“คนตายพูดไม่ได้ แต่ดอกไม้ที่โรยราสามารถเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจได้มากกว่าที่ท่านคิดนะคะ น้องสาวที่น่ารักของฉัน”
เอเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงด้วยกระแสความเยือกเย็นดั่งใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง เธอวางกิ่งก้านของดอกวิสทีเรียที่เหี่ยวเฉาลงบนถาดเงินตรงหน้า ‘ลูเซียน่า’ ผู้เป็นน้องสาวต่างแม่ที่ใบหน้าซีดเผือดลงจนเกือบไร้สีเลือด แววตาของหญิงสาวที่เคยไร้เดียงสาในสายตาคนนอก บัดนี้กลับสั่นไหวระริกราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพายุพัดกระหน่ำ
บรรยากาศภายในห้องกระจกเรือนเพาะชำเงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของลูเซียน่าที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเอเลน่า
“พี่... พี่พูดเรื่องอะไรคะ ลูเซียน่าไม่เข้าใจ...” ลูเซียน่าพยายามเค้นเสียงสั่นเครือ พลางขยับถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางกระถางพอร์ซเลนราคาแพง
เอเลน่าไม่ได้ตอบในทันที เธอค่อยๆ ถอดถุงมือผ้าลูกไม้ออกทีละนิ้ว ดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องที่ประดับประดาด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ในสวนนี้ช่างยั่วยวน แต่มันกลับเป็นกลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียนสำหรับคนที่รู้ความจริงว่า กลิ่นหอมเหล่านั้นถูกใช้เพื่อกลบเกลื่อนกลิ่นอายของ ‘พิษ’ ที่ถูกผสมลงในดิน
“อย่าเสียเวลาแสร้งทำเป็นผ้าพับไว้เลยค่ะ ลูเซียน่า” เอเลน่าก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจของเธอเย็นเฉียบเมื่อกระซิบข้างหูน้องสาว “น้ำมันจากดอกวิสทีเรียที่สกัดเข้มข้นจนเกือบกลายเป็นสีนิล... การนำมันไปหยดลงในแก้วไวน์ของท่านดยุคคาลอสในงานเลี้ยงเมื่อครู่ เป็นแผนที่หรูหราดี แต่เสียดายที่ท่านดยุคไม่ได้โง่เขลาเหมือนหมากที่เธอคิดจะเดิน”
“พี่ก็รู้! พี่รู้มาตลอด!” ลูเซียน่าเปลี่ยนท่าทีเป็นเกรี้ยวกราด ดวงตาสวยหวานจ้องมองพี่สาวอย่างอาฆาตมาดร้าย “ถ้าไม่มีพี่... ถ้าพี่ตายไปซะ ความสนใจทั้งหมดของท่านดยุคก็จะตกเป็นของฉัน! ฉันควรจะเป็นคนที่มีค่าพอจะยืนเคียงข้างเขา ไม่ใช่ผู้หญิงที่ถูกตราหน้าว่าเป็นนางร้ายอย่างพี่!”
เอเลน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูก เธอเชยคางน้องสาวขึ้นด้วยนิ้วเรียวยาว แม้ลูเซียน่าจะปัดมือเธอทิ้ง แต่เอเลน่ากลับไม่สะทกสะท้าน
“ความรักที่ได้มาด้วยการวางยาพิษน่ะหรือคะ? นั่นไม่ใช่ความรัก แต่มันคือการผูกมัดด้วยโซ่ตรวนแห่งความตาย” เอเลน่าเบนสายตาไปที่ประตูเรือนเพาะชำ ที่ซึ่งเงาร่างสูงใหญ่ของชายผู้หนึ่งทอดทับเข้ามา “ท่านว่าอย่างไรคะ ท่านดยุค? แขกที่มาโดยไม่ได้รับเชิญคนนี้... ควรได้รับบทเรียนแบบไหนดี?”
