เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 26

ความหึงหวงของปีศาจ

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
“ของสิ่งนี้... ท่านได้มันมาจากที่ใดกันคะ ดยุคคาลอส” เสียงของเอเลน่าราบเรียบ ทว่าสั่นไหวอย่างยากจะควบคุม นิ้วเรียวยาวของเธอสั่นระริกขณะแตะลงบนเข็มกลัดอัญมณีรูปกุหลาบดำที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ พื้นผิวของมันเย็นเยียบ แฝงไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดที่จางหายไปตามกาลเวลา แต่คราบสีแดงสดตรงกลางกลีบดอกนั้น กลับยังคงเปียกชื้นราวกับเพิ่งถูกแต้มลงไปเมื่อครู่นี้เอง บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของดยุคหนุ่มหนักอึ้งราวกับถูกสูบอากาศออกไปจนหมดสิ้น คาลอส กรานท์ นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นไม่ได้มองไปยังเอกสารตรงหน้า แต่จับจ้องร่างของหญิงสาวเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “มันสำแดงตัวในเงามืดของคฤหาสน์ที่ถูกลืม” เขาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายประหลาดที่ทำให้หัวใจของเอเลน่าเต้นผิดจังหวะ “ข้าเพียงแค่ ‘จัดการ’ กับหนูสกปรกตัวหนึ่งที่บังอาจคิดจะชิงของชิ้นนี้ไปจากมือข้า” “หนูสกปรก... หรือคะ?” เอเลน่าเงยหน้าขึ้น สบสายตากับปีศาจในคราบมนุษย์ตรงหน้า “นี่คือสมบัติประจำตระกูลวาเลนเซียที่ควรจะมอดไหม้ไปพร้อมกับเพลิงในคืนนั้น แล้วเหตุใดเลือดบนนี้ถึงได้สดใหม่นักล่ะคะ?” คาลอสลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาใกล้เธอจนกลิ่นอายเย็นเยือกแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วห้อง เขาโน้มตัวลงมาจนใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินบนพวงแก้ม แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความหวงแหนที่น่าหวาดหวั่น “ความตายไม่ใช่จุดจบสำหรับบางคนหรอกนะ เอเลน่า” มือหนาเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้นเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กักขังเธอไว้อย่างแน่นหนา “มีคนมากมายที่อยากจะรื้อฟื้นอดีตที่เน่าเฟะของเธอขึ้นมาอีกครั้ง แต่ข้าไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนได้แตะต้องสิ่งที่... *เป็นของข้า*” “ท่านกำลังหมายความว่าอย่างไร” เธอถามพลางพยายามเบี่ยงหน้าหนี ทว่าเขากลับกระชับมือที่คางแน่นขึ้นอีกนิด “หมายความว่า ในขณะที่เธอพยายามแก้ไขอดีตด้วยความฉลาดปราดเปรื่องของเธอ ข้าก็กำลังกำจัดขยะเหล่านั้นออกไปจากเส้นทางของเธอเช่นกัน” เขาขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม กระซิบชิดใบหูจนเธอรู้สึกถึงความสั่นสะเทือนของเสียงนั้น “และถ้าหากเลือดหยดนี้ทำให้เธอขวัญเสีย... ข้าก็ยินดีที่จะเติมเลือดของคนที่บังอาจทำให้เธอต้องลำบากใจลงไปให้มากกว่านี้” น้ำเสียงของคาลอสเปลี่ยนไป จากความเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งไคล้ที่พุ่งพล่านจนเอเลน่าสัมผัสได้ถึงอันตราย เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่เพียงแค่พันธมิตรทางการเมือง แต่เขาคือปีศาจที่พร้อมจะฉีกกระชากโลกทั้งใบเพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เขาต้องการ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและไร้มารยาทก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้อง คาลอสขมวดคิ้วแน่น แววตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ด้วยความขุ่นเคืองที่ถูกขัดจังหวะ “เข้ามา” เสียงของเขาทรงอำนาจจนคนด้านนอกหยุดชะงัก บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นชายหนุ่มผมทองท่าทางอวดดีคนหนึ่งก้าวเข้ามา เขาคือเคานต์เอ็ดเวิร์ด คู่หมั้นเก่าที่เอเลน่าเคยถวิลหาในชาติก่อน ชายผู้ที่เคยหักหลังและทิ้งเธอให้ตายท่ามกลางเปลวเพลิง เขากวาดสายตามองมาที่เอเลน่าด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งและต้องการเอาชนะ “ดยุคกรานท์ ข้ามาเพื่อทวงคืนคู่หมั้นที่ท่านกำลังกักขังไว้อย่างผิดกฎหมาย” เอ็ดเวิร์ดกล่าวด้วยน้ำเสียงถือดี “เอเลน่า ท่านคงไม่รู้ตัวใช่ไหมว่าถูกปีศาจตนนี้ล่อลวงให้ทำเรื่องเสื่อมเสียไปถึงไหนต่อไหนแล้ว” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง เอเลน่ามองเอ็ดเวิร์ดด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง ในขณะที่เธอเตรียมจะเอ่ยปากโต้ตอบด้วยวาจาเชือดเฉือน คาลอสกลับขยับตัวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้อย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังเธอจากสายตาของเอ็ดเวิร์ดโดยสมบูรณ์ “ล่อลวง?” คาลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นจัดเสียจนเอ็ดเวิร์ดต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “คนอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดคำนี้ต่อหน้าข้า เอ็ดเวิร์ด” “ข้าเป็นคู่หมั้นของนาง! ตามกฎหมายและพันธสัญญาที่ตระกูลวางไว้!” เอ็ดเวิร์ดตะโกนสู้ ทว่ามือของคาลอสกลับเคลื่อนที่เร็วกว่าสายตา เขาคว้าคอเสื้อของเคานต์หนุ่มแล้วกระชากเข้ามาใกล้จนใบหน้าเกือบชิดกัน “พันธสัญญาเหรอ?” คาลอสกระซิบ เสียงนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหาร “ในวินาทีที่ไฟมอดไหม้คฤหาสน์วาเลนเซีย พันธสัญญานั้นก็กลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับเกียรติยศเน่าๆ ของเจ้าแล้ว นับจากนี้ เอเลน่า ฟอน วาเลนเซีย ไม่ใช่คนของตระกูลที่ไร้ค่าอย่างเจ้า... นางคือคนของข้า” เอเลน่ามองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่ยืนปกป้องเธออยู่เบื้องหน้า ความรู้สึกอุ่นวาบปนความหวาดหวั่นแล่นผ่านหัวใจ เธอไม่เคยถูกใครปกป้องอย่างออกนอกหน้าเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะจากชายผู้ที่ได้ชื่อว่าอันตรายที่สุดในอาณาจักร ทว่าในตอนนั้นเอง สายตาของเอเลน่าก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ร่วงหล่นลงมาจากกระเป๋าเสื้อของเอ็ดเวิร์ดขณะที่เขากำลังดิ้นรนอยู่ในมือของคาลอส มันคือตราประทับสีดำสนิทที่มีสัญลักษณ์ของ ‘กลุ่มเงา’ กลุ่มลัทธิมืดที่หายสาบสูญไปพร้อมกับโศกนาฏกรรมในอดีตของเธอ! หัวใจของเอเลน่าหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อความจริงที่เธอมองข้ามไปตลอดเริ่มประติดประต่อกัน การตายของเธอไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของคนในครอบครัว แต่เป็นแผนการที่ถูกวางไว้ตั้งแต่วันนั้น และเอ็ดเวิร์ด... คือคนที่ไม่เคยหายไปไหนเลย “คาลอส... หยุดเดี๋ยวนี้!” เอเลน่าร้องบอก แต่ช้าไปเสียแล้ว เมื่อเสียงระเบิดดังสนั่นมาจากทางเดินชั้นนอก และบานหน้าต่างห้องทำงานของดยุคก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเงาดำนับสิบสายที่พุ่งเข้ามากลางห้อง! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 26 นี้ด้วยกันนะคะ โปรดติดตามต่อไปว่า เอเลน่าจะก้าวผ่านเงื้อมมือของความจริงที่พุ่งเข้าใส่เธออย่างไรในตอนหน้าค่ะ เอวาลินน์ปลายพู่กัน ค่ะ
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%