“หน้ากากของท่านช่างดู... คุ้นตาเหลือเกินนะคะ แต่น่าเสียดายที่ข้าจำไม่ได้ว่าเคยเห็นคนไร้มารยาทเช่นท่านที่ไหนมาก่อน”
เอเลน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีมรกตคู่สวยกลับวาวโรจน์ด้วยความเย็นชา มือเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีดำสนิทขยับพัดในมืออย่างเชื่องช้าเป็นจังหวะ เธอไม่ได้หันไปมองชายหนุ่มผู้ที่จู่ๆ ก็แทรกตัวเข้ามาประชิดข้างกายในมุมมืดของระเบียงงานเต้นรำหน้ากาก ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกที่แว่วมาจากโถงใหญ่ ซึ่งดูช่างห่างไกลกับความเงียบงันที่บีบคั้นอยู่ในวินาทีนี้
ชายหนุ่มในหน้ากากรูปหมาป่าสีเงินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทอย่างบอกไม่ถูก เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเอเลน่าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจางๆ ของไม้สนและเลือดจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนในตระกูลกรานท์ กลิ่นที่ทำให้จิตวิญญาณของ ‘นางร้าย’ ที่ตายไปแล้วในอดีตชาติสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่น
“ความจำของเลดี้วาเลนเซียอาจจะถดถอยไปบ้างหลังเหตุการณ์คราวก่อน” คาลอสเอ่ยพลางก้มลงกระซิบที่ข้างหู กลิ่นหอมของน้ำหอมราคาแพงเคล้ากับความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้เอเลน่าต้องเกร็งกล้ามเนื้อหลัง “แต่ข้าจำได้แม่น... ทุกรอยแผลที่ท่านทิ้งไว้ให้โลกจดจำ และทุกหยาดน้ำตาที่ท่านพยายามซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มเย่อหยิ่งนั่น”
เอเลน่าหันขวับ ดวงตาคู่สวยจ้องมองทะลุหน้ากากหมาป่าไปถึงดวงตาสีดำสนิทดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรที่กำลังสะท้อนภาพของเธออย่างหิวกระหาย “ท่านเป็นใครกันแน่? อย่าคิดว่าเพียงเพราะข้าไร้ซึ่งอำนาจในมือในตอนนี้ ท่านจะสามารถหยามเกียรติข้าได้ตามใจชอบ”
“อำนาจงั้นหรือ?” คาลอสเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างหยันๆ “เลดี้เอเลน่า... อำนาจไม่ได้อยู่ในมือของคนที่ถือครองมันเสมอไป แต่มันอยู่ในมือของคนที่รู้จักวิธีทำลายมันให้สิ้นซากต่างหาก และข้ากำลังสงสัยว่า... ท่านกำลังพยายามทำลายตัวเอง หรือกำลังพยายามทำลายพวกเขาทั้งหมดกันแน่?”
เขาเคลื่อนมือมาคว้าข้อมือของเธอเบาๆ ไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการยึดเหนี่ยวที่มั่นคงเสียจนเธอดึงออกไม่ได้ เอเลน่าขมวดคิ้ว ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ชายผู้นี้รู้อดีตของเธอ รู้วาระซ่อนเร้นที่เธอกำลังเดินหมาก แต่น้ำเสียงนั้น... ไม่ได้มีเจตนาสังหาร เขาไม่ได้มาเพื่อกำจัดนางร้ายตามบทละครน้ำเน่าที่พระเจ้าขีดเขียนไว้
“ท่านสนใจเรื่องของข้าเกินไปแล้วนะคะ ดยุค” เอเลน่าหลุดปากออกไปโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นแววตาของอีกฝ่ายไหววูบ
“ฉลาดสมคำร่ำลือ” คาลอสคลี่ยิ้มจางๆ บนใบหน้าที่เหลือเพียงส่วนล่างที่เปลือยเปล่า เขากระชับการจับข้อมือเธอแน่นขึ้น “ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นศัตรูกับท่าน แต่ข้ามาเพื่อดูว่า... นางร้ายที่โลกเมินผู้นี้ จะเต้นรำไปบนกองซากปรักหักพังที่เธอสร้างขึ้นได้อย่างไร”
บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะเงียบงันลงเมื่อเขาหมุนตัวเธอให้หันออกไปทางฟลอร์เต้นรำ เอเลน่ารู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าสู่วังวนที่ลึกเกินกว่าจะถอนตัวขึ้น เสียงฝีเท้าของแขกเหรื่อรอบข้างดูไกลห่างออกไป ราวกับว่าโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่เธอกับชายปริศนาผู้นี้
“หากท่านอยากเห็นการเต้นรำ” เอเลน่าเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้ “ก็อย่าหวังว่าข้าจะปล่อยให้ท่านเป็นคนคุมจังหวะ”
เธอก้าวเท้าเข้าหาเขาอย่างกล้าหาญ ทั้งคู่เคลื่อนไหวไปตามท่วงทำนองของดนตรีที่เร่งเร้าขึ้น ทุกย่างก้าวคือการประชันไหวพริบ ทุกการหมุนตัวคือการอ่านใจ คาลอสจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหลอย่างเปิดเผย มันไม่ใช่ความรักที่นุ่มนวล แต่เป็นความคลั่งรักที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า
“ท่านเปลี่ยนไปมากจริงๆ” เขากระซิบพลางกระชับเอวคอดของเธอเข้าหาตัวจนชิด “ไม่มีอีกแล้วนางร้ายที่โง่เขลา... ตอนนี้เหลือเพียงเลดี้ที่มีแต่ความว่างเปล่าและความแค้นที่พร้อมจะกัดกินทุกอย่าง”
“ท่านก็ดูจะเปลี่ยนไปมากเช่นกัน” เอเลน่าตอบโต้พลางกดปลายมีดสั้นที่ซ่อนไว้ใต้กระโปรงพองฟูให้แนบไปกับสีข้างของเขา “ท่านไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อเต้นรำหรอกใช่ไหม? บอกข้ามา... คาลอส กรานท์... ใครกันที่กำลังจะตายในค่ำคืนนี้?”
คาลอสชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าเธอ พลางปัดปอยผมของเธอออกอย่างแผ่วเบาด้วยนิ้วมือที่เย็นเฉียบ
“คนที่กำลังจะตาย ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก...” เขาหยุดจังหวะการเต้นรำลงกะทันหันในมุมอับของเสาโรมันขนาดใหญ่ “แต่เป็นความลับที่ท่านพยายามปิดตายมาตลอดต่างหากล่ะ เอเลน่า... เพราะในวินาทีที่แสงไฟจากโคมระย้าดวงนี้ดับลง ข้าจะเปิดโปงให้ทุกคนได้เห็นว่า... ท่านไม่ใช่เพียงคนเดียวที่ย้อนเวลากลับมาได้”
เอเลน่าตัวชาไปทั้งร่าง ดวงตามรกตเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อเห็นชายในหน้ากากอีกคนเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา ชายผู้นั้นมีใบหน้าละม้ายคล้ายกับคนรักเก่าที่ทรยศเธอในอดีตชาติอย่างไม่ผิดเพี้ยน—คนคนเดียวกับที่ควรจะตายไปตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว
ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นแล้ว และหมากกระดานนี้... ดูท่าจะอันตรายกว่าที่เธอคาดคิดไว้หลายเท่าตัวนัก
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับการเริ่มต้นเกมที่อันตรายกว่าเดิมในตอนถัดไปนะคะ! - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 4
พบเจอกันอีกครา
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!