กลิ่นอับชื้นของหินปูนและคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศไม่ได้ทำให้เอเลน่า ฟอน วาเลนเซีย รู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดเดรสสีมิดไนท์บลูเข้ารูปเดินนิ่งสงบผ่านทางเดินแคบๆ ของคุกหลวง เสียงส้นรองเท้าของเธอที่กระทบพื้นหินดังก้องเป็นจังหวะที่มั่นคง ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศของใครบางคน
"ท่านดูเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่นี่เหลือเกินนะ ดยุค"
เอเลน่าเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมองร่างสูงใหญ่ที่เดินเคียงข้าง ดยุคคาลอส กรานท์ ไม่ได้ตอบคำถาม เขาเพียงกระชับมือที่กุมมือเธอไว้แน่นขึ้นอีกนิด แรงบีบนั้นแฝงไปด้วยความหวงแหนและอำนาจมืดมิดที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่บังอาจแตะต้องเธอ
"สถานที่ที่สกปรกโสโครกเช่นนี้ ไม่คู่ควรกับท่านหรอกเอเลน่า" คาลอสกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ดวงตาสีรัตติกาลของเขาเหลือบมองประตูเหล็กบานหนาที่อยู่ตรงหน้า "แต่ถ้าเป็นความต้องการของท่าน... ผมจะเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นนรกที่แท้จริงสำหรับมัน"
เอเลน่าหยุดฝีเท้าลงที่หน้าห้องขังหมายเลขสิบสาม ภายในนั้นร่างของ 'เคานท์เตสเซเลน่า' ผู้ซึ่งเคยเป็นดั่งพี่สาวที่แสนดีในชาติก่อนกำลังนั่งขดตัวอยู่ในมุมมืด เส้นผมที่เคยสละสลวยบัดนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ทันทีที่เสียงฝีเท้าหยุดลง ร่างนั้นก็สะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันมาเผชิญหน้า แววตาที่เคยฉายแววอ่อนหวานบัดนี้เต็มไปด้วยความเคียดแค้น
"เอเลน่า..." เซเลน่าเค้นเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ในที่สุดเจ้าก็มา... มาเพื่อเยาะเย้ยข้าสินะ? นางปีศาจ!"
เอเลน่าไม่ได้สะทกสะท้าน เธอเดินเข้าไปใกล้กรงขังจนเกือบชิด โน้มตัวลงเล็กน้อยส่งยิ้มที่งดงามทว่าเย็นเยียบไปให้ "เยาะเย้ยหรือคะ? ไม่หรอกค่ะท่านพี่ ข้าแค่มาเพื่อแจ้งข่าวดี... ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลที่ท่านพยายามชิงไป ถูกยึดคืนเข้าหลวงเรียบร้อยแล้ว และในวันพรุ่งนี้ ชื่อของท่านจะถูกลบออกจากบันทึกตระกูลวาเลนเซียอย่างถาวร"
"เจ้ามันแพศยา! เจ้าแย่งทุกอย่างไป! ทั้งอำนาจ ทั้งคาลอส... เจ้ามันก็แค่ตัวหมากที่โชคดี!"
คาลอสที่ยืนเงียบมาตลอดก้าวขึ้นมาข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว กลิ่นอายกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องขังหนักอึ้งราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบคอคนข้างในไว้ "ระวังปากของเจ้าให้ดี เซเลน่า" เสียงของเขากังวานเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก "หากข้าได้ยินชื่อเอเลน่าหลุดออกมาจากปากสกปรกของเจ้าอีกเพียงคำเดียว ลิ้นของเจ้าจะไม่มีโอกาสได้ใช้พูดอะไรอีกตลอดกาล"
เซเลน่าตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เธอถอยกรูดไปชนผนังหิน สายตาเลื่อนลอยมองสลับไปมาระหว่างหญิงสาวผู้เย่อหยิ่งกับชายหนุ่มผู้ไร้ความปรานี
"ท่านดูเสียใจนะที่ไม่ได้เห็นข้าตายในชาติที่แล้ว" เอเลน่ากระซิบเบาๆ แต่ชัดเจนในความเงียบ "แต่น่าเสียดาย... เพราะในชาตินี้ ข้าจะเป็นคนเขียนบทจบให้ท่านด้วยมือของข้าเอง ท่านไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ความทรมานในคุกหลวงนี้เป็นเพียง 'จุดเริ่มต้น' ของการชดใช้เท่านั้น"
"เจ้าไม่ได้ทำคนเดียว..." เซเลน่ากัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า พยายามคว้าโอกาสสุดท้าย "เจ้าคิดว่าตัวเองฉลาดนักหรือไง? เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด... มีคนที่เจ้าคาดไม่ถึงอยู่ด้วย! เจ้ากำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่ลึกกว่าเดิมเสียอีก เอเลน่า!"