คาลอส กรานท์ ก้าวออกมาจากความมืดมิดของมุมห้อง ดวงตาสีดำสนิทดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรจ้องมองไปที่ลูเซียน่าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ราวกับเขากำลังมองมดปลวกที่พยายามจะยึดครองอาณาจักรของเขา แรงกดดันมหาศาลมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบข้างหนักอึ้ง
“ข้าไม่เคยชอบดอกไม้ที่มีพิษ” คาลอสกล่าว น้ำเสียงของเขาเย็นชาไร้ความปราณี “โดยเฉพาะดอกไม้ที่คิดจะเด็ดดมเจ้าของสวน”
ลูเซียน่าทรุดลงกับพื้น สติสัมปชัญญะของเธอแตกสลายเมื่อเห็นแววตาที่แท้จริงของดยุคคาลอส มันไม่ใช่สายตาของผู้ชายที่หลงใหลในความงาม แต่เป็นสายตาของปีศาจที่พร้อมจะบดขยี้ใครก็ตามที่ขัดขวางความต้องการของเขา
เอเลน่ามองดูฉากละครตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เธอไม่ได้รู้สึกสงสารน้องสาวแม้แต่น้อย ในชาติก่อนเธอถูกครอบครัวทอดทิ้งและถูกคนพวกนี้เหยียบย่ำจนตาย แต่ในชาตินี้ เธอคือคนที่กุมชะตากรรมของทุกคนไว้ในอุ้งมือ
“คาลอสคะ” เอเลน่าเอ่ยเบาๆ ขณะเดินเข้าไปควงแขนเขา “อย่าเพิ่งฆ่าเธอนะคะ ความตายนั้นง่ายเกินไปสำหรับคนที่วางแผนชั่วร้ายแบบนี้”
คาลอสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองหญิงสาวข้างกายด้วยสายตาที่อ่อนลงราวกับน้ำแข็งที่ละลายท่ามกลางแสงอาทิตย์ “ตามใจเจ้า... เอเลน่า หมากตัวนี้ ข้าจะยกให้เจ้าจัดการตามใจปรารถนา”
ทว่า ในวินาทีที่เอเลน่ากำลังจะสั่งให้บอดี้การ์ดนำตัวลูเซียน่าออกไป เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก
เสียงปรบมือช้าๆ ดังก้องเข้ามาในเรือนเพาะชำ ก่อนที่ร่างของชายชราผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทจะปรากฏตัวขึ้น เขาคือ ‘บารอนวาลเลนเซีย’ พ่อผู้ที่เคยเย็นชากับเอเลน่ามาตลอดชีวิต
“ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ” บารอนกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เอเลน่า ลูกรัก... เจ้าเติบโตขึ้นมาก จนข้าเกือบจะจำไม่ได้ว่าเคยปล่อยให้เจ้าตายไปในกองเพลิงนั่นได้อย่างไร”
เอเลน่าชะงัก รอยยิ้มที่เคยประดับบนใบหน้าหายไปในทันที ความทรงจำอันเลวร้ายในชาติก่อนที่เธอพยายามลบเลือนกลับแจ่มชัดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อบารอนไม่ได้มาคนเดียว แต่เขายังมาพร้อมกับบันทึกสีแดงฉานเล่มหนึ่ง—เล่มที่เอเลน่าคิดว่ามันถูกเผาไปตั้งแต่วันที่เธอสิ้นลมในอดีต
“บันทึกเล่มนี้... น่าจะบอกความลับของเจ้าได้ดีกว่าดอกไม้พวกนี้นะ ว่าไหม?” บารอนยกบันทึกขึ้นสูง “ว่าจริงๆ แล้ว... เจ้าไม่ใช่ลูกสาวของข้า... และไม่ใช่คนของโลกใบนี้ด้วย!”
อากาศในห้องเหมือนหยุดชะงักลง เอเลน่าตัวแข็งทื่อ เธอหันไปมองคาลอสที่บัดนี้แววตาเปลี่ยนไปเป็นความฉงนผสมความอันตราย ความลับที่เธอเก็บไว้ลึกสุดใจกำลังถูกกระชากออกมาต่อหน้าศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดในชีวิต
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของเอเลน่าและคอยเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 8
ดอกไม้พิษในสวน
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!