เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 47

ดูแลหัวใจ

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
เสียงโลหะกระทบกันดังเคร้งก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ก่อนจะตามมาด้วยกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของชาสมุนไพรบนโต๊ะทำงาน เอเลน่าไม่ได้สนใจประตูห้องลับที่ถูกเปิดออกด้วยกลไกปริศนาในยามวิกาลนั้นอีกต่อไป ในวินาทีนี้ นัยน์ตาสีมรกตของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนตื่นตระหนก เมื่อร่างสูงใหญ่ของดยุคคาลอส กรานท์ ที่ควรจะยืนหยัดราวกับปีศาจไร้พ่าย กลับทรุดฮวบลงต่อหน้าต่อตา ประหนึ่งเสาหลักแห่งอาณาจักรที่ถูกโค่นล้มด้วยคมดาบที่มองไม่เห็น "คาลอส!" น้ำเสียงที่ปกติมักจะราบเรียบและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นหลุดอุทานออกมาอย่างลืมตัว สองขาเรียวรีบพุ่งเข้าไปประคองร่างที่หนักอึ้งนั้นไว้ทันท่วงที ก่อนที่ศีรษะได้รูปจะฟาดลงกับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ ไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขานั้นผิดธรรมชาติอย่างยิ่ง มันร้อนรุ่มราวกับเปลวเพลิงในเตาหลอม ทว่าปลายนิ้วกลับเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก นี่คืออาการสะท้อนกลับของการฝืนใช้พลังมืดต้องห้ามเพื่อสะกดรอยตามกลุ่มเงาปริศนาที่บังAانกล้าเข้ามาล่วงล้ำอาณาเขตของพวกเขา เอเลน่ากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด—ความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย ในชาติภพก่อน... ชายหนุ่มผู้นี้คือปีศาจกระหายเลือดที่เหยียบย่าMซากศพของผู้คนเพื่อขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่ในชาตินี้ ปีศาจตนเดียวกันกลับยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องความลับและปกป้องเธอจากภัยมืด "อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลย... เอเลน่า" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้แหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย คาลอสปรือตาสีรัตติกาลขึ้นมองใบหน้าอันตื่นตระหนกของหญิงสาว มุมปากหยักลึกยกยิ้มฝืนๆ คล้ายพยายามจะเยาะหยันความอ่อนแอของตนเอง ทว่ามันกลับดูน่าเวทนาและบีบคั้นหัวใจคนมองจนแทบแหลกสลาย "ฉันยังไม่ตาย... ง่ายๆ ใช้งานฉันไม่คุ้มค่าตัวหรอกนะ" "เงียบปากแล้วก็เลิกทำตัวอวดเก่งสักทีเถอะค่ะ!" เอเลน่าเอ็ดเสียงเขียว แม้ในยามนี้ดวงตาคู่สวยจะรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ไหลร่วงลงมา มือเรียวบางรีบปลดกระดุมเสื้อคลุมสีเข้มของเขาออกอย่างไร้ความลังเล เพื่อระบายความร้อนที่อัดแน่นอยู่ภายใน และเผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ข้างขวา รอยแผลนั้นมีควันสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาเล็กน้อย—พิษจากอาคมโบราณที่กำลังกัดกินเนื้อหนังและกัดเซาะสติสัมปชัญญะของเขาอย่างช้าๆ กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานส่วนตัว เอเลน่าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ในฐานะนางร้ายผู้เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง เธอรู้ดีว่าหากปล่อยให้พิษนี้ลามเข้าสู่หัวใจภายในหนึ่งชั่วยาม ต่อให้เป็นดยุคผู้ยิ่งใหญ่แห่งตระกูลกรานท์ก็ไม่แคล้วต้องกลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณ "คุณหญิง... หรือใครก็ได้ข้างนอก!" เธอตะโกนเรียกเสียงดังลั่น ทว่าไร้ซึ่งการตอบรับ อาณาบริเวณรอบห้องลับนี้ถูกตัดขาดด้วยเวทมนตร์พรางตาที่คาลอสสร้างไว้ก่อนจะหมดสติ เพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกรับรู้ถึงความอ่อนแอของเขา มีเพียงเธอ... และเขา เอเลน่าขบกรามแน่น ตัดสินใจกระทำในสิ่งที่สามัญสำนึกไม่อาจยอมรับ เธอดึงร่างหนักอึ้งของคาลอสขึ้นพิงกับโซฟาตัวยาวด้วยแรงทั้งหมดที่มี เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าสวย หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ในที่สุดก็ร่วงหล่นกระทบลงบนหลังมือของชายหนุ่ม "คนบ้า... คุณมันคนบ้าจริงๆ คาลอส" เธอพึมพำกับตัวเองขณะที่ใช้มือข้างหนึ่งฉีกสาบเสื้อของเขาออก เพื่อให้เข้าถึงบาดแผลได้ถนัดตา คาลอสหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างขมขื่น แม้ลมหายใจจะโรยริน "ถ้าฉันตาย... เธอจะเสียใจไหม... เอเลน่า" คำถามที่เต็มไปด้วยความดึงดันและหวงแหน แม้ในยามที่ลมหายใจรดต้นคอความตาย ชายคนนี้ก็ยังไม่วายต้องการคำยืนยันจากหัวใจของเธอ เอเลน่าชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีมรกตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีรัตติกาลที่เริ่มพร่ามัว คลื่นอารมณ์ซับซ้อนโถมเข้าใส่จิตใจจนปั่นป่วน ชาติก่อนเธอถูกหักหลังและทอดทิ้งให้อยู่ในความมืดมนโดยคนที่เธอรัก แต่วันนี้... มีผู้ชายคนหนึ่งยอมตกนรกทั้งเป็นเพื่อแลกกับการปกป้องเธอไว้ เธอวางมือเรียวลงบนแผลฉกรรจ์ที่กำลังแผดเผาผิวเนื้อของเขา พลังเวทธาตุบริสุทธิ์สีขาวนวลถูกรีดเร้นออกมาจากปลายนิ้วเพื่อสะกดความมืดเอาไว้ชั่วคราว การรักษาด้วยวิธีนี้หมายถึงการดึงพิษบางส่วนเข้ามาสู่ร่างกายของเธอเอง "ถ้าคุณตาย... ฉันจะเผาทองคำทั้งหมดของคุณทิ้ง แล้วแต่งงานใหม่กับหนุ่มรูปงามสักคนในสมาคมพ่อค้าค่ะ" เอเลน่าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความสั่นเครือของน้ำเสียง ทว่าริมฝีปากกลับเม้มเข้าหากันแน่น "เพราะฉะนั้น... ห้ามตายเด็ดขาดนะคะ" คาลอสหลุบตาลงมองการกระทำของหญิงสาว รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากซีดเซียว แม้คำพูดจะเชือดเฉือน แต่มือที่สั่นเทาของเธอกำลังโอบกอดแผ่นอกของเขาแน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะสลายหายไปกับอากาศธาตุ ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศ มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงร่ายเวทแผ่วเบาของเอเลน่าที่ดังแข่งกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอกคฤหาสน์ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งไอสีดำรอบบาดแผลเริ่มจางลง และลมหายใจของคาลอสเริ่มสม่ำเสมอขึ้น เอเลน่าทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นพรมด้วยความอ่อนระล้า ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มเนื่องจากพิษบางส่วนที่เล็ดลอดเข้ามาสู่ร่างกายของตนเอง ใบหน้าหวานซีดเผือดไร้สีเลือด ทว่าเธอกลับระบายยิ้มโล่งอกออกมาได้ในที่สุด "โง่เง่า..." เธอพึมพำซ้ำๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือหนาที่เย็นเฉียบของคาลอสไว้แนบแก้ม เพื่อถ่าย 0เทไออุ่นให้แก่กันและกันในยามค่ำคืนอันหนเหน็บนี้ ทว่า ในขณะที่ความตึงเครียดกำลังคลี่คลายลง และเปลือกตาของเอเลน่าเริ่มหนักอึ้งด้วยความเหนื่อยอ่อน *กริ๊ก...* เสียงกลไกประหลาดดังขึ้นแผ่วเบามาจากมุมมืดของห้องลับใต้ดิน—จุดที่ควรจะปิดตายและมีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่ล่วงรู้ เอเลน่าสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณนางร้ายที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีกรีดร้องเตือนภัย เธอดันร่างของคาลอสให้หลบอยู่ด้านหลังโซฟาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสะบัดมือเรียกกริชเงินอาคมขึ้นมาถือไว้มั่น นัยน์ตาสีมรกตกวาดมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าด้วยแววตาดุดันและเยือกเย็นถึงขีดสุด เงาร่างหนึ่ง... ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดของอุโมงค์ใต้ดินอย่างช้าๆ กลิ่นอายอันคุ้นเคยที่โชยมากับสายลมเย็นเยียบ ทำให้เลือดในกายของเอเลน่าเย็นเฉียบลงในพริบตา... คนผู้นั้นไม่ใช่ศัตรูหน้าไหนทั้งสิ้น แต่เป็นเงาในอดีตที่เธอคิดว่าได้ฝังกลบมันลงไปในหลุมศพเมื่อชาติก่อนเรียบร้อยแล้ว "ไม่นึกเลย... ว่าน้องสาวผู้แสนA่อนโยนของฉัน จะมาแอบเล่นสนุกอะไรลับหลังตระกูลแบบนี้" *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นไปพร้อมกับเอเลน่าและคาลอสนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เอวาลินน์ปลายพู่กัน -
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%