียงข้าง และยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเธอข้ามผ่านขีดจำกัดของโชคชะตา "ถ้าฉันควบคุมมันไม่ได้ล่ะคะ?" เธอถามเสียงแผ่วเบา แววตาไหววับชั่วขณะ มุมปากของคาลอสยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งจากดยุคผู้เย็นชา "ถ้าเจ้าควบคุมมันไม่ได้... ข้าก็จะยอมให้ความมืดนี้กลืนกินเราทั้งคู่ไปด้วยกัน" คำพูดนั้นหนักแน่นราวกับคำสาบาน เอเลน่านิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่ประกตาในดวงตาจะเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว เธอหลับตาลง ปลดปล่อยการป้องกันทั้งหมด เปิดรับความโกลาหลของพลังเวทให้ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายอย่างเต็ม ความเจ็บปวดรา와ถูกไฟแผดเผาแล่นพล่านไปทั่วทุกเส้นประสาท อดีตนางร้ายกัดฟันกรอดจนเลือดซึมออกจากมุมปาก เสียงกรีดร้องของวิญญาณแห่งคำสาปดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท แต่มือของคาลอสที่ยังคงกุมมือเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เธอดำดิ่งลงไปในความมืดมิดเพียงลำพัง เธอสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ แล้วสะบัดข้อมือออกไปเบื้องหน้า! *ตูมมมม!* คลื่นพลังสีดำสนิทพุ่งทะยานออกไปกระแทกกับผนังเวทมนตร์จนเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ แรงอัดมหาศาลทำให้ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แต่ทว่า... วงแหวนเวทมนตร์ใต้ฝ่าเท้าของเธอกลับนิ่งสนิท ไม่มีความผันผวนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย เอเลน่าหอบหายใจเบาๆ ร่างกายทรุดฮวบลงแต่คาลอสเอื้อมมือมารับเอวบางไว้ได้ทัน ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะผ่อนลมหายใจแห่งความสำเร็จนั้นเอง... เสียงปรบมือช้าๆ และน่าขนลุกก็ดังขึ้นจากความมืดมิดในมุมอับของห้องฝึกซ้อม—มุมที่ควรจะมีเพียงแค่เธอกับเขาเท่านั้น "งดงาม... งดงามมากองค์หญิงน้อยแห่งวาเลนเซีย" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขาถูกซ้อนทับด้วยหน้ากากโลหะรูปปีศาจยิ้ม "ไม่นึกเลยว่าทายาทคนสุดท้ายของสายเลือดต้องคำสาป จะสามารถตื่นขึ้นมาได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้... แต่น่าเสียดาย ที่หัวใจของเธอยังมีช่องโหว่" คาลอสแผ่รังสีสังหารพวยพุ่งออกมาทันที ดวงตาสีเพลิงวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เอเลน่าเบิกตากว้างเมื่อจำสัญลักษณ์บนแหวนที่นิ้วมือของชายแปลกหน้าผู้นั้นได้—สัญลักษณ์ของตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่ควรจะสูญสลายไปตั้งแต่ร้อยปีก่อน ชายคนนั้นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโยนวัตถุบางอย่างตกลงแทบเท้าของเธอ เสียงโลหะกระทบพื้นหินดัง *เคร้ง* มันคือปิ่นปักผมประจำตำแหน่งของมารดาเธอในชาติก่อน... ปิ่นที่ควรจะถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกนับร้อยเมตร! "ยินดีต้อนรับกลับสู่เกมการแก้แค้นนะพ่ะย่ะค่ะ... องค์หญิงตัวปลอม" เอวาลินน์ปลายพู่กัน (ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนการเดินทางของเอเลน่ามาจนถึงตอนนี้ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%