เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 50

ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
กลิ่นอายจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์ผสมดอกส้มคละคลุ้งอยู่เบื้องหน้า ทว่าความอบอุ่นของมันกลับมิอาจแทรกซึมผ่านบรรยากาศที่เยียบเย็นราวน้ำแข็งภายในห้องรับรองส่วนพระองค์ได้เลย เอเลน่า ฟอน วาเลนเซีย วางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีมุก Lamberti ลงบนจานรองด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอและไร้ซึ่งเสียงกระทบ เสียงกริ๊กเบาๆ นั้นทรงพลังยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ ในสายตาของเหล่าขุนนางชั้นสูงที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง นางไม่ได้เอ่ยปากอนุญาตให้พวกเขาลุกขึ้น และนั่นคือความกดดันขั้นสูงสุดที่สตรีตระกูลตกอับคนหนึ่งไม่ควรจะสร้างมันขึ้นมาได้... หากนางไม่ใช่ "นางร้าย" ผู้รอดชีวิตมาจากขุมนรกแห่งการประหารชีวิตในชาติภพก่อน ดวงตาสีไพลินเข้มของเอเลน่ากวาดมองผู้คนที่เคยเหยียดยล้านางในอดีต พวกเขาในยามนี้ต่างก้มหน้าต่ำ เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม แม้แต่เคาน์เตอร์เบอร์กผู้มากเล่ห์เหลี่ยมยังต้องพยายามควบคุมมือที่สั่นเทาไม่ให้สะดุดตา "พวกท่านคิดว่า การส่งจดหมายลับไปยังชายแดนตะวันออกโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากสภาสูง จะเป็นความลับไปได้นานสักแค่ไหนกันคะ?" น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์โกรธเกรี้ยว ทว่ากลับคมกริบราวนใบมีดอาบยาพิษที่กรีดลงบนผิวเนื้ออย่างช้าๆ เคาน์เตอร์เบอร์กกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความหวาดหวั่น "ทะ... ท่านหญิงเอเลน่า เรื่องนี้มันเป็นเพียงการเจรจาการค้า..." "การค้า?" เอเลน่าแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างงดงามแต่น่าสะพรึงกลัว "การค้าที่ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์หลวงเป็นสินค้าแลกเปลี่ยน... ช่างเป็นการค้าที่ก้าวหน้าเสียจริงนะคะ เคาน์เตอร์เบอร์ก หรือเกรงว่าท่านกำลังวางแผนที่จะสร้างกองกำลังส่วนตัว เพื่อต้อนรับการเสด็จกลับมาขององค์ชายรองกันแน่?" คำพูดนั้นพุ่งเป้าเข้ากลางแสกหน้าจนทุกคนในห้องสะดุ้งเฮือก ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง ราวกับออกซิเจนในห้องนี้ถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เอเลน่าเอนกายพิงพนักเก้าอี้บุนวมกำมะหยี่สีแดงเข้ม ท่าทางของนางผ่อนคลายอย่างยิ่ง แต่นั่นยิ่งทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกว่าตนเองกำลังยืนอยู่ปากเหวแห่งความตาย ในขณะที่เกมการเมืองในห้องนี้กำลังดำเนินไปอย่างที่เอเลน่าเป็นผู้กุมหางเสืออย่างเบ็ดเสร็จ สายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องนางอยู่มุมมืดของห้องกลับสร้างคลื่นระลอกใหญ่ในใจของนางอย่างไม่คาดคิด คาลอส กรานท์ ดยุคผู้มีอำนาจล้นฟ้าและถูกขนานนามว่าเป็นปีศาจสงคราม เขายังคงนั่งไขว่ห้างเงียบเชียบในเงาสลัวของเสาหินอ่อน ดวงตาสีทองดุจพญาอินทรีย์ของเขาลุกโชนด้วยประกายไฟที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความหลงใหลที่รุนแรงจนน่ากลัว คาลอสจ้องมองหญิงสาวที่กำลังบัญชาการเหล่าขุนนางชายอกสามศอกด้วยความเยือกเย็น ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มของนักล่าที่พบว่าเหยื่ออันโอชะของตน แท้จริงแล้วคือเสือสาวผู้สง่างามและอันตรายที่สุดในป่าใหญ่ *นางฉลาดขึ้น... กล้าหาญขึ้น... และงดงามจนเขาแทบอยากจะซ่อนนางไว้จากสายตาของคนทั้งโลก* คาลอสคิดในใจ พลางขยับกายลุกขึ้นอย่างเงียบเชเชียบ ฝีเท้าของเขาไร้เสียงราวกับภูตผี แต่สัญชาตญาณของเอเลน่ากรีดร้องเตือนภัยทันที นางชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที รอยยิ้มบนริมฝีปากเลือนหายไปในพริบตา เมื่อสบตากับคาลอสที่ประกายตาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่าง ความเงียบระหว่างพวกเขาทั้งสองคนหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าแรงกดดันจากเหล่าขุนนางเบื้องล่าง เอเลน่ารู้ดีว่าสายตาแบบนั้นของคาลอสหมายความว่าอย่างไร มันคือสายตาของ "ปีศาจ" ที่กำลังจะพังทลายทุกกฎเกณฑ์เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ "ดูเหมือนว่า... ธุระของข้ากับพวกท่านจะจบลงเพียงเท่านี้" เอเลน่ารีบดึงสติกลับมา นางกวาดสายตาไล่ขุนนางเหล่านั้นออกไปอย่างไม่ไยดี "ไสหัวไปซะ! ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจส่งพวกท่านไปนั่งสำราญใจที่คุกใต้ดินแทนที่จะเป็นบ้านพัก" เหล่าขุนนางรีบกสิกรลนลานคลานเข่าหนีออกไปจากห้องอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้เอเลน่าเผชิญหน้ากับความเงียบและร่างสูงใหญ่ที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและอันตรายแผ่ซ่านเข้ามาจนเอเลน่าต้องขยับตัวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "เจ้าคุมเกมในวังได้สมบูรณ์แบบจริงๆ เอเลน่า..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหูของนาง พร้อมกับท่อนแขนแกร่งที่เอื้อมมาโอบกักขังร่างของนางไว้กับพนักเก้าอี้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกชัน "เก่งกาจเสียจน... ข้าชักอยากจะลงโทษเจ้าให้สาสมกับความอวดดีนี้เสียแล้วสิ" เอเลน่าเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความหวาดหวั่นที่ไม่ใช่เพราะกลัวอำนาจของเขา แต่เป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามหลบ ทว่า ในวินาทีที่คาลอสกำลังจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากลงบนซอกคอของนาง ประตูห้องรับรองก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้มารยาท! เสียงหอบหายใจอย่างตื่นตระหนกของสาวใช้คนสนิทดังลั่น พร้อมกับข่าวสารที่ทำให้เลือดในกายของเอเลน่าเย็นเฉียบลงในพริบตา "ทะ... ท่านหญิงคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพค่ะ! องค์รัชทายาท... องค์รัชทายาทเสด็จมาถึงหน้าตำหนัก พร้อมกับ... พร้อมกับพระราชโองการปลดท่านจากการเป็นคู่หมั้น และ... และ..." สาวใช้กลืนก้อนสะอื้น "และทรงประกาศแต่งตั้งท่านให้เป็นนักโทษข้อหากบฏนอกราชสำนักแล้วเพค่ะ!" เอเลน่าเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหวที่นางสร้างมาตลอดทั้งวันพังทลายลงในพริบตาเดียว ทว่า ก่อนที่ความตื่นตระหนกจะทันได้กัดกินสติ ท่อนแขนที่โอบกอดนางอยู่กลับกระชับแน่นขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะต่ำในลำคอของคาลอสที่ดังขึ้นอย่างเย็นเยียบและทรงพลัง "กบฏงั้นหรือ..." คาลอสกระซิบชิดริมฝีปากของนาง นัยน์ตาสีทองวาวโรจน์ด้วยความอำมหิต "ดูท่าว่า... คืนนี้เลือดคงจะต้องนองแผ่นดินเสียแล้วกระมัง คนของข้าเตรียมดาบไว้พร้อมหรือยังนะ?" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ เอวาลินน์ปลายพู่กันสัญญาว่าตอนหน้าจะเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%