เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 2

หน้ากากของนางร้าย

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
“ถ้าท่านพ่อคิดว่าการขังข้าไว้ในห้องใต้หลังคาจะทำให้ข้าสำนึกผิดได้ล่ะก็... ท่านคงประเมินค่าความอดทนของข้าต่ำไปมากทีเดียวค่ะ” เสียงหวานใสหากทว่าราบเรียบจนน่าขนลุกดังขึ้นกลางห้องรับรองอันโอ่อ่าของคฤหาสน์วาเลนเซีย เอเลน่ากวาดสายตามองคนในครอบครัวที่นั่งเรียงรายอยู่บนโซฟาบุหนังชั้นดีด้วยท่าทีสงบนิ่งดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสลม มือเรียวบางที่บรรจงจิบชาเอิร์ลเกรย์ยังคงมั่นคง ราวกับเหตุการณ์ ‘การลงโทษ’ ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเป็นเพียงมดปลวกที่ผ่านเข้ามาในชีวิต “แก! ใครอนุญาตให้แกเดินลงมาข้างล่าง!” ท่านเคานต์วาเลนเซียทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น ดวงตาที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความรังเกียจจับจ้องมาที่บุตรสาว ‘คนที่ไม่เคยเป็นที่รัก’ เอเลน่าไม่ได้สะดุ้งตัว เธอเพียงแค่ขยับยิ้ม... รอยยิ้มที่สวยงาม ทว่ากลับทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงถนัดตา “การที่ลูกสาวคนหนึ่งจะลงมาทานมื้อค่ำกับครอบครัวในคฤหาสน์ของตัวเอง มันกลายเป็นความผิดอุกฉกรรจ์ตั้งแต่เมื่อไหร่คะท่านพ่อ หรือว่า... ท่านกลัว?” “กลัว? ข้าเนี่ยนะกลัวแก!” เคานต์แค่นหัวเราะ ก่อนจะเหลือบมอง ‘เซเลน่า’ ลูกสาวคนโปรดที่นั่งกุมมือเขาอยู่อย่างหวาดกลัว “แกมันก็แค่ตัวน่ารำคาญที่ทำให้ตระกูลเรามัวหมอง การที่แกยังอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะความเมตตาของข้า จำไว้ให้ดี!” เอเลน่าปรายตามองไปยังเซเลน่า—นางเอกตัวน้อยผู้แสนบริสุทธิ์ในสายตาคนอื่น ผู้ที่กำลังแสร้งทำเป็นร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างกายบิดา มือของเซเลน่าสั่นระริกเหมือนใบไม้ที่ใกล้จะร่วงหล่นช่างดูบอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในสายตาของเอเลน่า... มันคือการแสดงละครเวทีราคาถูกที่เธอเคยหลงกลจนต้องตายอนาถในชาติก่อน “ความเมตตาหรือคะ?” เอเลน่าลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างบางในชุดกระโปรงสีเทาเรียบหรูดูสง่างามเกินกว่าจะเป็นนักโทษของบ้าน “ถ้าการให้ข้ากินเพียงขนมปังแข็งๆ กับน้ำเปล่าเป็นเวลาสามวันคือความเมตตา เช่นนั้นข้าก็ขอขอบพระคุณในความ ‘กรุณา’ อันมหาศาลนี้ด้วยนะคะ” เธอเดินตรงเข้าไปใกล้โซฟาชุดนั้น จังหวะก้าวเดินมั่นคงและสง่างามดุจนางพญา ทุกย่างก้าวสะกดให้บรรดาคนรับใช้ในห้องต้องกลั้นหายใจ เซเลน่าถอยกรูดไปซุกหลังบิดาด้วยความหวาดกลัวที่แสดงออกมาอย่างแนบเนียน “พี่คะ... เซเลน่าไม่ได้ตั้งใจนะที่ท่านพ่อต้องลงโทษพี่... ฮึก...” เอเลน่าหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผู้เป็นน้องสาว สายตาที่จ้องมองนั้นลึกซึ้งและว่างเปล่าจนเซเลน่าเผลอชะงักลมหายใจไปชั่วขณะ เอเลน่าโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของน้องสาวสาวด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน “เลิกเล่นละครเสียทีเถอะค่ะน้องรัก... คราบน้ำตาปลอมๆ นั่นน่ะ เก็บไว้ใช้กับท่านพ่อเถอะ เพราะสำหรับข้า... มันน่าเวทนายิ่งกว่าเศษขยะเสียอีก” ร่างบางผละออกมาด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ทิ้งให้เซเลน่าหน้าถอดสีจนซีดเผือด เอเลน่าหันไปสบตากับท่านเคานต์ที่กำลังเดือดดาลจนตัวสั่น “นับจากวันนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่ออกไปก่อเรื่องให้ตระกูลต้องเสื่อมเสียอีก หากท่านพ่อต้องการให้ข้าเป็น ‘นางร้าย’ ที่ไร้ค่าในสายตาผู้คน ข้าก็จะแสดงละครฉากนี้ให้สมบทบาทที่สุด... แต่จำไว้นะคะท่านพ่อ เมื่อวันใดที่ความอดทนของข้าหมดลง อย่าหวังว่าคฤหาสน์หลังนี้จะเหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของเกียรติยศ” บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงนาฬิกาลูกตุ้มทองเหลืองเดินติ๊กๆ อย่างเชื่องช้า เอเลน่าถอนสายบัวอย่างงดงามก่อนจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นบันไดไป ทิ้งให้คนในห้องนั่งอึ้งกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของเธอ ทว่า... ทันทีที่เธอเดินพ้นสายตาของคนในห้อง รอยยิ้มที่มุมปากก็หายไปวับเหลือเพียงความเย็นชา เอเลน่าก้าวเดินขึ้นไปยังโถงทางเดินชั้นสองที่มืดมิด มือของเธอสั่นเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นที่ได้ทำลาย ‘หน้ากาก’ ของตัวเองต่อหน้าศัตรู ในจังหวะที่เธอจะผลักประตูห้องนอนของตัวเองนั้นเอง มือปริศนาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของไอเย็นและน้ำหอมราคาแพงก็เอื้อมมาจากด้านหลัง ประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังสัมผัสได้ถึงไออุ่นของชายหนุ่ม “แสดงได้ยอดเยี่ยมมากครับ... คุณหนูเอเลน่า” เสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่ข้างใบหูของเธอ มันเป็นเสียงที่คุ้นเคย... เสียงของชายที่เธอเคยหวาดกลัวที่สุดในชาติก่อน “ใครคะ!” เอเลน่าหมุนตัวกลับด้วยปฏิกิริยาตอบโต้ที่รวดเร็ว แต่กลับพบเพียงใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของดยุคคาลอส กรานท์ ที่กำลังแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับกำลังพบ ‘สมบัติล้ำค่า’ ที่เขารอคอยมาแสนนาน เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้ง ลมหายใจอุ่นๆ รินรดพวงแก้มขาว “ไม่คิดเลยว่านางร้ายที่โลกเมิน จะมีความคิดที่เฉียบคมจนน่าตกใจเช่นนี้... ไม่ต้องกังวลไปนะครับ เพราะสิ่งที่ท่านเพิ่งทำไป... มันถูกใจข้าอย่างที่สุด” คาลอสเอื้อมมือไปไล้ปอยผมของเธออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกระซิบคำถามที่ทำให้หัวใจของเอเลน่าแทบหยุดเต้น “คนของท่านพ่อคุณกำลังเตรียมคนไป ‘จัดการ’ คุณในคืนนี้... คุณจะรับข้อเสนอของข้า เพื่อแลกกับการมีชีวิตรอด... หรือจะให้ข้าดูคุณตายลงต่อหน้าเหมือนในความทรงจำ ‘ครั้งก่อน’ ของคุณกันล่ะครับ?” หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับการเริ่มต้นเกมที่อันตรายกว่าเดิมในตอนถัดไปนะคะ! - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%