“คำว่า ‘คู่หมั้น’ ที่ท่านประกาศออกมา... มันไม่ใช่แค่การเมือง แต่มันคือการประกาศสงครามกับความอดทนของหม่อมฉันใช่หรือไม่คะ ดยุคคาลอส”
เอเลน่าเค้นเสียงถามท่ามกลางความเงียบงันที่ดังก้องอยู่ในห้องโถงจัดเลี้ยง เสียงแก้วคริสตัลที่สั่นไหวในมือของเธอสะท้อนแสงไฟระยับราวกับจะแตกสลาย เธอไม่ได้หันไปมองบุรุษร่างสูงที่ยืนอยู่เบื้องหลัง เพียงแค่รับรู้ถึงไอความร้อนจากร่างกายที่ขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาล
“สงครามหรือครับ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำของคาลอสแฝงความขบขันที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “สำหรับผม... มันคือการจองจำสิ่งที่ควรจะเป็นของผมมาตั้งแต่ต้นต่างหาก เอเลน่า”
มุมปากของเขาเหยียดยิ้มร้ายกาจ มือหนาเอื้อมไปแตะขอบแก้วในมือเธออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะหมุนมันช้าๆ ให้ของเหลวสีแดงฉานข้างในแกว่งไกวราวกับเลือด
ในมุมมืดของระเบียงทางเดิน ‘เซเลสเทีย’ หญิงสาวผู้เปรียบเสมือนแสงสว่างของอาณาจักร ตัวเอกของนิยายที่ใครต่างก็ยกย่องว่าไร้เดียงสา กำลังกำชายกระโปรงลูกไม้จนยับย่น ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความเกลียดชังที่ปิดไม่มิด เธอเฝ้ามองภาพนั้นด้วยลมหายใจที่ติดขัด
แผนการที่วางไว้ว่าจะเป็นผู้ที่ถูกเลือกในงานเต้นรำหน้า พังทลายลงเพราะสตรีที่ควรจะเป็นเพียง ‘ตัวร้าย’ ในเรื่องนี้กล้าหาญที่จะฉีกกฎเกณฑ์ทุกอย่างทิ้ง
เอเลน่าหันกลับมาเผชิญหน้ากับดยุค คล่องแคล่วและเยือกเย็น เธอไม่ปล่อยให้ความสั่นไหวในหัวใจเปิดเผยออกมา “ท่านกำลังเดิมพันด้วยชื่อเสียงของตระกูลเพื่อความพึงพอใจชั่วคราว ดยุคคาลอส ท่านฉลาดเกินกว่าจะทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้ เว้นเสียแต่ว่า...”
“เว้นเสียแต่ว่าผมจะไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมหน้าไหนทั้งนั้น” คาลอสแทรกขึ้น ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับต้องการจะกลืนกิน “แม้แต่คำสาปแช่งของโลกใบนี้ ก็ไม่อาจขวางทางผมได้”
ในจังหวะนั้นเอง เอเลน่าสัมผัสได้ถึงกระแสจิตมุ่งร้ายที่พุ่งตรงมาทางเธอ เธอไม่ได้หันไป แต่กลับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “ดูเหมือนจะมีแขกไม่ได้รับเชิญทนดูความรักของพวกเราไม่ไหวแล้วนะคะ”
เอเลน่าแสร้งทำเป็นเสียหลักเล็กน้อยขณะก้าวถอยหลัง ส่งสัญญาณให้เซเลสเทียที่ซุ่มอยู่เผยตัวออกมา และเป็นไปตามคาด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของหญิงสาวผู้พยายามรักษาภาพลักษณ์นางเอกเดินออกมาจากเงามืดด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว
“ท่านทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ!” เซเลสเทียตะโกนออกมา เสียงของเธอไม่ได้นุ่มนวลเหมือนในวันวาน หากแต่มันแหลมสูงด้วยความริษยา “เอเลน่า ฟอน วาเลนเซีย! ท่านหลอกล่อดยุคด้วยมนต์ดำอะไรกัน! ผู้หญิงต่ำต้อยที่ไร้ค่าอย่างท่านไม่คู่ควรกับตำแหน่งคู่หมั้นของเขา!”
