เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 33

แผนลวงซ้อนแผน

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"ถ้าท่านคิดจะใช้คนโง่ให้ทำงานใหญ่ สิ่งแรกที่ต้องตระหนักคือความโง่เขลานั้นมักจะย้อนกลับมาทิ่มแทงมือผู้ถือเสมอค่ะ" เอเลน่า ฟอน วาเลนเซีย เอ่ยประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวของนางจรดลงบนถ้วยชาพอร์ซเลนราคาแพง ลวดลายดอกกุหลาบสีเลือดบนถ้วยดูราวกับจะขยับเขยื้อนได้ตามจังหวะชีพจรของนาง หญิงสาวไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่ตรงข้าม แต่มองไปยังจดหมายฉบับหนึ่งที่ถูกวางไว้บนโต๊ะหินอ่อน ใจความในนั้นคือหลักฐานการยักยอกเงินกองคลังของตระกูลไวเคานต์ที่เลดี้เซเลสเต้—นางร้ายผู้โง่เขลาในสายตาเอเลน่า—เป็นผู้ลงมือจัดการด้วยตัวเอง "แต่คุณหนูเอเลน่าคะ... ถ้าเซเลสเต้รู้ว่าข้าเป็นคนเอาหลักฐานนี้มาให้ท่าน ข้าต้องถูกเนรเทศแน่ๆ" ชายวัยกลางคนผู้รับใช้ใกล้ชิดของเซเลสเต้โพล่งขึ้นมา ดวงตาของเขาฉายแววหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด เอเลน่าละสายตาจากถ้วยชาขึ้นมองอีกฝ่าย นัยน์ตาสีอเมทิสต์ของนางเยือกเย็นดุจน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย "ในโลกนี้ไม่มีความลับที่ไร้ราคาค่ะ ถ้าท่านกลัวการถูกเนรเทศ ก็จงเลือกเอาว่า จะรอกินยาพิษในห้องนอนของตนเอง หรือจะเลือกถือถุงทองคำนี้แล้วหายตัวไปก่อนที่เซเลสเต้จะรู้ตัวว่านางกำลังถูกบีบให้จนมุม" นางขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่สวยงามทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่น ชายผู้นั้นหน้าซีดเผือดก่อนจะรีบคว้าถุงผ้ากำมะหยี่ที่นางเลื่อนไปให้แล้วถอยกรูออกไปจากห้องลับด้วยความลนลาน ทันทีที่เสียงฝีเท้าจางหายไป ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมบรรยากาศในห้อง แต่เพียงครู่เดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์อันเป็นเอกลักษณ์ก็ลอยมาแตะจมูก พร้อมกับสัมผัสหนักแน่นที่โอบล้อมรอบเอวบางของเอเลน่าจากด้านหลัง "หมากตัวนี้ดูจะทำให้เธอเหนื่อยไม่น้อยเลยนะ เอเลน่า" เสียงทุ้มต่ำดังก้องข้างใบหู ดยุคคาลอส กรานท์ ซุกหน้าลงกับกลุ่มผมของนาง อ้อมกอดของเขารุนแรงและแสดงความเป็นเจ้าของจนน่าอึดอัด แต่สำหรับเอเลน่า มันกลับเป็นเพียงความเคยชิน "เหนื่อยสิคะ การจะทำให้ศัตรูสองคนหันมาฆ่ากันเองโดยที่เราไม่ต้องเปื้อนเลือดน่ะ มันต้องใช้ความประณีตมากกว่าการใช้ดาบเยอะเลย" นางเอนหลังพิงแผงอกกว้างของเขาอย่างผ่อนคลาย "เซเลสเต้คิดว่านางถือไพ่เหนือกว่า เพราะนางกุมความลับเรื่องการค้าอาวุธเถื่อนของตระกูลดัสตินไว้ แต่สิ่งที่นางไม่รู้คือ... ฉันได้แก้ไขบันทึกเหล่านั้นให้พุ่งเป้าไปที่การทรยศต่อองค์จักรพรรดิแทน" คาลอสหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่สั่นสะเทือนถึงแผ่นหลังของหญิงสาว "เจ้าเล่ห์นักนะ... ถ้าพวกดัสตินรู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการปล่อยข้อมูลเท็จนี้ พวกมันคงไม่ปล่อยเธอไว้แน่" "ก็เพราะแบบนั้นไงคะ ถึงต้องเป็นหน้าที่ของท่าน... ดยุคผู้มีอำนาจล้นฟ้า" เอเลน่าหันกลับมาสบตากับดวงตาสีดำสนิทดุจเหวนรกของเขา "ถ้าหากคืนนี้ ตระกูลดัสตินบุกไปที่คฤหาสน์ของเซเลสเต้เพราะเข้าใจผิดว่านางหักหลังพวกมัน