เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 3

การเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"ข้าปฏิเสธค่ะ" ถ้วยชาพอร์ซเลนราคาค่างวดที่ประเมินค่ามิได้ถูกวางลงบนจานรองเสียงดังกริ๊กเบาๆ หากแต่ในห้องรับรองที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองเช่นนี้ มันกลับดังก้องกังวานราวกับเสียงประกาศิตที่สั่นคลอนรากฐานของตระกูลวาเลนเซียให้สะเทือนเลื่อนลั่น เอเลน่า ฟอน วาเลนเซีย เผยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตาสีอเมทิสต์คู่นั้นกวาดมองใบหน้าของบิดาและชายหนุ่มผู้ถูกวางตัวให้เป็นคู่หมั้น ซึ่งบัดนี้กำลังตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก "เจ้า... เจ้าพูดว่าอะไรนะ เอเลน่า?" เคานต์วาเลนเซียถามซ้ำ เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกพยายามกดทับไว้ภายใต้มาดผู้ดี "นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะมาล้อเล่นนะ การหมั้นหมายกับตระกูลมาร์ควิสฟิลด์คือสิ่งที่ช่วยรักษาหน้าตาและสถานะของเจ้าในสังคมชนชั้นสูง!" เอเลน่าแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงความสมเพชจนคนฟังต้องชะงัก เธอขยับกายช้าๆ พิงหลังไปกับพนักเก้าอี้บุผ้ากำมะหยี่สีเลือดนก ท่าทางของเธอสงบนิ่งและผึ่งผายราวกับราชินีที่กำลังตัดสินชะตาชีวิตของข้าแผ่นดิน ไม่ใช่นางร้ายที่ถูกตีตราว่าโง่เขลาอย่างที่ใครต่อใครเคยปรามาสไว้ "สถานะหรือคะ?" เธอทวนคำ มือเรียวบางลูบไล้ขอบถ้วยชาอย่างเชื่องช้า "ท่านพ่อคะ ท่านก็รู้ดีว่าการหมั้นหมายครั้งนี้มีไว้เพื่อเป็นบันไดให้ตระกูลเราก้าวไปสู่ขุมทรัพย์ของมาร์ควิสฟิลด์ที่กำลังจะล้มละลาย หากข้าตกลงปลงใจไปกับเขา ไม่ถึงปีเราคงต้องเร่ขายแม้กระทั่งเครื่องเงินในคฤหาสน์หลังนี้... นี่หรือคะคือทางรอดที่ท่านเลือกให้ข้า?" "เอเลน่า! เจ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร!" ชายหนุ่มผู้ถูกกล่าวถึง—มาร์ควิสฟิลด์—ตวาดลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย "เจ้าเป็นเพียงสตรีที่ถูกสังคมมองว่าร้ายกาจ ใครจะอยากได้เจ้าไปเป็นภรรยาถ้าไม่ใช่ข้าที่ยอมเสียสละ!" เอเลน่าลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงภายใต้ชุดกระโปรงสีเทาเข้มขับเน้นให้เธอดูสุขุมและทรงพลังยิ่งขึ้น เธอเดินตรงไปหาชายหนุ่มที่ถือดีว่าเป็นคู่หมั้น ก่อนจะหยุดยืนเผชิญหน้า ระยะห่างที่ใกล้จนเขาสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ "เสียสละงั้นหรือคะ?" เธอโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขา แววตาคมกริบราวกับใบมีด "ความลับเรื่องที่ท่านแอบโอนเงินภาษีของเขตแดนไปปรนเปรอเหล่านางโลมในเมืองหลวง... ท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรือคะ? การหมั้นครั้งนี้ไม่ใช่การเสียสละ แต่มันคือโซ่ตรวนที่ท่านต้องการจะล่ามข้าไว้ เพื่อให้ข้ากลายเป็นแพะรับบาปเมื่อความผิดของท่านแดงขึ้นมาต่างหาก" บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันตาเห็น มาร์ควิสฟิลด์หน้าถอดสี ราวกับถูกกระชากหน้ากากที่สวมใส่ออกต่อหน้าสาธารณชน "เจ้า... เจ้ามันปีศาจ!" "คำชมนะคะ" เอเลน่าตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน "ข้าไม่ใช่เอเลน่าคนเดิมที่หลงใหลในเปลือกนอกของท่านอีกต่อไปแล้ว ต่อจากนี้ไป ตระกูลวาเลนเซียจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธสัญญาที่โง่เขลานี้ หากท่านยังดึงดัน... ข้าเองก็มีเรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับบัญชีลับของท่านที่จะส่งต่อไปยังสภาสูงในวันพรุ่งนี้เช้า ท่านคงไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูดยุคคาลอส กรานท์ ใช่ไหมคะ?" ทันทีที่ชื่อนั้นหลุดจากปากของเธอ ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันระดับที่น่าขนลุก