“หากท่านคิดว่าการลดราคาเพียงสิบเปอร์เซ็นต์จะทำให้ ‘วาเลนเซียการค้า’ ยอมคุกเข่าต่อหน้าสมาคมพ่อค้าอิสระได้... ท่านคงต้องไปศึกษาเรื่องกลยุทธ์การตลาดเสียใหม่นะคะ ท่านเคานต์มอร์แกน”
เสียงของเอเลน่าราบเรียบ ทว่าก้องกังวานอยู่ในห้องโถงรับรองส่วนตัวที่ประดับประดาด้วยศิลปะสไตล์บารอก เธอวางถ้วยชาพอร์ซเลนราคาแพงลงบนจานรองเสียงดังกริ๊กเบาๆ หากแต่มันกลับฟังดูเหมือนเสียงดาบที่ถูกชักออกจากฝักในความรู้สึกของบุรุษวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม
เคานต์มอร์แกนเหงื่อซึมตามไรผม เขาพยายามยืดตัวตรงเพื่อรักษาท่าทีของขุนนางชั้นสูง “ท่านเอเลน่า... การผูกขาดเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือของท่านมันทำลายโอกาสของพ่อค้าตาดำๆ ท่านไม่คิดว่ามันจะเกินไปหน่อยหรือ?”
เอเลน่าคลี่ยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาสีอเมทิสต์ของเธอหรี่ลงเล็กน้อยราวกับนักล่าที่กำลังเฝ้าดูเหยื่อขยับตัวเข้าสู่กับดัก “ตาดำๆ อย่างนั้นหรือคะ? ดิฉันเห็นแต่เพียงพวกท่านที่พยายามโก่งราคาวัตถุดิบทำเครื่องหอม เพื่อกักตุนสินค้าไว้ขายให้ราชสำนักในราคาแพงหูฉี่... น่าสมเพชนะคะที่คิดว่ากลวิธีตื้นเขินเช่นนี้จะผ่านสายตาของคนอย่างดิฉันไปได้”
เธอลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างบานสูงใหญ่ มองลงไปยังท่าเรือของตระกูลวาเลนเซียที่ตอนนี้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าของอาณาจักรไปแล้ว เอเลน่าไม่ได้แค่สร้างธุรกิจ เธอสร้างอาณาจักรที่แม้แต่กษัตริย์ยังต้องเกรงใจ
“ท่านมีเวลาถึงเที่ยงวันพรุ่งนี้ที่จะลงนามในสัญญาหุ้นส่วนใหม่... หรือไม่เช่นนั้น หุ้นของสมาคมท่านในตลาดหลักทรัพย์จะกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ค่าภายในชั่วข้ามคืน”
“ท่านมันปีศาจ!” เคานต์มอร์แกนตวาดลั่นก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไปอย่างหัวเสีย
เอเลน่ายืนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเสียงประตูห้องปิดลง แรงกดดันรอบตัวที่เคยหนักอึ้งผ่อนคลายลงชั่วขณะ เธอถอนหายใจยาว แผ่นหลังที่เคยตั้งตรงตึงเครียดอ่อนลงเล็กน้อย แสงสลัวจากเทียนไขในห้องสะท้อนใบหน้าด้านข้างที่ดูเปราะบางในยามที่ไม่มีผู้คน
“เป็นวิธีเจรจาที่ดุดันไม่เปลี่ยนเลยนะ... ที่รัก”
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง ดยุคคาลอส กรานท์ ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้อง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของเขาดูน่าเกรงขามจนอากาศรอบข้างดูจะหนาแน่นขึ้น เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้ก่อนจะวางมือหนาลงบนไหล่บางของเอเลน่าอย่างแผ่วเบา สัมผัสของเขาราวกับมีกระแสไฟที่ทำให้เธอต้องสะดุ้งเล็กน้อย
“คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” เอเลน่าถามพลางเอียงศีรษะพิงมือเขาโดยสัญชาตญาณ
