"คุณ..."
รันรดาหันขวับไปมองหน้าคีรินทันที นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง ประโยคเมื่อครู่... เขาเกือบหลุดคำว่าอะไรออกมานะ!
เสียงลมหายใจอุ่น ๆ ของชายหนุ่มที่ยืนประชิดตัวจนเกินความจำเป็น ทำให้บรรยากาศรอบตัวในห้องจัดแสดงนิทรรศการศิลปะแคบลงถนัดตา คีรินชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตาคมกริบกะพริบถี่เพื่อดึงสติกลับมา ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติจะแปรเปลี่ยนกลับเป็นมาaskหน้าตาย เย็นชา และเปี่ยมด้วยระเบียบวินัยอันน่าหมั่นไส้ตามฉบับภัณฑารักษ์มือหนึ่ง
"ผมหมายถึง... คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องโบวัตถุชิ้นนี้" คีรินแก้ตัวด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ทว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงต้นคอ กลับทรยศความนิ่งขรึมของเขาอย่างสิ้นเชิง
"เหรอคะ?" ดีไซเนอร์สาวแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงอย่างจับผิด รันรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับยกยิ้มหยัน "เมื่อกี้ฉันหูฝาดไปเองสินะคะที่คุณภัณฑารักษ์... เกือบจะพูดคำว่า 'ที่รัก' ออกมาซะแล้วมั้งเนี่ย"
"อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลย คุณรันรดา" คีรินกัดฟันกรอด สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขาปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงอย่างรวดเร็ว "ในฐานะภัณฑารักษ์ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ กฎก็คือกฎ ห้ามนำชุดแฟชั่นล้ำยุคที่เต็มไปด้วยวัสดุสังเคราะห์และกลิตเตอร์สะท้อนแสงเข้ามาใกล้โซนจัดแสดงศิลปะโบราณเด็ดขาด มันเสี่ยงต่อการทำลายทัศนียภาพและความปลอดภัยของชิ้นงาน"
รันรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว เธอเหยียดยิ้มบาง ๆ ส่งสายตาท้าทายกลับไปราวกับแมวป่าที่กำลังสนุกกับการเล่นกับเหยื่อ
"กฎเหรอคะ? น่าแปลกจังนะคะ ทั้งที่โปรเจกต์ 'Fashion Meets Heritage' นี่ก็อนุมัติโดยท่านผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์เองแท้ ๆ และคุณ... ในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ร่วม ก็ควรจะรู้ดีกว่าใครว่าคอนเซปต์ของเราคือการ 'ปะทะกันระหว่างอดีตกับอนาคต' ถ้าชุดของฉันมันไม่ล้ำ ไม่แหวกแนว แล้วคุณจะเอาอะไรไปจัดแสดงคู่กับแจกันราชวงศ์หมิงล่ะคะ หรือว่ากลัว... กลัวว่างานดีไซน์ของฉันมันจะเด่นเกินหน้าเกินตาแจกันใบเก่า ๆ ของคุณจนหมดคุณค่ากันแน่?"
