“เอเลน่า...” คาลอสเรียกเธอเสียงต่ำ “อย่าเพิ่งจับมัน”
เสียงของเขาราวกับเกลียวคลื่นที่ซัดเข้าหาโขดหิน เงียบเชียบ ทว่าหนักแน่นจนน่าใจหาย เอเลน่าชะงักปลายนิ้วที่กำลังจะสัมผัสกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มบนโต๊ะน้ำชา กล่องที่ควรจะมีแค่เครื่องประดับชิ้นงามที่ส่งมาโดยไร้ชื่อผู้ส่ง แต่นัยน์ตาสีรัตติกาลของดยุคหนุ่มที่จ้องมองมานั้นกลับแฝงไปด้วยความระแวดระวังชนิดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“ท่านคาลอสดูเคร่งเครียดไปหน่อยไหมคะ?” เธอแสร้งหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชักมือกลับมาประสานกันไว้ที่หน้าตักอย่างนิ่งสนิท “หรือว่านี่คือของขวัญที่ท่านหมายตาจะมอบให้สตรีอื่น แต่ดันส่งมาผิดบ้านกันล่ะ?”
คาลอสไม่ตอบ เขาเพียงแค่ก้าวเข้ามาประชิด กลิ่นอายของไม้สนซีดาร์และหยาดฝนที่ติดตัวเขามาทำให้บรรยากาศในห้องรับรองดูแคบลงถนัดตา เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอ ความอบอุ่นจากลมหายใจทำให้เอเลน่าขนลุกเกรียว “ของที่ไม่มีที่มา... มักจะมาพร้อมกับคำสาปที่อาบยาพิษเสมอ และผมไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง ‘ของของผม’ แม้แต่ปลายเล็บ”
ประโยคสุดท้ายของเขาเหมือนคำประกาศิต ทว่าก่อนที่เอเลน่าจะได้โต้ตอบ ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักออกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าหนังขัดมันกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน ก่อนที่ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบทหารชั้นสูงสีขาวสะอาดตาจะปรากฏกายขึ้น ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มที่ผู้คนหลงใหลในงานเลี้ยงเต้นรำ บัดนี้กลับดูจืดชืดและบิดเบี้ยวด้วยความถือดี
“ขออภัยที่เสียมารยาทนะ เอเลน่า แต่ดูเหมือนว่าที่นี่กำลังมีบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์น้อยไปหน่อยหรือเปล่า?”
องค์ชายรัชทายาทเอ็ดเวิร์ดก้าวเข้ามาโดยไม่รอการเชื้อเชิญ ดวงตาสีฟ้าครามของเขากวาดมองคาลอสด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง ก่อนจะหยุดลงที่ใบหน้าของเอเลน่า สายตาที่เคยจ้องมองเธอด้วยความรังเกียจในวันวาน บัดนี้กลับฉายแววโหยหาอย่างน่าสะอิดสะเอียน
เอเลน่าลุกขึ้นยืนช้าๆ รอยยิ้มบางเบาแตะที่มุมปากอย่างสง่างาม เธอไม่ได้ดูตื่นตระหนกแม้แต่น้อย “ฝ่าบาท... การเสด็จมาเยือนคฤหาสน์ของท่านดยุคโดยไม่แจ้งล่วงหน้าเช่นนี้ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งเพคะ แต่ไม่ทราบว่าจุดประสงค์ของท่านในวันนี้คือสิ่งใดหรือ?”