คาลอส กรานท์... บุรุษผู้เป็นดั่งฝันร้ายของเหล่าขุนนางที่คดโกง ชายผู้คุมอำนาจมืดและกองทัพที่แม้แต่กษัตริย์ยังต้องเกรงใจ "เจ้าไปรู้จักกับดยุคกรานท์ได้อย่างไร?" บิดาของเธอถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น เอเลน่าไม่ได้ตอบ เพียงแต่ส่งยิ้มที่ทำให้คนทั้งห้องต้องเสียวสันหลังวาบ เธอเดินกลับไปหยิบจดหมายตราประทับสีดำสนิทที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจ้องมอง มันคือจดหมายที่เพิ่งถูกส่งมาถึงเธอเมื่อเช้ามืดนี้ เนื้อหาในนั้นไม่ได้มีคำหวานชื่น แต่เป็นคำมั่นสัญญาที่ทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งใด *‘จงจัดการเรื่องของเจ้าให้เรียบร้อย เสือสาวของข้า... อย่าให้ข้าต้องออกโรงไปจัดการฝูงสุนัขที่เห่าหอนรบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้าด้วยตัวเอง’* เธออ่านทวนข้อความในใจพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก คาลอสผู้นี้... เขามองเห็นอะไรในตัวเธอกันแน่? ถึงได้เฝ้าสังเกตการณ์เธอจากเงามืดมาโดยตลอด และในวินาทีที่เธอตัดสินใจจะตัดสายใยแห่งโชคชะตาเดิมทิ้ง เขากลับยื่นมือเข้ามาแทรกแซงอย่างถือวิสาสะ ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้องเพื่อจบการสนทนาที่ยืดเยื้อนี้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก จังหวะก้าวเท้าที่บ่งบอกถึงอำนาจและออร่าที่กดดันจนบานประตูไม้โอ๊คขนาดใหญ่ถูกผลักออกอย่างแรง โดยไม่มีใครกล้าขัดขวาง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสีดำขลิบทองของดยุคก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของดินปืนและไม้กฤษณาจางๆ ฟุ้งกระจายไปทั่ว แววตาสีเทาเย็นชาของเขากวาดผ่านเคานต์และมาร์ควิสอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะมาหยุดลงที่ใบหน้าของเอเลน่า เขามองเธอ... ไม่ใช่ในฐานะคู่ค้า หรือหมากในเกม แต่เป็นสายตาของนักล่าที่พบสิ่งที่ต้องการครอบครองที่สุด "การเจรจาจบลงแล้วหรือยัง?" เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของหญิงสาว "ท่านดยุค... ท่านมาทำอะไรที่นี่?" เอเลน่าถาม แม้ใจจะเต้นผิดจังหวะ แต่เธอก็ยังคงรักษามาดนางร้ายผู้เยือกเย็นไว้ได้ ดยุคคาลอสไม่ตอบ เขาเดินเข้ามาใกล้จนแทบจะชิดตัว ก่อนจะหยิบจดหมายจากมือเธอไปอ่านเพียงครู่เดียวแล้วส่งคืนด้วยปลายนิ้วที่สัมผัสผ่านมือเธออย่างตั้งใจ แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความพึงพอใจที่ปิดไม่มิด "ข้าแค่มาดูว่า... ว่าที่คู่หมั้นคนใหม่ของข้า กำลังทำตัวดื้อรั้นกับฝูงสุนัขอยู่หรือเปล่า" คำว่า 'ว่าที่คู่หมั้น' หลุดออกมาจากปากของดยุคผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอาณาจักร ส่งผลให้คนทั้งห้องถึงกับเข่าทรุด เอเลน่าเบิกตากว้าง เธอไม่ได้วางแผนเรื่องนี้... เธอไม่เคยอนุญาตให้เขาเข้ามาแทรกแซงในบทบาทนี้! เขาจงใจยื่นมือมาคว้าเอวบางของเธอไว้แน่น ดึงเธอเข้าหาตัวจนได้กลิ่นไอความอบอุ่นจากร่างกายของบุรุษที่ร้ายกาจที่สุดในอาณาจักร ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาข้างใบหูของเธอ แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังถึงกับหยุดหายใจ "ยินดีด้วยนะเอเลน่า... บัดนี้เจ้าไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเป็นคนของข้าเพียงผู้เดียว" ความตกตะลึงยังไม่ทันจางหาย เสียงฝีเท้าของทหารรักษาการณ์จำนวนมหาศาลก็ดังขึ้นล้อมรอบคฤหาสน์ของเธอไว้จากทุกทิศทาง... เกมที่เธอเริ่มไว้นั้นใหญ่โตเกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้หลายเท่าตัวนัก หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับการเริ่มต้นเกมที่อันตรายกว่าเดิมในตอนถัดไปนะคะ! - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%