แก้วไวน์คริสตัลก้านยาวถูกวางกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะหินอ่อนสีดำสนิท จนของเหลวสีทับทิมกระฉอกจากขอบแก้วหยดลงเปรอะเปื้อนผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาดตา เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสิบว่าความอดทนของรันรดาเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้วนะคะ
"ถ้าคุณคิดว่าผลงานชิ้นนี้คือ 'ขยะรีไซเคิล' อย่างที่คุณปากพล่อยวิจารณ์เมื่อครู่..." รันรดาเหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตากลมโตคมกริบราวกับแมวป่าจ้องมองผู้ชายตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันค่ะว่าสมองระดับภัณฑารักษ์ก้องโลกของ 'คุณคีริน' จะมีปัญญาหาคำนิยามที่ดีกว่าคำว่า 'โง่เง่า' มาอธิบายรสนิยมของตัวเองได้ไหม"
บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารในภัตตาคารหรูใจกลางเมืองที่ควรจะอบอวลไปด้วยความรื่นรมย์ กลับคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายสงครามประสาทที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ พายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ พร้อมกับส่งสายตาปรามเพื่อนรักเบาๆ แต่มีหรือที่คนอย่างรันรดาจะสนใจ
คีรินยังคงรักษามาดนิ่งสนิทได้อย่างน่าหมั่นไส้ นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะลงบนพื้นโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ อย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองดีไซเนอร์สาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ผมไม่ได้บอกว่ามันเป็นขยะรีไซเคิลครับ รันรดา..." คีรินลากเสียงต่ำอย่างจงใจยั่วโมโห "ผมแค่พูดตามความจริงว่าโครงสร้างชุดมันเปราะบางเกินกว่าจะเอามาจัดแสดงในนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ถ้าคุณเอาไปใส่เดินริมหาดทรายแล้วให้ปูหนีบเล่น อาจจะดูเข้าท่ากว่าเอามาประดับในแกลเลอรีของผมนะ"
*ให้ตายสซิ! ปากคอเราะร้ายแบบนี้มันน่าเอาส้นสูงฟาดหน้าสักทีสองทีจริงๆ!* รันรดาเคี่ยวเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโหจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ
"ปากดีแบบนี้ ระวังตอนขาลงจะไม่มีที่ยืนนะคะคุณภัณฑารักษ์!"
"ผมยืนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและความสุนทรีย์ที่ผ่านการกลั่นกรองมาแล้ว ไม่เหมือนคุณที่ใช้แค่อารมณ์ชั่ววูบกับอีโก้พองโตมาทำงานศิลปะ" คีรินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ
พายเหลียวซ้ายแลขวาอย่างอึดอัดเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากคนทั้งคู่ สองคนนี้เจอกันทีไรเป็นต้องเปิดฉากฟาดฟันกันจนบรรยากาศรอบข้างร้อนฉ่าทุกที ปากบอกว่าเกลียดขี้หน้ากันนักหนา แต่ทำไมรัศมีสีชมพูประหลาดๆ ถึงได้ลอยฟุ้งกลบกลิ่นอายความเกลียดชังจนคนนอกอย่างเธอเริ่มจะตามไม่ทันแล้วนะคะเนี่ย
"พอเลยค่ะทั้งสองคน! นี่เรามาดินเนอร์กระชับมิตรนะคะ ไม่ได้มาประกวดเวทีอภิปรายปัญหานโยบายโลกเดือด" พายรีบแทรกขึ้นก่อนที่สงครามน้ำลายจะลุกลามกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่สาม "รัน... ใจเย็นก่อน แกกำลังจะทำให้ไวน์หกใส่กระเป๋าแบรนด์เนมราคาหลักแสนของแกนะเว้ย"
"ฉันไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อนยัยพาย!" รันรดาตวัดเสียงหันไปแหวใส่เพื่อนสนิท ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าคีรินด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย "ถ้าคุณคีรินเขาคิดว่าผลงานของฉันมันไร้ค่าและต่ำต้อยนัก ก็เชิญยกเลิกโปรเจกต์นี้ไปเลยสคะ! ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะเอาผลงานชิ้นเอกของตัวเองมาแปดเปื้อนสายตาแคบๆ ของภัณฑารักษ์หัวโบราณเหมือนกัน!"