“ตั้งแต่ตอนที่คุณเรียกมันว่า ‘กลวิธีตื้นเขิน’” คาลอสหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโน้มตัวลงมาแนบชิดที่ข้างหู กลิ่นอายหอมจางๆ แบบเครื่องเทศและถ่านไม้จากตัวเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “ผมชอบเวลาคุณทำหน้าหยิ่งผยองแบบนี้ที่สุด มันทำให้ผมอยากจะ... ล็อกคุณไว้ในห้องนี้ไม่ให้ใครได้เห็นอีก”
“เรากำลังอยู่ในช่วงขยายฐานอำนาจนะคะคาลอส อย่าทำให้ฉันเสียสมาธิ” เธอพยายามขยับตัวหนี แต่คาลอสกลับรั้งเอวเธอไว้แน่นขึ้น
“อำนาจของคุณเติบโตจนคนทั้งอาณาจักรต้องก้มหัวให้แล้ว แต่ดูเหมือนคุณจะลืมไปอย่างหนึ่ง...” คาลอสพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า สายตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนแบบชายหนุ่มทั่วไป แต่มันคือความคลั่งรักที่ร้อนแรงและบ้าคลั่ง “คุณลืมไปว่าอำนาจที่แท้จริงน่ะ คือการมี ‘เขา’ ที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างเพื่อคุณ... ไม่ใช่แค่ธุรกิจ”
เอเลน่าสบตากับเขาในระยะประชิด ความฉลาดปราดเปรื่องในหัวของเธอเหมือนจะหยุดทำงานชั่วขณะ ความรู้สึกที่เคยถูกกดทับด้วยความแค้นในอดีตเริ่มถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่คาลอสมอบให้
“หากฉันสั่งให้คุณกวาดล้างสมาคมพ่อค้านั่นทิ้งเสียตอนนี้ คุณจะทำไหมคะ?” เธอถามหยั่งเชิง
คาลอสไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแตะกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินบนใบหน้าของเธอ “ถ้ามันคือความต้องการของคุณ แม้แต่เลือดของพวกมันก็จะไม่ทำให้มือคุณเปื้อน... ผมจะจัดการเองทั้งหมด”
บรรยากาศในห้องเงียบเชียบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของทั้งสอง ก่อนที่เอเลน่าจะทันได้ตอบรับ ความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและดูตื่นตระหนก
*ปัง! ปัง! ปัง!*
“ท่านเอเลน่าคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!” เสียงของเอลซ่า สาวใช้คนสนิทดังลอดเข้ามาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข่าวลือเรื่องการทุจริตในเส้นทางการค้าทางเหนือ... มัน... มันหลุดออกมาจากจดหมายตราประทับของตระกูลวาเลนเซียค่ะ!”
เอเลน่าเบิกตากว้าง คาลอสที่เคยผ่อนคลายเมื่อครู่กลับดึงตัวเธอไปหลบด้านหลังทันที สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นแววตาสีแดงฉานประดุจสัตว์ร้ายที่กำลังเดือดดาล
เธอมองไปยังโต๊ะทำงานของตนเอง จดหมายฉบับหนึ่งถูกวางทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยวบนโต๊ะ ตราประทับขี้ผึ้งสีแดงเลือดนกนั้น... คือตราประจำตัวของเธอที่เธอแน่ใจว่าเก็บไว้ในลิ้นชักที่ล็อกกุญแจไว้อย่างดีเสมอ
ทว่าในวินาทีที่เธอก้าวเดินเข้าไปใกล้จดหมายฉบับนั้น ความเย็นวาบก็แล่นผ่านสันหลัง เมื่อเห็นว่ามีลายเซ็นที่เธอไม่เคยเขียนกำกับไว้ที่ท้ายกระดาษ—มันเป็นลายมือของคนที่ตายไปแล้วตั้งแต่องก์แรกของชีวิตเธอ
“เอเลน่า...” คาลอสเรียกเธอเสียงต่ำ “อย่าเพิ่งจับมัน”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเอวาลินน์ปลายพู่กันในตอนที่เข้มข้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 24
อิทธิพลที่เติบใหญ่
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!