เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 13

ความลับในหอจดหมาย

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"วางมันลงซะ เอเลน่า... ก่อนที่ความอยากรู้อยากเห็นจะพรากชีวิตของเจ้าไปจริงๆ" น้ำเสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ผ่านการขัดเกลาด้วยมารยาทชั้นสูงดังก้องขึ้นในความเงียบสงัดของหอจดหมายหลวง เอเลน่าไม่แม้แต่จะสะดุ้งตัว เธอยังคงถือครองม้วนกระดาษหนังเก่าแก่ที่กรอบจนแทบจะกลายเป็นผงไว้ในมือแน่น สายตาจดจ้องตัวอักษรสีชาดที่เขียนด้วยลายมือตวัดสลับซับซ้อน มันไม่ใช่ภาษาที่ใช้กันในอาณาจักรแห่งนี้ แต่มันคือภาษาอักขระที่สาบสูญไปพร้อมกับการล่มสลายของราชวงศ์ที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยนาม เธอยค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ เผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่หลังชั้นหนังสือสูงตระหง่าน ดยุคคาลอส กรานท์ ในชุดคลุมสีนิลที่ดูราวกับหลอมรวมเข้ากับความมืดมิดของห้อง เขากำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก แต่มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว ทว่ามันคือความห่วงหาที่น่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าการถูกขู่ฆ่า "ถ้าท่านคิดจะหยุดข้า ก็คงไม่ต้องรอให้ข้าเปิดมันออกจนถึงบรรทัดสุดท้ายหรอกนะคะ ท่านดยุค" เอเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ผิดกับหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ เธอไม่ได้หันกลับไปสนใจคมดาบที่พาดอยู่ข้างเอวของเขา แต่กลับกวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดถัดไปอย่างรวดเร็ว คาลอสสาวเท้าเข้ามาใกล้ ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวหนาแน่นจนแทรกตัวลำบาก เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินที่ข้างใบหู มือหนาเอื้อมมาแตะขอบโต๊ะไม้โอ๊กเพื่อกักขังเธอไว้ในวงแขน "เจ้าไม่เข้าใจหรอกว่าสิ่งที่เจ้ากำลังถืออยู่มันคือคำสาป" เขาโน้มตัวลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่ซ่อนความอ่อนโยนเอาไว้อย่างมิดชิด "ตระกูลวาเลนเซียเป็นเพียงเปลือกนอก เอเลน่า... สิ่งที่ไหลเวียนอยู่ในกายเจ้าต่างหากที่ทำให้บัลลังก์นี้สั่นคลอน" เอเลน่าเค้นยิ้มมุมปาก ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังตัวตนในชาติก่อนถูกหยิบมาใช้ เธอเงยหน้าสบตากับดวงตาสีอำพันที่วาวโรจน์ของเขา "โลกเมินหน้าหนีข้า เพราะข้าเป็นนางร้ายที่ไร้ค่า แต่ในบันทึกเล่มนี้กลับบอกว่าข้าคือ 'กุญแจ' ของประตูที่ถูกปิดตายมานานกว่าสามร้อยปี ท่านรู้เรื่องนี้มาตลอดใช่ไหมคะ?" คาลอสชะงักไปครู่หนึ่ง เงาในดวงตาของเขาสั่นไหววูบ เขาไม่ปฏิเสธ และนั่นคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด เธอกวาดสายตาผ่านเนื้อความที่ทำให้โลหิตในกายเย็นเยียบ ข้อมูลในบันทึกระบุชัดเจนว่าตระกูลวาเลนเซียไม่ได้ทอดทิ้งเธอเพราะความเกลียดชัง แต่พวกเขาหวาดกลัว... หวาดกลัวในพลังที่ซ่อนเร้นในสายเลือดซึ่งเป็นพันธุกรรมของราชวงศ์ล่มสลายที่เธอสืบทอดมา และนั่นหมายความว่าการตายของเธอในชาติก่อนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการ 'กำจัดพยาน' ที่สมบูรณ์แบบที่สุด "ทุกอย่าง... เป็นแผนการงั้นเหรอคะ?" เอเลน่าถามพลางจิกนิ้วลงบนกระดาษหนังจนเล็บจิกเข้าเนื้อ "ความรักที่ข้าเคยได้รับ ความเกลียดชังที่ข้าเคยสัมผัส แม้กระทั่งการตายที่หนาวเหน็บนั่น... ทั้งหมดคือละครฉากใหญ่ที่มีไว้เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงของข้า?" คาลอสคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้มีเจตนาทำร้าย แต่เป็นการยึดเหนี่ยวที่มั่นคงจนเธอสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาในกายของบุรุษผู้ไม่เคยกลัวสิ่งใดบนโลกใบนี้ "ข้าพยายามจะปกป้องเจ้าจากความจริงนี้ เอเลน่า แต่เจ้าก็รั้นเกินกว่าจะปล่อยวาง" "ปกป้องข้า หรือปกป้องความลับของท่านกันแน่?" เธอถามย้อน สายตาของเธอดุดันและคมกริบ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของอัศวินรักษาการณ์ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูหอจดหมาย ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่บ่งบอกถึงการมาเยือนของบุคคลที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้ ทั้งคู่ชะงัก สายตาสอดประสานกันด้วยความตระหนักรู้ที่น่าหวาดหวั่น คาลอสดึงตัวเธอเข้าไปซ่อนในมุมมืดของชั้นหนังสือพร้อมกับเป่าเทียนจนดับสนิท ความมืดมิดเข้าครอบคลุม แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แสงสลัวจากตะเกียงของคนนอกประตูก็ลอดผ่านช่องว่างเข้ามา เผยให้เห็นใบหน้าของผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้อง... ผู้นำตระกูลวาเลนเซียที่ควรจะตัดขาดจากเธอไปตั้งแต่วันที่เธอถูกเนรเทศ "ข้ารู้ว่านางอยู่ในนี้... กลิ่นอายของ 'สิ่งที่ถูกกักขัง' มันชัดเจนเกินไปจนกลบไม่ได้หรอก" เสียงของชายวัยกลางคนผู้เป็นบิดาผู้เย็นชาดังขึ้น พร้อมกับเสียงชักดาบที่ดังขึ้นในความมืด คาลอสขยับเข้ามาใกล้กระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าทุกครั้ง "อย่าส่งเสียง... เพราะสิ่งที่เจ้ากำลังจะเห็นต่อจากนี้ จะเปลี่ยนโลกทั้งใบของเจ้าให้กลายเป็นเศษซากที่ไม่มีวันหวนกลับ" เอเลน่าแทบหยุดหายใจ เมื่อชายผู้นั้นขยับเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขาซ่อนตัว พร้อมกับคราบเลือดที่ติดอยู่บนปลายดาบยาว... คราบเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท เอวาลินน์ปลายพู่กันหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับความลับที่เพิ่งถูกเปิดเผยในบทนี้ และพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%