เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 16

พลิกสถานการณ์

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"หลักฐานชิ้นนี้... ท่านดยุคออสวอลด์คิดว่ามันเพียงพอจะส่งข้าไปนอนเน่าในคุกใต้ดินของอาณาจักรได้จริงๆ หรือคะ?" เสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ เอเลน่า ฟอน วาเลนเซีย ยกถ้วยชาพอร์ซเลนลายครามขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมปลาบจับจ้องไปยังชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่ถูกเธอย้อนศรด้วยเอกสารบัญชีลับที่เขาอุตส่าห์ซ่อนไว้เสียดิบดี ดยุคออสวอลด์ตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนกาน้ำชาสั่นไหว "อย่ามาตีฝีปากกล้ากับข้า เอเลน่า! บัญชีส่วยที่เจ้าอ้างว่าเป็นของข้านั้นมันก็แค่เศษกระดาษที่เจ้าสร้างขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายขุนนางผู้จงรักภักดีต่อราชวงศ์!" เอเลน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น เธอวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันของถ้วยและจานรองเปรียบเสมือนจังหวะเคาะระฆังแห่งความพินาศที่เธอกำลังจะมอบให้เขา "จงรักภักดี? ท่านเรียกการยักยอกงบประมาณก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำในเขตการปกครองของตนเองเพื่อนำไปซื้อเครื่องประดับให้ภรรยาน้อยว่าความจงรักภักดีงั้นหรือคะ?" เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงเทียนในห้องรับรองกระทบกับดวงตาที่ดูเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "ท่านลืมไปแล้วหรือคะว่าในชาตินี้... ข้าไม่ใช่ 'ยัยนางร้าย' ที่เอาแต่กรีดร้องตามบทละครที่พวกท่านเขียนให้อีกต่อไปแล้ว" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที ดยุคออสวอลด์เบิกตากว้าง ความกลัวเริ่มเกาะกินใจเมื่อเห็นรอยยิ้มที่เหนือกว่าของหญิงสาวตรงหน้า เขาพยายามจะเรียกทหารองครักษ์ที่ยืนอยู่หน้าประตู แต่ทันใดนั้น ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักออกด้วยฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคง ผู้ที่ก้าวเข้ามาหาใช่ทหารของเขาไม่ แต่เป็นชายหนุ่มผู้มีกลิ่นอายอันตรายแผ่ออกมาจนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันตา ดยุคคาลอส กรานท์ ก้าวเข้ามาพร้อมแววตาที่เรียบเฉย หากแต่แฝงไปด้วยความคลั่งรักที่น่าขนลุก เขาเดินตรงไปยืนอยู่เบื้องหลังเอเลน่า มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้ของเธออย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะเหลือบมองดยุคออสวอลด์ด้วยสายตาประดุจมองมดปลวก "มีปัญหาอะไรให้ข้าช่วยตัดสินแทนกฎหมายของอาณาจักรไหมครับ... อ้อ ขออภัย ข้าลืมไปว่าในที่แห่งนี้ ข้าคือผู้กุมอำนาจที่แท้จริง" คาลอสกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเนื้อหาในคำพูดกลับกรีดลึกถึงกระดูกดำ ออสวอลด์พยายามจะพูด แต่ริมฝีปากเขากลับสั่นระริก "ท่านดยุคกรานท์... ท่านทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร! ท่านจะปกป้องนางร้ายที่ถูกตราหน้าว่าไร้ค่าผู้นี้เพียงเพราะความลุ่มหลงงั้นหรือ!" คาลอสไม่ตอบทันที