เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 23

รุ่งอรุณใหม่

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
เสียงปรบมือที่ดังระงับในห้องโถงจัดเลี้ยงของคฤหาสน์ดยุก ไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงการแสดงความยินดีเลยแม้แต่น้อย มันคือเสียงปรบมือของผู้คนที่กำลังตระหนักว่า ตนเองเพิ่งเดินตกลงไปในหลุมพรางที่สตรีผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น ‘นางร้าย’ ขุดเอาไว้ด้วยรอยยิ้มอย่างงดงาม เอเลน่า ฟอน วาเลนเซีย ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้าโคมระย้าคริสตัลระย้าใหญ่ แสงไฟสีนวลทอประกายกระทบกับชุดราตรีผ้าไหมปักดิ้นเงินระยิบระยับขับให้ผิวขาวดุจหิมะของเธอดูราวกับรูปสลักจากหินอ่อนชั้นดี ทว่าดวงตาสีไพลินคู่คมกลับฉายแววเฉียบคมราวกับใบมีดอาบยาพิษ เธอกวาดตามองเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่เคยเชิดหน้าชูตาเยาะเย้ยเธอในอดีต บัดนี้กลับก้มหน้าหลบสายตาอย่างพร้อมเพรียงกัน หลักฐานการทุจริตในกองทุนบรรเทาทุกข์ของตระกูลมาร์ควิสฟอร์ด ถูกกางแผ่หลาอยู่บนโต๊ะยาวกลางห้อง เอกสารตราประทับโลหะแท้และลายมือชื่อที่ปฏิเสธไม่ได้เหล่านั้น กำลังแผดเผาเกียรติยศหลายชั่วอายุคนของพวกมันให้มอดไหม้ลงในพริบตาเดียว “ช่างเป็นค่ำคืนที่น่าประทับใจเสียจริงนะคะ ท่านลุงฟอร์ด” เอเลน่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอหวานหยาดเยิ้ม ทว่ากลับเยือกเย็นจนคนฟังต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอ “ท่านอุตส่าห์เสียสละทุนทรัพย์ส่วนตัวเพื่อ ‘ช่วยเหลือ’ ประชาชนผู้ยากไร้ จนตระกูลของท่านเกือบจะล้มละลายด้วยความใจบุญ... น่าเสียดายเหลือเกินที่ตัวเลขในบัญชีเหล่านี้ มันดันบอกเล่าเรื่องราวที่ตรงกันข้ามเสียหมด” มาร์ควิสฟอร์ดยืนตัวสั่นเทา ใบหน้าที่เคยอวบอิ่มด้วยความสุขสำราญบัดนี้ซีดเผือดราวกับศพ ริมฝีปากสั่นระริกจนไม่อาจเปล่งถ้อยคำใดออกมาได้ เขาทำได้เพียงจ้องมองเด็กสาวที่เขาเคยคิดว่า เป็นเพียงหมากตัวกระจ้อยร่อนที่เขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ในวันนี้ เธอกลับพลิกกระดานและคว้าคอหอยเขาเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว รอบกายของเอเลน่า ไร้ซึ่งเสียงกระซิบกระซาบ ทุกคนต่างหวาดกลัวอำนาจมืดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มนั้น และไม่มีใครกล้าปฏิเสธเลยว่า ชัยชนะในค่ำคืนนี้ตกเป็นของบุตรีแห่งตระกูลวาเลนเซียอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นการปิดฉากองก์แรกของเกมการแก้แค้นได้อย่างงดงามและเด็ดขาด ทว่า ในความเงียบสงบที่ปกคลุมไปทั่วห้องโถงนั้น มีเพียงสายตาคู่หนึ่งที่ไม่ได้มองเอกสารบนโต๊ะเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีสีนิลกาลของ ดยุคคาลอส กรานท์ ทอดมองร่างระหงของเอเลน่าด้วยประกายแสงที่ลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง เขายืนพิงเสาหินอ่อนมุมห้อง มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์แดงรสเลิศ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังเฝ้ามองเหยื่ออันโอชะติดกับดัก แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของคาลอสเต้นระรัว ไม่ใช่ชัยชนะเหนือตระกูลฟอร์ด... แต่มันคือประกายไฟแห่งความทะเยอทะยานและความเย่อหยิ่งในดวงตาของสตรีตรงหน้าต่างหาก ‘ยัยตัวร้ายของฉัน... เธอนับวันยิ่งเปล่งประกายจนน่าโมโหเสียจริง’ คาลอสยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ายวน รอยยิ้มที่หากใครได้เห็นคงต้องหวาดผวา แต่สำหรับเอเลน่า มันคือสัญญาณเตือนภัยที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี เอเลน่าแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาร้อนแรงที่แผดเผามาจากมุมห้อง