ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 4

กฎสามข้อของผู้คุมงาน

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
แฟ้มหนังสีดำสนิทถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกใสเสียงดัง *ปึก* จนเอกสารด้านในกระเด็นออกมาเล็กน้อย รันรดาชะืองักมือที่กำลังร่างภาพโครงชุดอาวองการ์ดบนแท็บเล็ต เธอเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาวาวโรจน์ นัยน์ตากลมโตคมกริบจดจ้องร่างสูงโปรดของภัณฑารักษ์หนุ่มที่ยืนกอดอกตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ตรงหน้า “นี่คืออะไรคะ คุณคีริน” น้ำเสียงหวานใสแต่เต็มไปด้วยกระแสความกรุ่นโกรธเอ่ยขึ้นทันที โดยไม่ต้องรอให้ฝ่ายชายเปิดฉาก “กฎการทำงานร่วมกันระหว่างคุณกับผม” คีรินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และราบเรียบจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองผลงานแฟชั่นบนหน้าจอแท็บเล็ตด้วยหางตา ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาเธอนิ่ง “ในฐานะที่ผมเป็นภัณฑารักษ์ผู้ดูแลโปรเจกต์นิทรรศการศิลปะผสมแฟชั่นครั้งนี้ ผมมีสิทธิ์ขาดในการอนุมัติทุกขั้นตอน และถ้าคุณไม่อยากให้ผลงานขยะนี่ตกม้าตายตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ก็กรุณาอ่านและทำความเข้าใจมันให้ขึ้นใจ” คำว่า ‘ผลงานขยะ’ ทำเอารันรดาเกือบสติหลุด เธอแค่นหัวเราะในลำคออย่างเหลืออด ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนส่วนสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้เธอต้องเงยหน้าสู้สายตาเขาเล็กน้อย แต่ไม่มีทางเสียล่ะที่คนอย่างรันรดาจะยอมก้มหัวให้ใคร “ปากเสียไม่เปลี่ยนเลยนะคะ คุณคีริน” เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวูดดี้ผสมความเย็นสะอาดจากตัวเขาโชยเข้าจมูกจนน่าหงุดหงิด “ผลงานชิ้นนี้ฉันทุ่มเทสมองและจิตวิญญาณวาดมันขึ้นมา ถ้าคุณไม่มีรสนิยมพอจะเข้าใจความงามเชิงโครงสร้างแบบอาวองการ์ด ก็กรุณาเก็บคำพูดดูถูกเหยียดหยามนั่นใส่กระเป๋าแล้วไสหัวออกไปจากสตูดิโอของฉันซะ” คีรินไม่ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย เขาก้มลงมองหญิงสาวที่กำลังฮึดฮัดเหมือนแมวป่าขนพองด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่ทำเอาหัวใจคนมองเต้นผิดจังหวะด้วยความโมโห “ปากเก่งให้ได้ตลอดก็แล้วกันครับ... เอ้ย... ก็แล้วกันนะคะ” คีรินชะงักไปนิดเมื่อเผลอใช้สรรพนามชายออกไป แต่ก็แก้คำพูดได้อย่างหน้าตาเฉย แม้ใบหูของเขาจะขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ โดยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนมันไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชา “เปิดอ่านดูสิครับ... ข้อแรก” เขาจงใจแกล้งเน้นเสียงเพื่อกวนประสาท รันรดากัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้ เธอยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารสีดำขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความรวดเร็ว กวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษ A4 ที่พิมพ์ไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย *กฎข้อที่ 1: ห้ามแต่งกายด้วยชุดที่สีสันฉูดฉาดเกินกว่าโทนสีหลักของหอศิลป์ (ขาว ดำ เทา) เข้ามาในพื้นที่ทำงานเด็ดขาด เนื่องจากจะรบกวนสมาธิในการพิจารณาชิ้นงานของภัณฑารักษ์* รันรดาแทบจะขยำกระดาษแผ่นนั้นทิ้งคาที่ เธอเงยหน้าขึ้นจ้องมองหน้าเขาตาเขียวปัด “นี่คุณประสาทหรือเปล่าคะ! นี่มันงานแฟชั่นนะ ไม่ใช่งานศพ! จะให้ฉันใส่ชุดดำทะมึนไปทั้งชีวิตเพื่อความสบายตาของคุณหรือไง” “นี่คือความเหมาะสมในฐานะมืออาชีพครับ คุณรันรดา” คีรินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองชุดเดรสผ้าไหมสีแดงเพลิงที่เธอกำลังสวมใส่อยอยู่ตอนนี้อย่างจงใจไล่สายตาสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “อีกอย่าง... สีแดงมันแสบตาเกินไปสำหรับผม” “นี่คุณกำลังก้าวก่ายรสนิยมส่วนตัวของฉันเกินไปแล้วนะ!” “อ่านข้อต่อไปสิครับ... ยังมีอีกหลายข้อที่คุณจะต้องน้ำตาตกใน” คีรินยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า รันรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด นิ้วเรียวยาวพลิกหน้ากระดาษต่อไปด้วยความแรง *กฎข้อที่ 2: ทุกครั้งที่มีการประชุมหรือตรวจแบบ รันรดาจะต้องมาถึงก่อนเวลาอย่างน้อยสามสิบนาที และเตรียมกาแฟดำสูตรพิเศษ (เอสเพรสโซ่ไม่ใส่น้ำตาล ช็อตคู่) ให้ภัณฑารักษ์ด้วยตัวเองทุกครั้ง* “อะไรนะ!” คราวนี้รันรดาหลุดอุทานเสียงดังลั่นห้อง “นี่คุณจ้างฉันมาเป็นดีไซเนอร์ระดับแนวหน้า หรือจ้างฉันมาเป็นบาริสต้าส่วนตัวของคุณกันแน่ยะ!” “คุณมีสิทธิ์ปฏิเสธนะ...” คีรินก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธออีกก้าวหนึ่ง จนรันรดาต้องเผลอถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มใสจนหัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวอย่างไม่รักดี “แต่ถ้าคุณทำไม่ได้... แปลว่าคุณยอมรับว่าตัวเองไม่มีความรับผิดชอบพอที่จะพาผลงานนี้ไปสู่ความสำเร็จ และผมก็คงต้องพิจารณาถอนตัวจากโปรเจกต์นี้... พร้อมกับรายงานความไร้ฝีมือของคุณให้บอร์ดบริหารฟังด้วย” สายตาที่พวกเขาสบกันในระยะประชิดนั้นเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่สパークใส่กันอย่างรุนแรง ความใกล้ชิดนี้ทำเอารันรดาลืมคำพูดที่จะเถียงกลับไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมกริบของคีรินที่มองเธอนั้นไม่มีความเย็นชาเหลืออยู่เลย มีเพียงความดื้อรั้น แกมเอ็นดู และประกายบางอย่างที่ร้อนแรงเสียจนคนมองต้องร้อนรุ่มไปทั้งตัว “คุณ... คุณมันเผด็จการที่สุด!” รันรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามเบือนหน้าหนีสายตาวับวามคู่นั้นที่ทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง “ขอบคุณสำหรับคำชมครับ” คีรินกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นจนผิดคาด “ผมชอบคนหัวดื้อแบบคุณนะ... มันท้าทายดี” รันรดาใจกระตุกวูบ เธอกำหมัดแน่นด้วยความประหม่าที่จู่ๆ ก็ก่อตัวขึ้นในอก ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องยกมือขึ้นผลักอกแกร่งของเขาออกห่าง “ถอยไปเลยนะ! เลิกเล่นหูเล่นตาแล้วก็ออกไปจากห้องของฉันได้แล้ว!” คีรินหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เขายืดตัวตรงจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทางเนี้ยบกริบดังเดิม “อย่าลืมกฎสองข้อแรกนะครับ... ส่วนข้อที่สาม พรุ่งนี้เช้าผมจะเอามาส่งให้อีกที” พูดจบ ภัณฑารักษ์หนุ่มก็หมุนตัวเตรียมจะเดินสาวเท้ายาวๆ ไปที่ประตูห้องทำงาน แต่ทว่า... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยพาย เพื่อนสนิทและบรรณาธิการสาวจอมเสือกที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟในมือ โดยมีสีหน้าตื่นเต้นเหมือนเด็กเจอของเล่นใหม่ “รินจ๋า... แกเอกสารเสร็จยัง... อุ๊ย!” พายชะงักฝีเท้าทันทีเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนสนิทที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ชิดขอบโต๊ะ โดยมีคีรินยืนกอดอกยิ้มมุมปากอยู่ใกล้ๆ ในระยะประชิดตัว “ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย... หน้าแดงเชียว แกเป็นไข้เหรารันรดา” รันรดาเบิกตากว้าง รีบผละออกจากขอบโต๊ะทันที ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นไปอีกเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเพื่อนรักที่ส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้ ทว่า... ก่อนที่รันรดาจะได้อ้าปากแก้ตัวอะไรออกไป คีรินกลับหันไปมองหน้าพายด้วยแววตานิ่งสนิท ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอารันรดาต้องช็อกค้างกลางอากาศ “ไม่รบกวนหรอครับคุณพาย...” คีรินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม “พอดีผมกำลังสอน ‘ว่าที่ภรรยา... เอ๊ย ว่าที่คู่หู’ ของผม ถึงกฎเหล็กในการทำงานร่วมกันอยู่พอดี” รันรดาหันขวับไปมองหน้าคีรินทันที นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง ประโยคเมื่อครู่... เขาเกือบหลุดคำว่าอะไรออกมานะ! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%