คำพูดจี้ใจดำของหญิงสาวทำเอาคีรินถึงกับชะงัก นัยน์ตาคมกริบวับโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง เขาจ้องมองดีไซเนอร์สาวปากเก่งที่ยืนกอดอกพิงชั้นวางกระจกด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ ชุดสูทผ้าทวีตสีชาแนลที่เธอสวมใส่ขับเน้นรูปร่างเพรียวบางให้ดูโดดเด่น ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาเขามากที่สุดคือความดื้อรั้นในแววตานั่นต่างหาก
"คุณกำลังเข้าใจผิดว่าศิลปะคือการประกวดความเด่นงั้นสินะ" คีรินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างคุกคาม ความสูงโปร่งของเขาทำให้รันรดาต้องแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย แต่มือเรียวบางของเธอกลับไม่มีท่าทีจะถอยหนีเลยแม้แต่น้อย "ศิลปะโบราณมีคุณค่าในตัวของมันเอง ไม่จำเป็นต้องอาศัยแสงสีฉูดฉาดของแฟชั่นยุคปัจจุบันมาช่วยพยุง... และที่สำคัญที่สุด กฎของที่นี่ระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามนำวัตถุไวไฟหรือวัสดุที่มีส่วนประกอบของพลาสติกและสารเคมีเข้าใกล้โซนควบคุมอุณหภูมิเด็ดขาด ซึ่งชุด 'อาวองการ์ด' ของคุณ... มีครบทุกข้อห้ามที่ผมเพิ่งพูดไป"
รันรดากะพริบตาปริบ ๆ รอยยิ้มบนริมฝีปากยังคงอยู่ แต่ประกายตาเปลี่ยนเป็นความเจ้าเล่ห์ทันทีที่ได้ยินข้ออ้างเรื่องกฎระเบียบ
"อ๋อ... เรื่องวัสดุไวไฟและสารเคมีสินะคะ" รันรดาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปหยิบกระเป๋าหนังแบรนด์หรูที่วางอยู่บนเก้าอี้ หยิบแท็บเล็ตเครื่องโปรดออกมาสไลด์หน้าจออย่างคล่องแคล่ว แล้วยื่นไปจ่อตรงหน้าชายหนุ่ม "งั้นรบกวนคุณภัณฑารักษ์ผู้รอบรู้ ช่วยกวาดสายตาอันแสนจะเป๊ะทุกกระเบียดนิ้วของคุณ อ่านเอกสารแนบท้ายสัญญาข้อที่ 4.2 ของโปรเจกต์นี้ให้ชัดเจนหน่อยค่ะ ว่าทางเราได้ทำการส่งตัวอย่างวัสดุทั้งหมดไปให้ทางห้องปฏิบัติการเคมีของพิพิธภัณฑ์ตรวจสอบและได้รับ 'ใบรับรองความปลอดภัยระดับ A' เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา... หรือว่าคุณไม่ได้อ่านอีเมลจากเลขาฯ ตัวเองคะ?"
คีรินชะงักกึก สายตาคมกริบกวาดมองข้อความบนหน้าจอแท็บเล็ตอย่างรวดเร็ว ตัวอักษรสีดำบนพื้นหลังสีขาวเด่นหราพร้อมลายเซ็นอนุมัติกำกับด้วยตราประทับอย่างเป็นทางการของพิพิธภัณฑ์... ซึ่งมีลายเซ็นของเขาเองเป็นผู้กำกับดูแลการอนุมัติในขั้นตอนสุดท้าย!
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยราดด้วยความเย็นชา บัดนี้เริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมไหววูบด้วยความจำนนต่อหลักฐาน เขาเผลอเม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนเสียฟอร์ม
รันรดาเห็นอาการอึ้งกิมกี้ของอีกฝ่ายก็ยิ่งได้ใจ เธอหรี่ตามองเขาด้วยรอยยิ้มเยาะที่ชวนให้อยากหยิกให้เนื้อเขียว
"ว่ายังไงคะคุณคีริน? กฎข้อไหนอีกที่คุณอยากจะยกขึ้นมาอ้างเพื่อขัดขวางฉัน? หรือว่า... ที่คุณหาเรื่องวุ่นวายใส่ฉันไม่หยุดเนี่ย เป็นเพราะคุณแค่อยากหาข้ออ้างมา 'ยืนมองหน้า' ฉันใกล้ ๆ นาน ๆ กันแน่คะ?"
ประโยคยียวนกวนประสาทนั้นพุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างจัง คีรินถึงกับสะอึก ลมหายใจสะดุดกึก ใบหน้าที่เรียบมาตลอดกลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบา ๆ และเสียงหัวใจของชายหนุ่มที่เต้นระรัวจนแทบจะทะลักออกมานอกอก
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้อันตรายต่อหัวใจเขาเกินไปแล้ว!
คีรินพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา เขาซ่อนความประหม่าไว้ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึงตามสไตล์คนปากแข็ง ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความฮึดฮัด
"ผมแค่ทำหน้าที่ตามกรอบระเบียบ อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยคุณรันรดา"
"โอ๊ะ! ปากแข็งซะด้วยนะคะ" รันรดาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนปลายจมูกรั้นแทบจะชนกับอกเสื้อเชิร์ตสีฟ้าอ่อนรีดเรียบของเขา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาด ๆ เจือกลิ่นกระดาษเก่า ๆ ประจำตัวของภัณฑารักษ์หนุ่มโชยเข้าแตะจมูกจนเธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ "ถ้าทำตามหน้าที่จริง ๆ ทำไมมือคุณถึงสั่นตอนที่ยื่นมือมาดึงชุดฉันเมื่อกี้ล่ะคะ หืม... คุณภัณฑารักษ์"
คีรินเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนทำอะไรไม่ถูก เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยามที่ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบตาเขาตรง ๆ แววตานั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนานและชัยชนะ
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ถูกดึงให้ตึงเครียดและร้อนรุ่มในเวลาเดียวกัน เคมีอันตรายที่ระอุขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองคนลดลงทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว คีรินจ้องมองริมฝีปากสีพีชที่กำลังขยับพูดจายียวนเขาอย่างเผลอไผล นัยน์ตาคมเข้มฉายแววคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้อย่างมิดชิดเริ่มเอ่อล้นออกมาจนปิดไม่มิด
ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของชายหนุ่มโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน...
"อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเอ่ย?"
เสียงแหลมสูงคุ้นหูพร้อมกับเสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ดังแทรกขึ้นมาทันที รันรดากับคีรินสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วจนเกือบจะล้ม
พาย บรรณาธิการสาวเพื่อนสนิทตัวแสบยืนกระพริบตาปริบ ๆ อยู่ที่หน้าประตู มือถือสมาร์ทโฟนชูขึ้นสูงทำท่าเหมือนกำลังถ่ายรูป พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาแซวเต็มพิกัด
รันรดารีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เขิน พวงแก้มเนียนใสแดงก่ำด้วยความอับอาย ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นในขณะที่หันไปค้อนใส่เพื่อนสนิทวงใหญ่ ส่วนคีริน... ภัณฑารักษ์หนุ่มผู้เยือกเย็นที่สุดในพิพิธภัณฑ์ รีบหันหลังกลับไปจัดชั้นวางโบวัตถุแก้เก้อ ใบหูแดงแจ๋จนแทบจะไหม้อยู่รอมร่อ
"แกมาทำอะไรตรงนี้ยะยายพาย!" รันรดาแว้ดใส่เพื่อนเสียงเขียวเพื่อกลบเกลื่อนอาการใจเต้นรัว
"ฉันก็แค่เอาเอกสารอนุมัติฉบับจริงมาให้คุณภัณฑารักษ์เขาตรวจทานให้แน่ใจอีกรอบไงคะ เผื่อว่าแถวนี้จะมีคน... ความจำสั้น จำไม่ได้ว่าใครเป็นคนเซ็นอนุมัติเอง" พายลอยหน้าลอยตาตอบ พลาส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้คีรินที่ยังหันหลังให้อยู่
คีรินสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกฟอร์มอันน้อยนิดของตัวเองกลับมา เขาค่อย ๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับสองสาวด้วยสีหน้าบึ้งตึงเช่นเดิม ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากไล่แขกผู้ไม่ได้รับเชิญออกจากพื้นที่จัดแสดง
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรันรดาก็สั่นครืดขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวสไลด์รับสายด้วยความรำคาญใจ ทว่าทันทีที่ได้ยินเสียงปลายสายรายงานสถานการณ์จากทีมช่างตัดเย็บ รันรดาก็เบิกตากว้าง สีหน้าที่กำลังยียวนคีรินเมื่อครู่ถอดสีซีดเผือดลงทันที
"ว่ายังไงนะคะ!... ชุดตัวเอกหายไปจากห้องเก็บของงั้นเหรอ!?"
คำพูดนั้นดังพอที่จะทำให้คีรินและพายหันขวับมามองเธอพร้อมกันในพริบตาเดียว!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาสัมผัสความฟินและร่วมลุ้นไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มภัณฑารักษ์ของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 5
ตอกกลับให้หน้าหงาย
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!