เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 17

จูบแรกใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
“ท่านยุติความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ไม่ได้หรอกค่ะ ดยุคคาลอส... เพราะในเมื่อท่านเป็นผู้กุมหมากตานี้ไว้เองแต่แรก จะมาเรียกร้องหาความเห็นใจจาก ‘นางร้าย’ ที่ท่านสร้างขึ้นมากับมือตอนนี้ มันไม่สายไปหน่อยหรือคะ?” เอเลน่าเอ่ยประโยคที่แฝงไปด้วยคมมีดซ่อนเร้น เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาเข้มดุจพายุหมุนของบุรุษตรงหน้า ร่างระหงพิงแผ่นหลังเข้ากับระเบียงหินอ่อนเย็นเยียบของสวนหลวง แสงจันทร์คืนนี้สว่างจ้าจนดูเหมือนจะเปิดเปลือยทุกความลับที่ซุกซ่อนอยู่ในเงามืด ดยุคคาลอส กรานท์ ไม่ได้ขยับกายหนี เขากลับก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นอายจางๆ ของไม้สนป่าและอำนาจดิบเถื่อนที่เขามักจะกดทับไว้ภายใต้ชุดสูทเนี้ยบกริบ กลับแผ่ซ่านออกมาจนคนตัวเล็กกว่ารู้สึกถึงแรงกดดันที่ไม่ได้มาจากความน่ากลัว แต่มาจากความปรารถนาอันแรงกล้าที่เขากำลังพยายามสะกดกลั้นไว้ “คำว่า ‘นางร้าย’ สำหรับคุณ ดูเหมือนจะเป็นเพียงเกราะป้องกันชั้นดีที่ใช้ผลักไสทุกคนออกไปจากหัวใจที่แตกสลายสินะครับ เอเลน่า” เขาเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยอารมณ์บางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง “คุณบอกว่าผมเป็นคนสร้างคุณขึ้นมา แต่คุณลืมไปหรือเปล่า... ว่าการที่ผมเลือกสร้างคุณขึ้นมา ก็เพราะผมไม่เคยสายตาไปมองใครนอกจากคุณเลยสักครั้ง” เอเลน่าชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของเขา ความเย็นชาที่มักจะสวมใส่ดุจหน้ากากได้มลายหายไป เหลือเพียงความดิบเถื่อนของชายหนุ่มที่พร้อมจะทำลายทุกกำแพงที่ขวางกั้น “อย่ามาทำเป็นพูดจาหว่านล้อมเหมือนกำลังเล่นละครกับฉันเลยค่ะ” เธอพยายามดึงสติกลับมา หัวใจที่เคยสาบานว่าจะไม่มอบให้ใครอีกสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ “ฉันไม่ใช่เด็กสาวใสซื่อที่เชื่อในคำพูดหวานหูของพวกชนชั้นสูงอีกต่อไปแล้ว” “ผมไม่ได้กำลังหว่านล้อม” คาลาสเลื่อนมือขึ้นมาประคองใบหน้าของเธอ นิ้วหัวแม่มือสัมผัสเบาๆ ลงบนพวงแก้มเนียนนุ่ม สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่เปี่ยมด้วยความหมายที่ชัดเจนจนหัวใจของเอเลน่าเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก “ผมแค่กำลังบอกความจริง... ในฐานะชายคนหนึ่งที่กำลังจะสูญเสียการควบคุม เพราะคุณ” เขาก้มใบหน้าลงมา จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปากของเธอ เอเลน่าหลับตาลง ไม่ใช่เพื่อปฏิเสธ แต่เพื่อยอมรับความพ่ายแพ้ต่อแรงดึงดูดมหาศาลนี้ ท่ามกลางความเงียบงันของสวนกุหลาบราตรีที่ถูกแสงจันทร์อาบไล้จนเป็นสีเงินยวง ความห่างเหินทั้งหมดที่เคยสร้างมาได้พังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวประทับลงมา มันไม่ได้เริ่มด้วยความอ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศยึดครองและความกระหายที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน เขาจูบเธออย่างตักตวง ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความหอมของดอกไม้และความรู้สึกที่พุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ เอเลน่าปล่อยมือที่เคยเกร็งไว้ให้ตกลงข้างตัว ก่อนจะขยำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น เธอพบว่าตนเองกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงลึกที่เธอเคยพยายามหนีมาตลอด คาลอสผละออกเพียงเล็กน้อยเพื่อสบตาเธออีกครั้ง แววตานั้นคุกรุ่นไปด้วยความลุ่มหลงที่ไม่มีวันจบสิ้น “นี่คือเล่ห์เหลี่ยมที่คุณหมายถึงหรือเปล่า... การทำให้นักล่าอย่างผม กลายเป็นเพียงเหยื่อที่ยอมสยบแทบเท้าคุณตั้งแต่คืนแรกที่ได้พบกัน” เอเลน่าเม้มริมฝีปากที่บวมช้ำของเธอ สายตาของเธออ่อนแสงลงเหลือเพียงความเปราะบางที่น้อยคนนักจะได้เห็น “ถ้าท่านคิดว่านี่คือชัยชนะของท่าน... ท่านคิดผิดแล้วค่ะ คาลอส” เขากระตุกยิ้มมุมปาก นิ้วมือเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างเบามือ “ผมไม่ได้ต้องการชัยชนะจากคุณ เอเลน่า... ผมต้องการแค่ความจริง ว่าคุณเองก็รู้สึกเหมือนกับผม” ทว่า ในขณะที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่ของมันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังที่กระทบพื้นหินก็ดังแทรกขึ้นมาจากเงามืดด้านหลังกำแพงต้นสน ดาบประจำตำแหน่งที่กระทบกับชุดเกราะเบาของอัศวินหนุ่มผู้หนึ่งสะท้อนแสงจันทร์วาววับ คาลอสชะงักและเบนสายตาไปทางผู้มาใหม่ทันที ก่อนจะสบถออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนถึงขั้วหัวใจ “เจ้าชายรัชทายาท... ไม่คิดเลยว่าคืนนี้ท่านจะมีรสนิยมแอบดักฟังเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นในที่ลับตาคนเช่นนี้” ร่างสูงสง่าในชุดสีขาวบริสุทธิ์ของเจ้าชายก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นบัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นที่ปิดไม่มิด มือของเขาพาดอยู่บนด้ามดาบแน่นราวกับพร้อมจะชักออกมาทุกเมื่อ “ข้าไม่ได้มาเพื่อฟังเรื่องไร้สาระของพวกท่าน” เจ้าชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้ามาเพื่อนำตัว ‘คู่หมั้น’ ของข้ากลับไป... ก่อนที่นางจะแปดเปื้อนไปมากกว่านี้ด้วยน้ำมือของปีศาจอย่างเจ้า คาลอส!” เอเลน่าตัวแข็งทื่อเมื่อคำว่า ‘คู่หมั้น’ ถูกประกาศออกมาอย่างไม่เกรงใจ เธอรู้ดีว่านี่คือกับดักที่เธอเตรียมไว้เพื่อทำลายแผนการของราชวงศ์ แต่เธอไม่เคยคาดคิดว่ามันจะถูกหยิบยกมาใช้ในจังหวะที่หัวใจของเธอกำลังสั่นคลอนที่สุดเช่นนี้ ขอบคุณที่ติดตามบทเรียนแห่งเล่ห์รักนี้ไปกับเอวาลินน์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%