ปลายมีดสั้นอาบแสงจันทร์เย็นเยียบจ่อชิดแผ่นหลังกว้างของดยุคหนุ่มจนแทบจะสัมผัสถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาจากคมเงินบริสุทธิ์ ทว่าคาลอสกลับไม่แม้แต่จะขยับกาย เขายืนนิ่งดั่งรูปสลักหินอ่อน ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนแทบหยุดหายใจในห้องโถงลับใต้ดิน
"ท่านดูมั่นใจเหลือเกินนะคะ ดยุคกรานท์" เอเลน่ากระซิบชิดใบหูของเขา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่สีดำที่นางใช้พรมกายตัดกับกลิ่นอายบุรุษเพศของเขาอย่างน่าประหลาด "หรือท่านแค่อยากจะทดสอบว่า... มือของข้ามันสั่นจนพลาดเป้าหรือไม่"
คาลอสค่อยๆ หมุนตัวกลับมาช้าๆ อย่างเชื่องช้าจนปลายมีดนั้นครูดผ่านเนื้อผ้าไหมราคาแพงของเขาไปเล็กน้อย ดวงตาสีรัตติกาลลึกล้ำของเขาไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากลับยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
"ผมไม่ได้ทดสอบว่าคุณจะพลาดหรือไม่ เอเลน่า" เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นสะท้อนอยู่ในอก "แต่ผมกำลังดูว่า... คุณจะกล้าลงมือจริงๆ หรือเปล่า เมื่อรู้ว่าสิ่งที่อยู่หลังมีดเล่มนั้นคือหัวใจที่เต้นเพื่อคุณเพียงคนเดียว"
เอเลน่าหรี่ตาลง ประกายตาของนางวูบไหวเพียงครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามแบบฉบับนางร้ายที่โลกเมิน นางไม่ใช่สตรีที่จะพ่ายแพ้ต่อคำหวานหูของปีศาจ ในเมื่อสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องประลองฝีมือเพื่อพิสูจน์ความสามารถต่อหน้าเหล่าศัตรูที่เฝ้ามองจากความมืด นางจึงตัดสินใจกระชากมีดออกแล้วพุ่งตัวสวนกลับด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์
คมมีดกรีดผ่านอากาศเกิดเสียงหวีดหวิว เอเลน่าพลิกตัวกลางอากาศราวกับผีเสื้อกลางคืนที่ร่ายรำท่ามกลางพายุฝน นางไม่ได้พุ่งเป้าไปที่จุดตาย แต่เป็นการ 'ปลดอาวุธ' อย่างแม่นยำ ทั้งกระบวนท่า การเคลื่อนไหว และการอ่านทิศทางของคู่ต่อสู้ ล้วนเป็นสิ่งที่นางฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงในชาติที่แล้ว... ชาติที่นางต้องเอาตัวรอดจากคมดาบของพี่น้องที่หักหลัง
คาลอสขยับหลบได้ทันท่วงที แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าความเร็วของสตรีตรงหน้าพัฒนาขึ้นจนน่าตกใจ เขาปัดป้องมีดสั้นเล่มนั้นด้วยถุงมือหนังเนื้อหนา ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวของนางไว้มั่น
"รุนแรงเกินไปแล้วนะครับ" เขาพึมพำขณะดึงตัวนางเข้าหา แรงปะทะทำให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
"ปล่อยข้า" เอเลน่าคำรามต่ำ นางใช้เข่ากระแทกเข้าที่หน้าขาของเขาอย่างแรงตามสัญชาตญาณ แต่คาลอสกลับรับแรงนั้นไว้ได้ราวกับเป็นเพียงการหยอกล้อ เขาบิดข้อมือนางเบาๆ บังคับให้นางทิ้งอาวุธลงบนพื้นหินจนเกิดเสียงก้องกังวาน
"ฝีมือของคุณไม่เลวเลย" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นชมที่ปนไปด้วยความกระหาย "แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง เอเลน่า... การต่อสู้ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วหรือความแข็งแกร่ง แต่มันคือเรื่องของ 'ความไว้ใจ'"