เขาเพียงก้มลงกระซิบข้างใบหูของเอเลน่าจนเส้นผมของเธอไหวระริก ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มที่ไร้ความอบอุ่นให้คู่สนทนา "สำหรับข้า นางคือสมบัติที่มีค่าเกินกว่าที่คนชั้นต่ำเช่นท่านจะมาขีดเขียนบทบาทให้ได้ ดยุคออสวอลด์... ตราประทับบนเอกสารฉบับนี้ดูคุ้นตาไหม? อ้อ ใช่สิ มันคือตราประทับเดียวกับที่ท่านใช้สั่งปิดปากพยานที่ท่านเพิ่งจะ 'กำจัด' ทิ้งไปเมื่อสองวันก่อน" เอเลน่าคลี่ยิ้มกว้าง เธอหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้วเลื่อนไปบนโต๊ะ "นี่คือบันทึกความจำของพยานคนสุดท้ายที่ท่านเข้าใจว่าตายไปแล้ว แต่บังเอิญว่าเขาดันมีดวงแข็ง... และดันตื่นขึ้นมาเล่าความจริงให้ข้าฟังก่อนจะสิ้นลมหายใจ" ใบหน้าของดยุคออสวอลด์ถอดสีจนซีดเผือด เขารู้ดีว่าหากหลักฐานนี้ถึงมือพระราชา ชีวิตของเขาและตระกูลที่สั่งสมมานับร้อยปีจะมลายหายไปในพริบตา เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล มือสั่นเทาคว้าดาบข้างกายหวังจะใช้เป็นทางรอดสุดท้าย ทว่าคาลอสกลับเคลื่อนที่รวดเร็วดุจเงา เขาคว้าข้อมือของออสวอลด์ไว้ได้ก่อนที่ปลายดาบจะพ้นฝัก แรงบีบที่มหาศาลทำให้ดาบหล่นลงกับพื้นเสียงดังเคร้ง "ข้าไม่แนะนำให้ท่านทำเช่นนั้น" คาลอสกล่าวเสียงเรียบ "เพราะถ้าข้าบันดาลโทสะขึ้นมา... เกรงว่าตระกูลของท่านอาจจะหายไปจากแผนที่ของอาณาจักรภายในค่ำคืนนี้" เอเลน่าลุกขึ้นยืน จัดกระโปรงชุดให้เข้าที่อย่างสง่างาม เธอเดินไปหยุดตรงหน้าออสวอลด์ที่ทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง เธอโน้มตัวลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ท่านไม่ได้แพ้เพราะข้ามีไหวพริบมากกว่าหรอกนะคะออสวอลด์... ท่านแพ้เพราะท่านประเมินค่าของ 'ความโกรธแค้น' ของผู้หญิงที่ไม่มีอะไรจะเสียอย่างข้าต่ำเกินไปต่างหาก" ทว่าในจังหวะที่เอเลน่ากำลังจะสั่งให้ทหารนำตัวเขาส่งศาลหลวง เสียงฝีเท้าปริศนาอีกคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องรับรอง ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เอเลน่าต้องชะงักงัน เขาคือคนที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ บุคคลที่เป็นทั้งจุดเริ่มต้นและจุดจบของโศกนาฏกรรมในชาติที่แล้วของเธอ "ช่างเป็นการเจรจาที่น่าสนใจเสียจริง... ไม่คิดเลยว่า 'ยัยนางร้าย' ของข้าจะเติบโตขึ้นได้มากขนาดนี้" เขายกมือขึ้นทำความเคารพอย่างนอบน้อมที่ดูเสแสร้งก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เอเลน่าต้องกำหมัดแน่นจนสั่น "แต่ขออภัยด้วยนะที่รัก... การจับเขาไปตอนนี้ อาจจะทำให้แผนการใหญ่ของท่านพ่อที่ข้าเพิ่งได้รับมอบหมายมาต้องสะดุดลง... ท่านจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไรดีคะ?" คำพูดนั้นทำให้เอเลน่าตระหนักได้ทันทีว่าเกมที่เธอคิดว่าปิดฉากลงแล้ว แท้จริงเป็นเพียงการเริ่มก้าวเข้าสู่กับดักที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม... หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นและพร้อมจะลุยไปกับความลับที่เพิ่งเปิดเผยในตอนนี้กับเอวาลินน์นะคะ!
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%