เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 14

บททดสอบจากจักรพรรดิ

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
“หากท่านจะกล่าวหาข้าด้วยหลักฐานเพียงแค่นี้ เกรงว่าดาบอาญาสิทธิ์ของฝ่าบาทคงจะต้องใช้ในทางที่ผิดเสียแล้ว ท่านดยุค” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหยามหยันของเคานต์โวลฟ์กังดังขึ้นในห้องโถงลับใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและไอโลหะ เอเลน่า ฟอน วาเลนเซีย ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังเงาร่างสูงใหญ่ของดยุคคาลอส กรานท์ ดวงตาเรียวสวยของเธอจับจ้องไปยังกองเอกสารสัญญาค้าทาสที่ถูกซ่อนไว้หลังผนังหินอย่างเงียบเชียบ เธอไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่น แต่กลับรู้สึกขบขันกับความโง่เขลาของขุนนางชั้นผู้น้อยที่ริอาจเล่นเกมสกปรกกับปีศาจ “ท่านเคานต์คะ” เอเลน่าก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มบางเฉียบปรากฏบนใบหน้า ทว่าดวงตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก “คนตายไปแล้วไม่พูด แต่เอกสารที่เปียกชื้นเพราะความชื้นในห้องนี้กำลังตะโกนบอกความจริงแทนพวกเขาอยู่นะคะ” เคานต์โวลฟ์กังชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแค่นหัวเราะ “นังเด็กเมื่อวานซืน เจ้าเป็นใครถึงได้บังอาจมา...” “นางคือคู่หมั้นของข้า” ดยุคคาลอสแทรกขึ้นมา เสียงของเขาต่ำลึกและกดดันจนอากาศรอบข้างดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นถนัดตา มือหนาของเขาเอื้อมมาจับมือเอเลน่าไว้แน่น สัมผัสอบอุ่นที่ส่งผ่านถุงมือหนังนั้นเปรียบเสมือนประกาศิตว่าใครก็ตามที่คิดจะแตะต้องเธอ ต้องแลกด้วยชีวิต “และนางกำลังบอกว่าเจ้าควรจะหุบปาก แล้วพิจารณาดูว่า... ระหว่างการยอมรับผิดตอนนี้ กับการถูกทรมานด้วยวิธีของข้า สิ่งไหนจะทรมานน้อยกว่ากัน” เอเลน่าลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคาลอส ความนิ่งเฉยของเขามันน่าเกรงขามเสมอ เขาไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาแม้แต่น้อย แต่แรงบีบที่มือกลับย้ำเตือนว่าเขากำลัง 'คลั่ง' เพียงใด ภารกิจตรวจสอบขุนนางโกงในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทำงานให้จักรพรรดิ แต่เป็นการทดสอบว่าเอเลน่าคู่ควรกับการยืนอยู่ข้างกายเขาหรือไม่ เธอสะบัดพัดในมือเบาๆ แล้วกวาดสายตาไปรอบห้อง “ใต้พื้นหินแผ่นที่สามนั่น... ดยุคคะ ดูเหมือนจะมีของดีซ่อนอยู่อีกชั้นนะคะ” เคานต์โวลฟ์กังหน้าซีดเผือด เขารีบถอยกรูดไปทางผนัง มือคว้าอาวุธที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะหมายจะกำจัดเสี้ยนหนามทิ้ง ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสเหล็กเย็นคม ดาบของเหล่าอัศวินในชุดเกราะดำสนิทก็พุ่งเข้าจ่อคอหอยเขาอย่างรวดเร็วราวกับเงาปีศาจ “เจ้าคิดว่าเจ้าเร็วกว่าอัศวินของข้าหรือ?” คาลอสเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปใกล้เคานต์โวลฟ์กัง ความกดดันมหาศาลถาโถมใส่จนชายชราต้องทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว “ฝ่าบาท... ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ข้าจัดการเรื่องนี้... ท่านไม่เข้าใจหรอก!” เคานต์ตะโกนเสียงหลง เอเลน่าก้าวเข้าไปใกล้ก้มตัวลงกระซิบข้างหูเคานต์ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานทว่าเชือดเฉือน “ท่านเคานต์คะ จักรพรรดิไม่ได้สั่งให้ท่านโกงเงินภาษีไปปรนเปรอตัณหาของท่านหรอกนะคะ แต่ท่านกำลังใช้ ‘ชื่อ’ ของฝ่าบาทมาอ้างเพื่อปกป้องตัวเองจากความล้มเหลว... ซึ่งนั่นแหละค่ะ คือความผิดที่ไม่มีวันได้รับการอภัย” เธอยืดตัวตรง หันไปสบตากับคาลอสที่มองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างเปิดเผย “จบเรื่องนี้กันเถอะค่ะ ดยุค ข้าเริ่มรู้สึกเวียนหัวกับกลิ่นความชั่วร้ายในที่แห่งนี้เต็มทนแล้ว” คาลอสพยักหน้าให้ลูกน้องจัดการกวาดล้างหลักฐานทั้งหมด ก่อนจะพาเอเลน่าเดินออกมายังสวนกุหลาบของคฤหาสน์เคานต์ที่อยู่ด้านบน แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าของชายหนุ่มที่ดูจะผ่อนคลายขึ้นหลังจากภารกิจเสร็จสิ้น “เจ้าเก่งมาก... เอเลน่า” เขาพึมพำขณะเดินเคียงข้างเธอ “แต่เจ้าลืมไปอย่างหนึ่ง ความลับของเรื่องนี้ไม่ได้จบแค่การโกงเงิน” เอเลน่าหยุดเดินและหันไปมองเขา แววตาของเธอฉายความระแวดระวัง “หมายความว่าอย่างไรคะ?” คาลอสนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบจดหมายตราประทับสีเลือดออกมาจากสาบเสื้อของเขา “จดหมายฉบับนี้ส่งมาถึงมือข้าก่อนที่เราจะมาที่นี่... ผู้ส่งไม่ใช่เคานต์โวลฟ์กัง แต่เป็นบุคคลที่เจ้าคุ้นเคยที่สุดในวังหลวง” เขายื่นจดหมายให้เธอ เอเลน่ารับมาเปิดอ่าน หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นลายมือที่คุ้นตา ลายมือที่เคยเขียนสั่งประหารชีวิตเธอในชาติก่อน... ลายมือของจักรพรรดินีผู้สูงศักดิ์ “พระนางทรงต้องการให้เรากำจัดเคานต์คนนี้... เพราะเขารู้ความลับที่นางต้องการจะฝังลงหลุมลึกที่สุด” คาลอสเว้นจังหวะ “เอเลน่า จดหมายฉบับนี้ไม่ได้แค่สั่งให้เราทำงาน แต่มันคือคำขู่... ว่าหากเราไม่ทำตามที่นางต้องการ ชีวิตของเจ้า... จะจบลงก่อนที่รุ่งอรุณของวันพรุ่งนี้จะมาถึง” ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าจำนวนมหาศาลดังแว่วมาจากนอกกำแพงคฤหาสน์ คาลอสคว้าเอเลน่าเข้ามากอดแน่น สายตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งไปที่ประตูทางเข้าที่ถูกพังทลายลงโดยกลุ่มมือสังหารในชุดสีดำที่ไม่มีตราสัญลักษณ์ใดๆ เอเลน่ากำจดหมายในมือแน่น นี่ไม่ใช่การตรวจสอบขุนนางธรรมดาแล้ว แต่มันคือกับดักที่วางไว้เพื่อเด็ดหัวเธอโดยเฉพาะ เอวาลินน์ปลายพู่กันหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับความลับที่เพิ่งถูกเปิดเผยในบทนี้ และพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%