เอเลน่าชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มที่มุมปากของเธอจางหายไป ความสงสัยวาบผ่านแววตาเพียงชั่วครู่ก่อนจะแทนที่ด้วยความเยือกเย็นตามเดิม เธอหันไปสบตากับคาลอส ซึ่งในจังหวะนั้นเอง คาลอสกลับมีสีหน้าเรียบเฉยอย่างผิดปกติ ราวกับว่าเขาไม่ได้แปลกใจกับสิ่งที่เซเลน่าพูดเลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารเวรดังมาจากสุดทางเดิน พร้อมกับเสียงตะโกนแจ้งเหตุฉุกเฉินที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้น
"ดยุคคาลอส! ขออภัยพะย่ะค่ะ! เกิดการก่อจลาจลในชั้นใต้ดินของเขตตะวันตก นักโทษสำคัญหลบหนีไปได้สามคน... และหนึ่งในนั้น คือคนสนิทของ 'องค์ชายรัชทายาท'!"
เอเลน่าเบิกตากว้าง ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ เธอหันกลับไปมองเซเลน่าอีกครั้ง ทว่าในห้องขังนั้น เซเลน่ากลับยิ้มออกมา... ยิ้มที่ดูราวกับได้รับชัยชนะบางอย่าง
ขณะที่คาลอสกำลังจะออกคำสั่ง ทหารนายหนึ่งก็พุ่งตัวเข้ามาหยุดลงตรงหน้าพวกเขา ก่อนจะยื่นจดหมายที่ประทับตราหลวงด้วยแว็กซ์สีทองสดให้แก่คาลอส มือหนารับมาเปิดอ่านเพียงปราดเดียว ก่อนที่นัยน์ตาของเขาจะวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นที่พยายามสะกดไว้
"เอเลน่า... ดูเหมือนว่าเกมของเราจะถูกแทรกแซงเสียแล้ว" คาลอสกล่าวพลางส่งจดหมายนั้นให้เธอ
เอเลน่ารับมาอ่าน ใจความในจดหมายระบุสั้นๆ ว่า *'ต้อนรับการกลับมาของตัวร้ายตัวจริง... คืนนี้ที่ลานประหารเก่า ท่านจะได้พบกับสิ่งที่ท่านโหยหามาตลอดชีวิต'* ด้านล่างของจดหมายมีตราสัญลักษณ์รูป 'กุหลาบสีดำ' ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรที่ควรจะล่มสลายไปตั้งแต่นางร้ายคนก่อนถูกกำจัดทิ้งไปแล้ว
"นี่มันหมายความว่าอย่างไร..." เอเลน่าพึมพำขณะมองไปที่กุญแจมือของเซเลน่าที่บัดนี้เปิดออกเองราวกับมีกลไกบางอย่างซ่อนอยู่
เซเลน่าหัวเราะร่วน แววตาของเธอเปลี่ยนไปเป็นความว่างเปล่าก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเท้าเดินออกจากกรงขังที่ไม่มีใครกล้าขวาง แม้แต่คาลอสเองก็ยังนิ่งงันดั่งต้องมนตร์สะกด เอเลน่ารู้ตัวในวินาทีนั้นเองว่าเธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อปิดเกม... แต่เธอกำลังก้าวเข้ามาติดกับดักที่ถูกวางไว้ตั้งแต่วันแรกที่เธอกลับมาเกิดใหม่!
เอวาลินน์ปลายพู่กันหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ
เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 38
คุกหลวง
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!