เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 10

คำเตือนจากอนาคต

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"ท่านกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ คาลอส?" เสียงของเอเลน่ากังวานก้องในห้องโถงที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า เธอไม่ได้หันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลัง เพียงแต่จ้องมองดาบประจำตระกูลที่วางพาดอยู่บนโต๊ะหินอ่อนด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่ามือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อชุดกระโปรงผ้าไหมสีมิดไนท์บลูนั้นสั่นระริกด้วยแรงโทสะที่พยายามสะกดไว้ คาลอส กรานท์ ไม่ตอบคำถามทันที เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเย็นเยียบและกลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนป่าที่ติดตัวเขามาเสมอ เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบปลายเส้นผมสีเงินของเธอขึ้นมาหมุนวนเล่นเบาๆ ด้วยท่าทางที่ดูราวกับกำลังชื่นชมสมบัติล้ำค่า หากแต่แววตาของเขาที่สะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่กลับว่างเปล่าและอ่านไม่ออก "สงครามไม่ได้เริ่มจากเสียงกลองหรอกนะ เอเลน่า" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เหมือนจะหยอกเย้าแต่แฝงไว้ด้วยคมมีด "มันเริ่มจากความสงสัย... และในตอนนี้ ความสงสัยของท่านกำลังทำลายทุกอย่างที่ข้าเพียรสร้างมาเพื่อท่าน" เอเลน่าหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีอเมทิสต์ของเธอวาวโรจน์ด้วยความเด็ดขาด "ท่านหมายถึงการที่ท่านวางแผนให้ตระกูลขุนนางฝั่งใต้ลุกขึ้นประท้วงเรื่องภาษีที่ดิน เพื่อบีบให้ฝ่าบาทต้องประกาศกฎอัยการศึกสินะ? นั่นไม่ใช่การปกป้อง แต่มันคือการปูทางไปสู่การนองเลือดที่จะล้างบางทุกคนที่ขวางทางท่าน!" คาลอสหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ "ท่านมองออกไกลขนาดนั้นเชียวหรือ? ที่รัก... โลกใบนี้ไม่ได้สวยงามเหมือนนิยายที่ท่านเคยอ่านในหอสมุดหรอกนะ หากไม่กำจัดหนอนบ่อนไส้ที่คิดจะลอบกัดเราตั้งแต่วันนี้ ในอนาคตเราต่างหากที่จะถูกเชือดเฉือน" เอเลน่ากำหมัดแน่น หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอรู้ดีว่าในบทเดิมของนิยายเรื่องนี้ จุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองที่ทำลายอาณาจักรจนย่อยยับก็คือเหตุการณ์ประท้วงที่คาลอสกำลังเป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลัง หากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองนี้ อีกเพียงสามเดือนข้างหน้า หัวของเธอจะถูกเสียบบนหอกหน้าพระราชวังตามชะตากรรมของ 'นางร้าย' ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้สนับสนุนกบฏ "คาลอส ฟังข้านะ" เธอตัดสินใจเปลี่ยนท่าที ลดน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดลงเหลือเพียงความอ่อนหวานที่แฝงด้วยเล่ห์เหลี่ยม เธอขยับเข้าไปใกล้จนหัวใจของเขากับเธอเกือบจะสัมผัสกัน "ถ้าท่านทำแบบนั้น ท่านจะชนะสงคราม... แต่ท่านจะสูญเสียอำนาจการต่อรองกับสภาขุนนางไปตลอดกาล พวกเขาจะรวมตัวกันเป็นพันธมิตรเพื่อโค่นล้มท่านในภายหลัง ท่านต้องการเป็นผู้ชนะที่ยืนอยู่บนซากปรักหักพัง หรือต้องการเป็นผู้คุมเกมที่แท้จริงที่แม้แต่กษัตริย์ยังต้องเกรงใจ?" นิ้วมือของคาลอสชะงักลง แววตาที่เคยนิ่งสนิทเริ่มปรากฏรอยร้าวของความสนใจ เขาไม่เคยเห็นเอเลน่าในมุมนี้มาก่อน มุมที่ดูเฉลียวฉลาดและน่าเกรงขามยิ่งกว่าขุนนางผู้เฒ่าคนไหนๆ "ท่านรู้อะไรมา?" เขาถามเสียงพร่า "ข้ารู้ว่าถ้าท่านหยุดแผนการประท้วงนี้เสียตอนนี้ และใช้วิธีเปลี่ยนให้การจัดเก็บภาษีเป็น 'เงินบริจาคเพื่อพัฒนาชายแดน' แทน ขุนนางพวกนั้นจะไม่มีข้ออ้างในการก่อกบฏ และท่านจะได้ใจประชาชนในฐานะผู้มีเมตตา... คาลอส ท่านคือปีศาจ แต่จงเป็นปีศาจที่ฉลาดพอจะสร้างสวรรค์ให้ตัวเองปกครอง ไม่ใช่เผามันจนวอดวาย" ห้องทั้งห้องกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน คาลอสมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ พยายามค้นหาคำลวง แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็นความจริงใจที่บริสุทธิ์อย่างน่าประหลาดใจ—หรืออย่างน้อยที่สุด มันก็แนบเนียนจนเขายอมเชื่อ "ท่านเปลี่ยนไปมากนะ เอเลน่า" เขาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากสัมผัสกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินบนผิวแก้มเธอ "แต่ถ้าเหตุผลที่ท่านพยายามหยุดข้า เพราะท่านหวาดกลัวอนาคตที่ยังมาไม่ถึง... ข้าอยากให้ท่านรู้ไว้ ว่าข้าไม่ได้ต้องการราชอาณาจักรนี้ ข้าต้องการเพียงแค่ท่าน" เขาขยับถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว ทิ้งความโหยหาไว้กลางอากาศ ก่อนจะล้วงหยิบจดหมายปิดผนึกด้วยตราประจำตัวของสภาขุนนางออกมาจากเสื้อคลุมแล้วยื่นให้เธอ "นี่คือรายชื่อผู้ที่เตรียมจะแปรพักตร์ในคืนวันเฉลิมฉลอง หากท่านทำตามที่พูดได้จริง ข้าจะยกเลิกแผนการประท้วงทั้งหมด... แต่จำไว้ว่าเอเลน่า ถ้าท่านพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะลากท่านลงไปในนรกด้วยกันทันที" เอเลน่ารับจดหมายมาด้วยมือที่เย็นเฉียบ เธอคลี่มันออกดูเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะชะงักงัน รายชื่อลำดับแรกที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษไม่ใช่ขุนนางคนใดที่เธอรู้จัก แต่มันกลับเป็นชื่อของบุคคลที่เธอคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่ชาติที่แล้ว ‘ท่านดยุคแห่งวาเลนเซีย... บิดาของเธอเอง’ ใบหน้าของเอเลน่าซีดเผือดลงทันที เธอเงยหน้าขึ้นมองคาลอสที่กำลังส่งยิ้มบางๆ ให้เธออย่างมีเลศนัย ก่อนที่เสียงฝีเท้าจำนวนมากจะดังขึ้นจากหน้าประตูห้องโถง พร้อมกับเสียงตะโกนขององครักษ์ที่แทรกผ่านเข้ามา "ฝ่าบาท! ตรวจพบผู้บุกรุกในเขตพระราชฐานชั้นใน! เป็นพวกของกลุ่มกบฏที่ถือตราประจำตัวของตระกูลวาเลนเซียมาด้วยพะย่ะค่ะ!" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเอเลลินน์ปลายพู่กันในบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันในครั้งนี้ไม่น้อยเลยค่ะ
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%