เอ็ดเวิร์ดหัวเราะในลำคอ เขาละสายตาจากคาลอสที่ยืนนิ่งดุจรูปปั้นหินเยือกเย็น แล้วก้าวเข้ามาหาเอเลน่าอีกก้าว “ข้าแค่รู้สึกว่า... เราเข้าใจผิดกันมานานเกินไป เอเลน่า การที่เจ้าตัดสินใจถอนหมั้นและทำตัวห่างเหิน มันทำให้ข้าตระหนักว่าข้าอาจจะมองข้าม 'เพชรน้ำงาม' อย่างเจ้าไป”
คาลอสขยับตัวเพียงเล็กน้อย แรงกดดันมหาศาลจากจิตสังหารที่เขาสร้างขึ้นทำให้เหล่านางกำนัลที่ยืนอยู่มุมห้องตัวสั่นสะท้าน เอเลน่าสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นของบุรุษข้างกายที่พร้อมจะขยี้กระดูกคนตรงหน้าให้แหลกคามือ แต่เธอกลับเอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อของเขาเบาๆ เป็นสัญญาณให้ใจเย็นลง
“เพชรน้ำงามอย่างนั้นหรือคะ?” เอเลน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายคมปลาบ “ท่านจำไม่ได้หรือฝ่าบาท? ในวันที่ข้าถูกตราหน้าว่าเป็นนางร้ายในสายตาผู้คน ท่านเองนั่นแหละที่เป็นคนแรกที่ก้าวออกมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของข้า เพื่อให้สตรีที่ท่านเรียกว่า 'รักแท้' ได้เฉิดฉาย”
“นั่นมันก็แค่อดีต!” เอ็ดเวิร์ดเริ่มขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะถึงตัวเธอ “ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว เอเลน่า เจ้าไม่ได้เป็นนางร้ายที่น่ารังเกียจคนนั้นอีกต่อไป เจ้าคือวาเลนเซียที่ทุกคนต้องการ และข้า... ในฐานะว่าที่กษัตริย์ ข้าพร้อมจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง”
เอเลน่าหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงที่เยือกเย็นและบาดลึกกว่าที่เคย “ท่านคิดว่าอำนาจของท่านจะซื้อความจงรักภักดีที่เคยถูกทำลายไปได้จริงๆ หรือ? หรือท่านแค่เห็นว่าข้ามีมูลค่าขึ้นมาหลังจากที่คาลอสให้ความสนใจ?”
เอ็ดเวิร์ดชะงัก สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นกราดเกรี้ยว “เจ้าอย่าได้ใจให้มากไปนัก เอเลน่า! เจ้าเป็นแค่หญิงที่ถูกครอบครัวทอดทิ้ง หากไม่มีข้า...”
“หากไม่มีท่าน ข้าก็มีชีวิตของข้า” เอเลน่าขัดขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด “และที่สำคัญ... ข้ามีคนที่ปกป้องข้าได้ดีกว่าสิ่งที่ท่านพยายามหยิบยื่นให้เป็นไหนๆ”
คาลอสที่เงียบมานานขยับกายขึ้นมาบังเอิญหน้าร่างบางไว้มิดชิด เขาสบตาองค์ชายรัชทายาทด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมศพ “ฝ่าบาท... ดูเหมือนห้องรับรองนี้จะคับแคบเกินไปสำหรับคนที่มีหัวใจสกปรก หากท่านไม่อยากให้เกิดเรื่องที่ 'แก้ไขไม่ได้' ขึ้นในคฤหาสน์ของผม ผมแนะนำให้ท่านถอยออกไปเดี๋ยวนี้”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก เอ็ดเวิร์ดกำหมัดแน่น เขาเหลือบมองกล่องกำมะหยี่บนโต๊ะชั่วครู่ ก่อนจะแค่นยิ้มที่ดูน่าขนลุก “ข้าไม่ได้มาเพื่อทะเลาะกับเจ้า ดยุค... แต่ข้ามาเพื่อเตือนเรื่องสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น”
เขาหมุนตัวจะเดินออกไป แต่แล้วก็หยุดกะทันหัน ก้มลงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูเอเลน่า โดยที่คาลอสไม่ทันได้ระวังตัว “เจ้าคิดว่าของขวัญที่อยู่ในกล่องนั่นเป็นของใครล่ะ? ลองเปิดดูสิ... แล้วเจ้าจะรู้ว่าสิ่งที่เจ้ากำลังพยายามทำอยู่ มันก็แค่การขุดหลุมฝังศพตัวเองเท่านั้น”
เมื่อร่างขององค์ชายลับสายตาไป เอเลน่าก็ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างอ่อนแรง ความกดดันเมื่อครู่ทำให้เธอเกือบจะคุมสติไม่อยู่ คาลอสรีบคว้าข้อมือเธอไว้ ใบหน้าของเขาดูห่วงใยจนน่าใจหาย เขาหยิบกล่องใบนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นน้อยๆ
เขาสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะตัดสินใจเปิดฝากล่องออกช้าๆ
ข้างในนั้นไม่ได้มีเครื่องประดับราคาแพง หรืออัญมณีล้ำค่าอย่างที่ใครควรจะคาดหวัง
มันคือเข็มกลัดประจำตระกูลของเธอ... เข็มกลัดที่ควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับเหตุการณ์เพลิงไหม้คฤหาสน์วาเลนเซียในคืนที่เธอต้องตายจากโลกใบเก่า และบนเข็มกลัดนั้น มีหยดเลือดสีแดงสดที่ยังดูเหมือนเพิ่งหยดลงไปใหม่ๆ ราวกับว่ามันเพิ่งถูกถอดออกมาจากอกของใครบางคนเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง!
เอวาลินน์ปลายพู่กันหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับเอเลน่าในตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันเสมอค่ะ
เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 25
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!