"ถ้าท่านมั่นใจว่าดาบเล่มนั้นจะชำระล้างความโสมมของอาณาจักรนี้ได้ ก็จงอย่ารอให้หยดเลือดแรกไหลช้าไปกว่านี้เลยค่ะ"
เอเลน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยความเย็นเยียบประดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาสีไพลินของนางจดจ้องไปยังแผนที่ยุทธศาสตร์ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าแก่ในห้องใต้ดินที่อับชื้น กลิ่นสนิมเหล็กและไอเย็นจากพื้นหินโอบล้อมกายเราเอาไว้ คาลอสที่ยืนอยู่เบื้องหลังโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับลำคอระหงของนาง เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่กลับหยิบตราประทับขี้ผึ้งสีแดงฉานขึ้นมาหมุนเล่นด้วยนิ้วมือที่เรียวยาวและแข็งแรง
"เลือดนองแผ่นดินอาจเป็นเรื่องน่ารื่นรมย์สำหรับคนอื่น แต่สำหรับข้า... มันคือสิ่งที่ต้องทำเพื่อแลกกับการประทับตราจองตัวเจ้าไว้ในกำมือตลอดกาล" คาลอสกระซิบพลางใช้นิ้วหัวแม่มือลากไล้ตามแนวสันกรามของนางอย่างแผ่วเบา แต่แฝงด้วยความกดดันที่ทำให้ลมหายใจของเอเลน่าสะดุดไปชั่วขณะ
เอเลน่าเบี่ยงตัวออกเล็กน้อย นางปัดมือของเขาออกเบาๆ ไม่ใช่ด้วยความรังเกียจ แต่เพื่อดึงสมาธิกลับมายังภารกิจเบื้องหน้า นิ้วเรียวของนางชี้ไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญ—คลังแสงลับใต้คฤหาสน์ของท่านเคานต์เอ็ดเวิร์ด ซึ่งเป็นหนึ่งในหมากตัวสำคัญของกลุ่มกบฏที่คิดการใหญ่หมายล้มล้างราชบัลลังก์
"หลักฐานการติดต่อกับอาณาจักรศัตรูถูกซ่อนอยู่ในกล่องดนตรีไม้แกะสลักในห้องทำงานของเขาค่ะ" เอเลน่ากล่าวพลางหันกลับมาสบตากับดวงตาสีทองที่ลุกโชนไปด้วยความบ้าคลั่งของชายตรงหน้า "หากเราชิงมันมาได้ก่อนรุ่งสาง คืนนี้จะไม่ใช่แค่การนองเลือด แต่มันจะเป็นการตัดหัวงูพิษที่ฝังรากลึกในสภาสูงทิ้งเสีย"
คาลอสหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ฟังดูเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าสายลมที่พัดผ่านรอยแตกของกำแพงหิน "เจ้าช่างใจกล้าและเหี้ยมโหดสมกับที่เป็นผู้หญิงที่ข้าเลือกจริงๆ เอเลน่า... แต่เจ้าลืมไปอย่างหนึ่งหรือเปล่า ว่าคนอย่างเอ็ดเวิร์ดไม่มีทางวางกล่องดนตรีนั่นไว้โดยไม่มีกับดักอาคมกำกับ"
"เพราะฉะนั้น... ข้าถึงต้องให้ท่านเป็นคนทำลายเกราะป้องกันนั่นอย่างไรล่ะคะ" นางยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นรอยยิ้มของนางร้ายที่ไม่ได้มีความใสซื่อเจือปนอยู่แม้แต่น้อย "ท่านดยุคผู้ทรงอิทธิพล... ท่านคงไม่ถอยหนีเพียงเพราะคำสาปกระจอกๆ ของขุนนางชั้นผู้น้อยหรอกใช่ไหมคะ?"
คาลอสเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเผยยิ้มที่ดูอันตรายพอๆ กับคมดาบ เขาคว้าข้อมือของเอเลน่าแล้วดึงเข้าหาตัวจนร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกัน ความร้อนจากร่างกายเขาถ่ายทอดผ่านเนื้อผ้าชุดราตรีหรูหราที่นางสวมใส่
"ข้าจะทำลายมัน... ไม่ใช่เพื่อราชบัลลังก์ ไม่ใช่เพื่อความสงบสุขของอาณาจักรนี้ แต่เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ขวางทางข้าที่จะครอบครองเจ้าได้ แม้แต่ความตายก็ไม่มีสิทธิ์"
เขากดจุมพิตที่หลังมือของนางอย่างแผ่วเบา แต่สายตากลับจ้องมองไปยังประตูทางเข้าห้องใต้ดินที่ปิดสนิท ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่สวมเกราะเหล็กก็ดังสะท้อนก้องลงมาจากบันไดหิน คนของคาลอสพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับข่าวที่ทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดถึงขีดสุด
"ท่านดยุค... สายข่าวรายงานว่าพวกกบฏล่วงรู้แผนการของเราแล้ว พวกมันกำลังเคลื่อนพลมาที่นี่!"
คาลอสชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองเอเลน่าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความคลั่งรักเป็นความอำมหิตอย่างเต็มขั้น "ดูเหมือนว่าในพวกเราจะมีหนอนบ่อนไส้... เอเลน่า เจ้าคิดว่าใครกันที่กล้าทรยศความไว้วางใจของข้า?"
เอเลน่ากวาดสายตามองไปรอบๆ ในหัวของนางประมวลผลอย่างรวดเร็ว ในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยตอบ ร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทก็ก้าวออกมาจากเงามืดหลังชั้นหนังสือเก่าๆ กลิ่นอายมนตราที่คุ้นเคยทำให้นางต้องเบิกตากว้าง
นั่นไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นบุคคลที่ควรจะตายไปตั้งแต่ตอนที่ 30 ของเหตุการณ์ในชาติก่อน
"ดยุคคาลอส... ดูเหมือนท่านจะยังประมาท 'หมาก' ที่ท่านเคยวางทิ้งไว้ในหลุมศพนะ" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเฉียบดังก้องไปทั่วห้องใต้ดิน คล้ายกับความตายที่หวนคืนมาทวงถามคำตอบ
เอเลน่ารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เมื่อบุคคลที่ปรากฏตัวออกมานั้นคือชายที่นางเคยรักและไว้ใจที่สุด... ชายที่เคยหักหลังนางจนต้องตายอย่างอเนจอนาถในชาติก่อน เขาถือดาบสีเงินเล่มหนึ่งในมือ และรอยยิ้มบนใบหน้านั้น... มันคือรอยยิ้มเดียวกับที่เขามอบให้นางในวันที่เขาผลักนางลงสู่ความมืดมิด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเอเลน่ามาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 51
แผนการลับในห้องใต้ดิน
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!