"หากเจ้ายังก้าวเท้าเข้ามาใกล้กว่านี้อีกเพียงนิ้วเดียว เลือดของเจ้าจะได้อาบพื้นห้องโถงนี้ก่อนที่จะได้เอ่ยชื่อของข้าด้วยซ้ำ"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ถูกกักขังดังก้องไปทั่วโถงทางเดินโอ่อ่าของคฤหาสน์วาเลนเซีย ดยุคคาลอส กรานท์ ไม่ได้ตะโกน แต่ความกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่กลับทำให้มหาดเล็กผู้โชคร้ายที่ถูกส่งมาลอบสังหารถึงกับทรุดเข่าลงด้วยความหวาดกลัว
เอเลน่า ฟอน วาเลนเซีย ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้เป็นดั่งโล่กำบังเพียงหนึ่งเดียวของเธอ ดวงตาสีไพลินของเธอจดจ้องไปยังไอสีดำประหลาดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นรอบปลายดาบของผู้บุกรุก พลังมืดแบบที่เธอเคยเห็นในความทรงจำชาติก่อน... พลังที่หมายจะพรากชีวิตเธอไปอย่างเลือดเย็น
"คาลอส... นั่นมันไม่ใช่ฝีมือของคนธรรมดา" เอเลน่ากระซิบ เสียงของเธอราบเรียบ แม้ในใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในอาณาเขตความปลอดภัยของเธอ
"ข้ารู้ เอเลน่า" คาลอสตอบกลับโดยไม่หันมามอง นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานวูบหนึ่งอย่างไม่อาจควบคุมได้ มือหนาที่ถือดาบประจำตระกูลสั่นไหวเล็กน้อยจากการพยายามสะกดกลั้นสัญชาตญาณดิบที่จะฉีกกระชากผู้บุกรุกให้เป็นชิ้นๆ "เจ้าจงถอยไปอยู่ในจุดที่ข้าปกป้องได้ถนัด ที่เหลือ... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ 'ปีศาจ' อย่างข้าเถอะ"
เธอมองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ในชาติก่อน เธอถูกทอดทิ้งให้เผชิญความตายเพียงลำพัง ท่ามกลางความเย็นชาของโลกที่เมินเฉยต่อเสียงกรีดร้อง แต่ในวันนี้ ชายผู้ที่ผู้คนต่างหวาดกลัวที่สุดในอาณาจักรกลับยอมแลกทุกอย่างเพื่อขวางกั้นความตายไว้ให้เธอ
ชายคนนั้น—ผู้บุกรุกที่ไร้ใบหน้า พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ คมดาบอาบยาพิษมืดกรีดอากาศหวีดหวิวหมายเข้าที่จุดตายของเอเลน่า ทว่าคาลอสกลับเคลื่อนไหวเร็วกว่า เขาไม่ได้ใช้อาวุธ แต่ใช้เพียงมือเปล่าที่อาบไปด้วยละอองพลังสีดำสนิทคว้าจับคมดาบนั้นไว้ด้วยความแรงจนเหล็กกล้าบิดเบี้ยว
"เจ้ากล้าดียังไง... ถึงคิดจะแตะต้องสิ่งที่ข้าหวงแหนที่สุด"
น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบถึงกระดูก คาลอสออกแรงบีบจนอาวุธในมือผู้บุกรุกแตกกระจายกลายเป็นเศษผง เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ร่างของผู้บุกรุกก็กระเด็นไปกระแทกกับกำแพงหินจนสั่นสะเทือน เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาจากปากของชายชุดดำ แต่เขากลับหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง
"ดยุคผู้สูงศักดิ์... ท่านหลงรักยัยนางร้ายที่โลกเกลียดชังคนนี้จริงๆ งั้นหรือ? น่าสมเพช... ท่านก็รู้ว่าสายใยที่ท่านสร้างขึ้นมานี้ มันจะพันธนาการท่านไว้จนดับสูญ!"