เอเลน่าเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเสแสร้ง “ต่ำต้อย? ไร้ค่า? โถ... แม่สาวน้อยเซเลสเทีย ในนิยายที่เธอแต่งขึ้นในหัวน่ะ ฉันอาจจะเป็นนางร้ายที่ถูกกำจัดทิ้ง แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง... การที่เธอกรีดร้องเช่นนี้ มันทำให้ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำมัน ‘ได้ผล’ เกินคาดเลยล่ะ”
“แก!” เซเลสเทียพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบหน้าเอเลน่า ทว่าข้อมือของเธอถูกมือหนาของดยุคคาลอสคว้าไว้กลางอากาศ แรงบีบที่มหาศาลทำให้เซเลสเทียหน้าซีดเผือด
“อย่าได้แตะต้องสิ่งที่ผมหวงแหน” คาลอสกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาจนน่าขนลุก “เธอไม่ใช่นางเอกในละครหลังข่าวที่จะมาทำตัวไร้มารยาทในบ้านของผมได้”
เซเลสเทียหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาเบิกกว้าง “คุณก็แค่โดนคาถาควบคุมจิตใจ! สักวันหนึ่งคุณจะตาสว่างและเห็นว่ายัยนี่คือปีศาจ! มันเป็นคนฆ่าความสุขของทุกคน! มันไม่ใช่คน!”
“เธอต่างหากที่ฆ่าความสุขของตัวเอง” เอเลน่าก้าวเข้าไปหาช้าๆ แววตาของเธอว่างเปล่าและทรงพลัง “เธอหมกมุ่นกับบทบาทที่โลกขีดเขียนให้จนลืมไปว่า ตัวเธอเองก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกเดินในทางของตัวเอง ไม่ใช่ทางที่เธอคิดว่าเธอจะชนะคนอื่นเสมอไป”
เซเลสเทียสั่นเทาไปทั้งตัว เธอพยายามสะบัดมือออกแต่ไม่เป็นผล ในขณะที่เอเลน่าโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูหญิงสาวเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
“ความลับที่เธอซ่อนไว้ในห้องใต้ดินของโบสถ์... คิดหรือว่าฉันจะไม่รู้? เรื่องจดหมายฉบับนั้น... มันถึงเวลาต้องเปิดเผยให้โลกได้รับรู้แล้วล่ะค่ะ”
ใบหน้าของเซเลสเทียเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดเหมือนศพ แววตาของเธอสิ้นหวังและหวาดกลัวอย่างที่สุด เธอถอยหลังกรูดจนล้มลงไปกองกับพื้นห้องโถง ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อที่เริ่มหันมามองความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
คาลอสมองภาพนั้นด้วยความเฉยเมย เขาโอบเอวเอเลน่าเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ เอเลน่าแหงนหน้ามองเขา ก่อนจะพบว่าดวงตาของชายหนุ่มไม่ได้มองไปที่เซเลสเทียเลย แต่มองมาที่เธอด้วยความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องโถง ร่างของชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบทางการทหารที่ดูสง่างามก้าวเข้ามาพร้อมกับองครักษ์นับสิบ
“ฝ่าบาทส่งข้ามาเพื่อจับกุมตัว ‘ผู้ทรยศ’ ที่วางแผนสังหารรัชทายาทในงานเลี้ยงค่ำคืนนี้”
ชายผู้นั้นหยุดลงตรงหน้าของเอเลน่าและคาลอส ก่อนจะชี้ดาบยาวมาที่ปลายเท้าของเอเลน่า “เชิญตัวท่านหญิงเอเลน่า ฟอน วาเลนเซีย ไปกับเราด้วย... ท่านตกเป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏแผ่นดิน”
เอเลน่าตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะเธอเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากของเซเลสเทียที่กองอยู่บนพื้น และนั่น... คือจุดเริ่มต้นของกับดักที่แท้จริงที่เธอไม่เคยนึกฝันถึงมาก่อน
ค่ำคืนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และดูเหมือนว่าหมากรุกกระดานนี้ เอเลน่าอาจจะเป็นฝ่ายที่ถูกรุกฆาตเสียเอง
หวังว่าเนื้อหาในตอนนี้จะทำให้นักอ่านทุกท่านตื่นเต้นไปกับชะตากรรมของเอเลน่าจนแทบรอไม่ไหวที่จะอ่านตอนต่อไปนะคะ
ด้วยรักและขอบคุณจากใจจริง
เอวาลินน์ปลายพู่กันค่ะ
เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 18
คำสารภาพของศัตรู
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!