สิ้นคำพูดนั้น รันรดาก็ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกระแทกจากการลุกทำให้เก้าอี้ไม้สักราคาแพงหงายหลังตึงลงไปกระแทกกับพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ผู้คนในภัตตาคารหรูหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความตกใจ
ทว่าคีรินกลับไม่มีทีท่าสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งไขว่ห้างจิบไวน์อย่างใจเย็น ราวกับเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้าเป็นเพียงละครสัตว์ฉากหนึ่งเท่านั้น
"เชิญคุณกลับไปทบทวนตัวเองใหม่ดีกว่าครับ รันรดา..." คีรินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาคู่คมไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา "ก่อนที่อีโก้เฮงซวยของคุณจะทำลายโอกาสสำคัญในชีวิตตัวเอง... แล้วก็อย่านึกว่าผมไม่รู้ว่าคุณแอบซ่อนความรู้สึกตื่นเต้นไว้แค่ไหนตอนที่รู้ว่าจะได้ร่วมงานกับผม"
รันรดาชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกะทันหันเมื่อโดนจี้จุดเข้าอย่างจัง ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่ใช่เพราะความโกรธ... แต่เป็นเพราะความจริงที่ถูกอีกฝ่ายอ่านทะลุปรุโปร่งต่างหากล่ะคะ!
"ใคร... ใครตื่นเต้นกับคุณฟะ! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยไอ้ภัณฑารักษ์หน้าตาย!" รันรดาแหวใส่เสียงดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก
ในจังหวะที่รันรดากำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยประโยคที่เจ็บแสบที่สุดในชีวิต ประตูทางเข้าภัตตาคารก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของ 'กรณ์' ดีไซเนอร์หนุ่มคู่แข่งคนสำคัญของรันรดา ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยและช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ในมือ
"บังเอิญจังเลยนะครับคุณรันรดา ไม่คิดว่าจะได้มาเจอคุณนั่งดินเนอร์อยู่กับคุณคีรินที่นี่ด้วย..." กรณ์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงยียวน กวาดสายตามองโต๊ะอาหารที่ล้มระเนระนาดด้วยความขบขัน "อุ๊ย ตายจริง... โต๊ะล้มซะแล้ว หรือว่างานศิลปะชิ้นใหม่ของคุณรันรดาจะพังไม่เป็นท่าเหมือนกับโปรเจกต์นี้กันแน่นะครับ?"
รันรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความโกรธที่เพิ่งมอดลงกำลังจะปะทุขึ้นมาอีกรอบ ทว่าก่อนที่เธอจะได้สวนกลับ กรณ์กลับเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวบางของเธอไว้ด้วยความถือวิสาสะ
"ปล่อยนะ!" รันรดาขมวดคิ้วมุ่น สะบัดแขนออกอย่างรวดเร็วด้วยความขยะแขยง
หมับ!
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่กรณ์จะได้แตะต้องตัวเธอเป็นครั้งที่สอง ข้อมือหนาของเขากลับถูกมือแกร่งอีกข้างหนึ่งคว้าหมับเข้าอย่างแรง แรงบีบมหาศาลทำากรณ์ถึงกับหน้าเหเกด้วยความเจ็บปวด
คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาบังร่างของรันรดาไว้มิดชิด แววตาเย็นชาคู่นั้นเปลี่ยนเป็นดุดันและน่ากลัวจนน่าขนลุก บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ
"อย่าเอาความสกปรกของคุณมาแตะต้องคนของผม..." คีรินกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำทุบที่กดดันจนกรณ์ถึงกับหน้าซีดเผือด "ไสหัวไปซะ... ก่อนที่ผมจะทำให้คุณไม่มีที่ยืนในวงการแฟชั่นนี้ไปตลอดกาล"
หัวใจดวงน้อยของรันรดากระตุกวูบอย่างแรงในอก ความโกรธ ความสับสน และความตื่นตระหนกตีรวนกันจนปั่นป่วนไปหมด เมื่อประโยคประกาศิตจากปากของพ่อหนุ่มภัณฑารักษ์ปากร้ายดังขึ้นก้องในโสตประสาท...
*คนของผมอย่างนั้นหรือ?*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาสัมผัสความฟินและร่วมลุ้นไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มภัณฑารักษ์ของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 6
ดินเนอร์ที่ไม่ใช่การเดต
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!