เอเลน่าก้าวออกมาข้างหน้า ดวงตาของเธอฉายแววเฉียบคมดุจใบมีด เธอไม่ยอมให้ใครมาดูแคลนความรู้สึกของชายที่ปกป้องเธอ "สายใยที่เขาถักทอ... มันไม่ใช่โซ่ตรวนที่พันธนาการหรอกค่ะ แต่มันคือป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้"
เธอก้าวเดินเข้าไปหาชายชุดดำที่กำลังสิ้นใจ พร้อมกับกดปลายรองเท้าลงบนอกของเขา "บอกมาว่าใครส่งเจ้ามา หรือจะให้ข้าสั่งให้เขาทรมานเจ้าจนกว่าจะลืมวิธีหายใจไปชั่วกัลปาวสาน"
ทว่าก่อนที่ชายผู้นั้นจะทันได้เอ่ยชื่อผู้บุกเบิกแผนการ ดวงตาของเขาก็เบิกโพลง ร่างกายเริ่มบิดเบี้ยวและสลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีเทาในพริบตา เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำมะถันที่ตลบอบอวล
คาลอสรีบหันกลับมาคว้าตัวเอเลน่าเข้าสู่อ้อมกอด กลิ่นอายบุรุษที่อบอุ่นและปลอดภัยทำให้อารมณ์ของเธอสงบลงอย่างประหลาด เขาซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของเธอ ลมหายใจหอบถี่ของเขาสัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม
"เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?" เขากระซิบถาม ย้ำแล้วย้ำอีกราวกับคนขวัญเสีย
"ข้าไม่เป็นไรค่ะคาลอส" เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความกังวลนั้น แววตาของเขามีเพียงเธอคนเดียวเสมอมา "แต่ข้าสงสัย... ทำไมต้องเป็นตอนนี้? และทำไมถึงเป็นคนของกลุ่ม 'เงาสีชาด'?"
คาลอสชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงเธอกระชับเข้ามาแน่นขึ้น สายตาของเขาเหลือบมองไปยังระเบียงห้องที่ว่างเปล่า ทว่าที่มุมมืดนั้น กลับมีเศษจดหมายชิ้นหนึ่งวางอยู่... จดหมายที่ประทับตราประหลาดซึ่งทำให้หัวใจของเอเลน่าร่วงหล่นไปถึงตาตุ่ม
มันคือตราประจำตระกูลที่ควรจะสูญสิ้นไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน... ตระกูลของมารดาที่แท้จริงของเธอ
"เอเลน่า... ดูเหมือนว่าอดีตที่เจ้าพยายามจะฝังกลบ กำลังจะลุกขึ้นมาจากหลุมศพเพื่อทวงคืนทุกอย่างที่เจ้ามี" คาลอสเอ่ยเสียงเครียด "รวมถึงตัวของเจ้าด้วย"
เขารีบคว้าจดหมายนั้นขึ้นมาเปิดอ่านทันที แต่นัยน์ตาของเขากลับเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนมือสั่น เอเลน่านิ่งค้างไปเมื่อเห็นข้อความในจดหมายนั้น... ไม่ใช่คำขู่ ไม่ใช่คำสาปแช่ง แต่เป็นชื่อของคนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่ชาติที่แล้ว
*‘ลูกรัก... แม่รอวันที่เจ้าจะกลับมาทำลายโลกใบนี้ร่วมกับแม่ ในวันที่ความมืดมิดครอบคลุมทุกอาณาจักร’*
ในวินาทีนั้น เสียงฝีเท้าของทหารนับร้อยก็ดังขึ้นจากภายนอกล้อมรอบคฤหาสน์ไว้ทุกทิศทาง พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ทำให้ทั้งคู่ต้องสะดุ้ง "ดยุคคาลอส กรานท์! ท่านถูกกล่าวหาว่าซ่องสุมกำลังและกบฏต่อราชบัลลังก์ จงมอบตัวเลดี้เอเลน่าให้แก่เราเดี๋ยวนี้!"
ทุกอย่างที่สร้างมา... กำลังจะพังทลายลงภายในพริบตาเดียว
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นและลุ้นระทึกไปกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่กำลังจะมาถึงในตอนหน้านะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเอเลน่านะคะ!
เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 40
สายใยที่พันธนาการ
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!