และเกิดการปะทะกันจนมีคนตาย... ข่าวนี้จะกลายเป็นไฟลามทุ่งที่ไม่มีใครหยุดได้" "แล้วเธอจะได้อะไรจากการที่พวกมันย่อยยับไปทั้งคู่?" คาลอสถามพลางเกลี่ยเส้นผมออกจากแก้มของนาง ปลายนิ้วของเขาซุกซนไล้ไปตามลำคอระหง "ได้พื้นที่ว่างในอาณาจักรไงคะ" เอเลน่าตอบเสียงเรียบ "ที่ที่ไม่มีพวกตัวประกอบคอยขัดขวางแผนการของฉัน... และที่ที่ท่านจะสามารถกอดฉันได้โดยไม่ต้องระแวงว่าใครจะเห็น" คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของคาลอสวาวโรจน์ด้วยความคลั่งไคล้ เขาบีบข้อมือนางเบาๆ แต่หนักแน่นราวกับจะฝังรอยไว้ใต้ผิวหนัง "เธอรู้ตัวไหมเอเลน่า ว่าเธอน่าหลงใหลจนฉันแทบอยากจะขังเธอไว้ในกรงทอง... ไม่ให้ใครได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้อีกเลย" "ถ้าท่านทำแบบนั้น ท่านจะไม่ได้เห็นสิ่งที่ฉันกำลังจะทำต่อจากนี้หรอกค่ะ" เอเลน่าเอ่ยพลางเอื้อมมือไปหยิบจดหมายอีกฉบับที่ซ่อนไว้ใต้ถาดชา "จดหมายฉบับนี้ส่งถึงองค์ชายรัชทายาท เป็นจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของเซเลสเต้ที่ฉันปลอมขึ้นมา... เนื้อหาบอกเล่าถึงแผนการของตระกูลดัสตินที่จะทำรัฐประหารในงานเลี้ยงเต้นรำคืนพรุ่งนี้" คาลอสชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้าง "แผนลวงซ้อนแผน... เธอไม่ได้แค่ต้องการให้พวกมันตีกันเอง แต่เธอต้องการกำจัดพวกมันทั้งหมดด้วยมือของราชวงศ์" "ถูกต้องค่ะ... พรุ่งนี้ในงานเต้นรำ จะเป็นวันที่ทุกคนต้องล่มสลาย" ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับแผนการอันหอมหวาน เสียงเคาะประตูห้องลับก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและหนักแน่นผิดปกติ เอเลน่าขมวดคิ้วแน่นเพราะนี่ไม่ใช่เวลาที่คนของนางควรจะมาปรากฏตัว คาลอสผละออกห่างจากนางทันที มือของเขาเลื่อนไปแตะที่ด้ามดาบข้างกายด้วยสัญชาตญาณนักรบ ประตูไม้โอ๊กบานหนักถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นร่างขององครักษ์ส่วนตัวที่ดูเหมือนเพิ่งผ่านการต่อสู้มา ใบหน้าของเขามีรอยแผลสดใหม่และเลือดที่ไหลซึมออกมาจากหัวไหล่ "ท่านดยุค... คุณหนูครับ! มีคนบุกเข้ามาในคฤหาสน์! พวกมันไม่ใช่คนของดัสติน... และไม่ใช่คนของเซเลสเต้!" เอเลน่าลุกขึ้นยืนช้าๆ ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังเมื่อนางเห็นตราสัญลักษณ์ที่ปักอยู่บนเสื้อขององครักษ์ที่ตายอยู่เบื้องหลังอีกคน นั่นไม่ใช่ตราของตระกูลใดในราชอาณาจักร แต่มันคือตราประทับของ 'สมาคมเงามืด' ที่หายสาบสูญไปนานกว่าทศวรรษ "พวกมันรู้ได้อย่างไร..." เอเลน่าพึมพำด้วยเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย "ดูเหมือนว่า... สิ่งที่เธอวางแผนไว้ จะมีคนมองเห็นมันมาตั้งแต่ต้นแล้วนะ เอเลน่า" คาลอสเอ่ยพร้อมกับดึงนางเข้ามาหลบหลังแผ่นหลังกว้าง ในขณะที่เสียงฝีเท้าของคนนับสิบดังกึกก้องไปทั่วโถงทางเดินชั้นนอก และเสียงหัวเราะเย็นเยียบของผู้ที่คาดไม่ถึงก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท "แผนลวงซ้อนแผนน่ะ... มันสนุกดีนะ แต่ว่านางร้ายตัวน้อยอย่างเจ้า... ลืมไปหรือเปล่าว่ายังมี 'ตัวจริง' ที่ยืนดูอยู่บนยอดหอคอยเสมอ" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเล่ห์กลอันมืดมิดครั้งนี้ไปกับเอวาลินน์นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%