"ท่านกำลังโกหกข้า... หรือกำลังหลอกตัวเองกันแน่คะ ดยุคคาลอส?"
เสียงของเอเลน่าราบเรียบ ทว่าสั่นประสาทราวกับคมมีดที่กรีดลงบนผ้าไหมราคาแพง เธอวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะหินอ่อนเบาๆ เสียงกระทบกันของพอร์ซเลนดังกังวานในห้องทำงานที่เงียบสงัดจนน่าอึดอัด สายตาคู่คมกริบของเธอยังคงจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีรัตติกาลของบุรุษตรงหน้า ผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นปีศาจในคราบขุนนางผู้สูงศักดิ์
คาลอสไม่ตอบทันที เขาเพียงแต่นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังตัวหรู มือหนาประสานกันอย่างหลวมๆ บนตัก ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายเกินไปจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อคำถามนั้นพุ่งเข้าปะทะ ราวกับมีมวลอากาศหนักอึ้งกดทับลงมาจนหายใจติดขัด
"เอเลน่า" เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบของลมฤดูหนาว "คนเราทุกคนต่างมีบาดแผลที่ไม่อยากให้ใครมองเห็น แม้แต่ท่านเอง... ก็คงไม่ได้เดินเข้ามาในชีวิตข้าด้วยหัวใจที่สะอาดหมดจดหรอก จริงไหม?"
เอเลน่าแค่นยิ้มที่มุมปาก เธอลุกขึ้นเดินช้าๆ ไปยังหน้าต่างบานสูงที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย แสงจันทร์สลัวตกกระทบลงบนใบหน้าด้านข้างของเธอ ราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่แฝงไปด้วยปริศนา "บาดแผลของข้าคือความโดดเดี่ยวที่ถูกทิ้งไว้ในความมืดมิด ชาติก่อนข้าตายโดยไม่มีใครแยแส... แต่ท่านเล่าคาลอส? ท่านมีทุกอย่าง มีอำนาจ มีผู้คนก้มหัวให้ แต่สายตาของท่านยามที่มองข้า... มันกลับดูเหมือนคนที่กำลังกลัวการสูญเสียสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของจริงๆ"
คาลอสชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายความเยือกเย็นรอบตัวเขาพลันจางหายไปแทนที่ด้วยความหม่นหมองที่ยากจะหยั่งถึง เขาไม่ได้ลุกขึ้นเดินตาม เธอสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองแผ่นหลังของเธอราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงดวงวิญญาณ
"ข้าไม่เคยครอบครองหัวใจใครได้เลยต่างหาก" เขาเอ่ยสั้นๆ น้ำเสียงสั่นไหวเล็กน้อยอย่างที่ยากจะสังเกตเห็น "ความรักในมุมมองของข้า... ไม่ใช่การประคองกันด้วยความหอมหวาน แต่มันคือการพยายามกักขังชิ้นส่วนของตัวเองไม่ให้แตกสลายไปมากกว่านี้ เอเลน่า ท่านถามหาความจริงจากข้า... แล้วถ้าข้าบอกว่า ข้าสร้างจักรวรรดินี้ขึ้นมาใหม่เพียงเพื่อจะลบภาพความทรงจำที่ข้าเคยถูกทรยศโดยคนที่รักที่สุด ท่านจะยังกล้าเข้าใกล้ 'ปีศาจ' ตนนี้อยู่ไหม?"