"ความไว้ใจ?" เอเลน่าแค่นหัวเราะ หยาดเหงื่อซึมตามไรผมขาวละเอียดของนาง "ในโลกนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับคำว่าไว้ใจหรอกค่ะ มีเพียงผู้ชนะกับผู้แพ้ และคืนนี้... ข้าตั้งใจจะเป็นผู้ชนะ"
นางอาศัยจังหวะที่เขาเผลอ ใช้เท้าเกี่ยวขาของดยุคหนุ่มจนเสียหลัก ทั้งคู่ล้มลงไปบนพื้นหินแข็ง เอเลน่าพลิกตัวขึ้นคร่อมเขาไว้ได้ในชั่วพริบตา มือเรียวเล็บบีบเข้าที่ลำคอของชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในจักรวรรดิ สายตาของนางดุดันและเย็นชาประดุจน้ำแข็งขั้วโลก
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แสงไฟจากคบเพลิงบนผนังก็ดับพรึบลงโดยพร้อมเพรียงกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องโถงจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนเริ่มดังก้องออกมาจากเงามืดรอบด้าน
คาลอสที่อยู่ใต้ร่างของนางไม่ได้ดิ้นรน เขากลับวางมือหนาลงบนเอวของเอเลน่าอย่างแผ่วเบา เสียงกระซิบของเขาแฝงไปด้วยความกังวลที่หายากยิ่ง "ดูเหมือนว่าจะมี 'แขกไม่ได้รับเชิญ' มาเพิ่มนะ เอเลน่า... และดูท่าทางว่าพวกเขาไม่ได้มาเพื่อชื่นชมการประลองของเราแน่"
เอเลน่าชะงัก สายตาที่เคยจ้องมองเขาด้วยความโกรธแค้นเปลี่ยนเป็นความเฉลียวฉลาดที่ตื่นตัว นางรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่พุ่งเป้ามายังพวกเขาจากทิศทางที่ต่างกันออกไปหลายจุด เสียงคมดาบที่ชักออกจากฝักดังกังวานไปทั่วบริเวณ
"ท่านล่อให้ข้ามาที่นี่ เพื่อติดกับดักของพวกมันหรือคะ คาลอส?" เอเลน่าถามพลางกวาดสายตามองในความมืด นางรู้ดีว่าหากต้องรับมือกับนักฆ่าพวกนี้พร้อมกับการต้องระวังหลังให้ชายที่นางเพิ่งจะลงมือทำร้าย... มันคือสถานการณ์ที่แทบไม่มีโอกาสรอด
"ถ้าผมอยากกำจัดคุณ ผมคงไม่ใช้เวลานานขนาดนี้" คาลอสขยับตัวลุกขึ้นยืนพลางดึงเอเลน่ามาไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว เขากดสวิตช์ลับบนแหวนที่นิ้วมือ บังคับให้พื้นหินใต้ฝ่าเท้าเริ่มแยกออกเผยให้เห็นทางลงลับที่ลึกยิ่งกว่าเดิม "แต่เชื่อผมเถอะ... สิ่งที่กำลังจะก้าวออกมาจากเงามืดนั้น คือคนที่คุณรู้จักดีที่สุด"
บุคคลลึกลับภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงา แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านช่องเพดานฉายให้เห็นปลายรองเท้าบูทคู่คุ้นตา... คู่ที่เอเลน่าเห็นเป็นคนสุดท้ายในชาติก่อน ก่อนที่ชีวิตของนางจะดับสูญลงด้วยน้ำมือของ 'บุคคลผู้เป็นที่รักที่สุด' ในอดีต!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเอวาลินน์ปลายพู่กันนะคะ หวังว่าตอนนี้น่าจะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นรัวได้ไม่มากก็น้อยค่ะ
เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 29
การประลองฝีมือ
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!