เธอสูดลมหายใจเข้าลึก 10 วินาทีเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวเร็วเกินความจำเป็น ชัยชนะครั้งแรกนี้เป็นของเธอ เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจ วางแผนอย่างรอบคอบนับแรมเดือน เพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนที่เคยเหยียบย่ำเธอในชาติก่อนให้จมดิน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น องก์ที่หนึ่งปิดฉากลงอย่างงดงาม ทว่าเบื้องหน้ายังเหลือเกมการเมืองอันเน่าเฟะและปีศาจอีกหลายตัวที่รอให้เธอกำจัด “หากไม่มีท่านใดมีข้อสงสัยอันใดเกี่ยวกับการบริหารกองทุนนี้ ดิฉันคิดว่า... งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้คงต้องขอตัวลาทุกท่านไปก่อนนะคะ” เอเลน่ากล่าวสรุปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินผายมือออกไปจากห้องโถงท่ามกลางความเงียบงันที่น่าเกรงขาม เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะมั่น ภายในทางเดินกว้างขวางที่ประดับด้วยภาพวาดโบราณ เอเลน่าผ่อนลมหายใจยาวออกมาเพื่อคลายความตึงเครียด เธอเดินลัดเลาะไปตามระเบียงทางเดินเพื่อไปยังสวนหย่อมส่วนตัว หวังจะสูดอากาศบริสุทธิ์และสงบสติอารมณ์สักครู่ ทว่า... ก้าวแรกที่เธอย่างเท้าเข้าสู่ความเงียบสงบของระเบียงด้านนอก แผ่นหลังเรียวบางก็พลันแข็งทื่อ เงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาจากความมืดของเสาหิน กลิ่นอายอันคุ้นเคยของชาดำผสมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นลอยแตะจมูก ก่อนที่เอเอลน่าจะทันได้หันไปมอง เอวบางของเธอก็ถูกรวบเข้าสู่อ้อมแขนแกร่งด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ พร้อมกับแผ่นหลังที่แนบชิดกับอกกว้างอันอบอุ่น “ท่านดยุก! ปล่อยนะคะ ที่นี่มันระเบียงทางเดิน...” เอเลน่ากระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามขัดขืนเล็กน้อยเมื่อมือหนาของเขาโอบกอดเธอแน่นขึ้นราวกับคีมเหล็ก “ที่นี่ไม่มีใครกล้าเดินมาหรอก เจ้าก็รู้ดี เอเลน่า” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอนึกขนลุกชัน “เจ้าช่างกล้าหาญเสียจริง... กล้าดีอย่างไรถึงใช้แผนการอันตรายเช่นนั้นโดยไม่ปรึกษาฉันก่อน หืม?” คาลอสโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ซอกคอของเขาคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน ความคลั่งรักที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งเฉย บัดนี้กลับระเบิดออกมาในที่ลับตาคน น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้ เอเลน่าเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะหันไปต่อปากต่อคำเพื่อทวงคืนอิสรภาพ แต่ทว่า... ปลายทางสายตาของเธอผ่านไหล่กว้างของคาลอสออกไป กลับพบกับความจริงที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ประตูระเบียงอีกด้านหนึ่งที่เชื่อมต่อกับห้องโถงใหญ่กำลังแง้มเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเงินลายกางเขนคว่ำ—สัญลักษณ์ขององค์กรลับที่ควรจะสูญสลายไปตั้งแต่สิบปีก่อน! ดวงตาสีเลือดใต้หน้ากากคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เอเลน่า พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับส่งเสียงกระซิบเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในโสตประสาทของเธอ *“เกมของเจ้ามันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหากล่ะ... เจ้าสาวแห่งความตาย”* เอเลน่าเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินในอ้อมกอดของคาลอสทันที ... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านองก์แรกอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับเธอนะคะ เอวาลินน์ปลายพู่กันค่ะ
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%