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้เอเลน่าสะดุ้ง เธอเพียงหันกลับมา แววตาของเธออ่อนแสงลงเล็กน้อยในยามที่มองเห็นรอยร้าวในแววตาที่ปกติจะแข็งกร้าวของเขา เธอรู้ดีว่านี่คือเกมที่อันตราย ทั้งคู่ต่างเปลือยเปล่าทางความรู้สึกต่อหน้ากันโดยไม่มีอาวุธใดๆ นอกจากคำพูด
"หากท่านคือปีศาจ ข้าก็คงเป็นแม่มดที่ถูกผลักตกเหว" เอเลน่าเดินกลับไปหาเขา มือเรียวบางเอื้อมไปแตะที่ขมับของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้คาลอสหลับตาลงราวกับจะซึมซับความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับ "บาดแผลของท่านไม่ใช่สิ่งที่ต้องปิดตาย แต่มันคือตัวตนที่ทำให้ท่านเป็นท่านในตอนนี้... เราต่างก็เป็นตัวร้ายในเรื่องเล่าของคนอื่น แต่ในเรื่องของเรา... ท่านกล้าที่จะเลิกเล่นบทบาทที่แสนทรมานนี้ไหมคะ?"
คาลอสลืมตาขึ้น เขารวบมือของเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากอุ้งมือของเขาแผ่ซ่านไปทั่วผิวหนังของเธอ แววตาที่เคยนิ่งเฉยกลับเต็มไปด้วยความโหยหาที่แสนเจ็บปวด "ข้าไม่รู้ว่าข้าทำเป็นไหม... ความเป็นตัวข้ามันฝังรากลึกเกินกว่าจะถอนออกโดยไม่เจ็บปวด ท่านกำลังขอให้ข้าควักหัวใจตัวเองออกมาวางบนฝ่ามือท่านนะ เอเลน่า"
"ถ้าท่านไม่วางมันลงตรงนั้น... สักวันหนึ่งมันก็จะตายไปพร้อมกับความเงียบงันที่ท่านสร้างขึ้นเอง"
บทสนทนาหยุดลงเพียงแค่นั้น ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่ความเงียบที่หนาวเหน็บ หากแต่เป็นความอึดอัดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่กำลังปะทะกันอย่างรุนแรง ทั้งสองจ้องมองกันราวกับจะค้นหาคำตอบสุดท้ายในส่วนลึกของนัยน์ตา
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน ก่อนที่ประตูจะถูกผลักออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทผู้มีใบหน้าซีกหนึ่งถูกปกปิดไว้ภายใต้หน้ากากเหล็กเดินเข้ามาพร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่งในมือที่สั่นเทา
"ฝ่าบาท... ดยุคคาลอส..." ชายชรากล่าวด้วยเสียงแหบพร่าพลางก้มหัวลงต่ำ "สายลับของเราส่งข่าวมาจากวิหารศักดิ์สิทธิ์... พวกเขาพบ 'สิ่งนั้น' แล้ว สิ่งที่ท่านสั่งให้ทำลายทิ้งก่อนจะเกิดใหม่... มันกำลังถูกนำกลับมาที่เมืองหลวงในคืนนี้"
ร่างของคาลอสเกร็งขึ้นทันที มือที่กุมมือเอเลน่าอยู่นั้นเย็นเฉียบในฉับพลัน เขาค่อยๆ หันไปมองชายชราคนนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความโหยหาเป็นความอำมหิตอย่างที่เอเลน่าไม่เคยเห็นมาก่อน
"ใครเป็นคนนำมันมา?" คาลอสถามเสียงต่ำ
"นาง... นางที่ท่านเคยคิดว่าตายไปแล้วในเปลวเพลิงเมื่อสิบปีก่อน"
เอเลน่ารู้สึกได้ถึงแรงบีบที่ข้อมือจนแทบแหลก คาลอสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลังกดดันมหาศาลปะทุออกมาจนโคมไฟในห้องแกว่งไกว เขาหันมาสบตาเอเลน่า สายตานั้นไม่ใช่ความคลั่งรักอีกต่อไป แต่เป็นความตื่นตระหนกที่แฝงไปด้วยความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เอวาลินน์ปลายพู่กันหวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นไม่เป็นจังหวะ และเตรียมตัวรับมือกับพายุแห่งอดีตที่กำลังจะมาถึงในตอนถัดไปนะคะ
เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน•ตอนที่ 21
แผลเป็นที่หัวใจ
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์รักร้ายของยัยนางร้ายที่โลกเมิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!