ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 7

รอยร้าวในความเนี้ยบ

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
เสียงตบแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีดังขึ้นจนรันรดาต้องสะดุ้งเล็กน้อย ดีไซเนอร์สาวในชุดสูทโอเวอร์ไซส์สีเขียวมะกอกปรายตามองคู่กรณีด้วยแววตาเรียบนิ่งระคนสมเพช เธอไม่ได้ขยับถอยหลังแม้แต่นิ้วเดียว ปล่อยให้ความเงียบอันน่าอึดอัดทำหน้าที่กรีดแทงบรรยากาศห้องทำงานคิวเรเตอร์ส่วนตัวในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งนี้ "คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่คะ คุณคีริน" รันรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ "งานจัดแสดงคอลเลกชันหน้า ชิ้นงานเซรามิกตระกูลโชเซอนชุดนั้น ฉันเป็นคนยืนยันเองว่าต้องวางตำแหน่งกลางฮอลล์เพื่อขับความดิบของโครงสร้างอาวองการ์ด แต่คุณกลับเซ็นอนุมัติย้ายมันไปมุมอับ... สมองส่วนไหนของคุณที่ประมวลผลออกมาว่ามันเข้ากันคะ" คีรินยืนกอดอกอยู่หลังโต๊ะทำงาน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบไร้รอยยับสะท้อนภาพลักษณ์ของภัณฑารักษ์ผู้หยิ่งผยองและยึดมั่นในระเบียบวินัยอย่างถึงที่สุด ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคมกริบมองเธอกลับด้วยความเย็นชาที่สร้างขึ้นเพื่อเกราะกำบัง "สมองส่วนที่ทำหน้าที่รักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะโบราณค่ะ คุณรันรดา" คีรินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่แฝงความเย่อหยิ่ง "พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ใช่รันwayส่วนตัวของคุณที่จะเอาชิ้นงานยุคคลาสสิกไปเป็นฉากหลังราคาถูกให้ชุดแฟชั่นบ้าบอคอแตกของคุณ" "ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนนะคะ" รันรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเขาอีกก้าว "ถ้าคิดว่างานของฉันมันบ้าบอ ทำไมตอนประชุมบอร์ดบริหาร คุณถึงเป็นคนเสนอชื่อฉันให้มาร่วมโปรเจกต์นี้ตั้งแต่แรกละคะ หรือว่า... เก็บอาการหงุดหงิดที่ฉันไม่ยอมสยบให้คุณไม่อยู่กันแน่" ดวงตาคมของคีรินไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—สั้นเสียจนหากไม่สังเกตให้ดีคงไม่มีวันทันเห็น เขากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความซึนเดเระและท่าทีเย็นชาที่ใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเริ่มสั่นคลอนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความดื้อรั้นอันเย้ายวนของหญิงสาวตรงหน้า "อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะ คุณรันรดา" คีรินก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะฝั่งตรงข้าม ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงอากาศบางเบา "ผมก็แค่... ทำหน้าที่ตามกรอบที่ได้รับมอบหมาย" "กรอบงี่เง่าของคุณนั่นแหละที่จะทำลายโปรเจกต์นี้" รันรดาเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่มีทีท่าจะยอมหลบสายตาคุกคามนั้นแม้แต่น้อย "ถ้าเรายังทำงานร่วมกันด้วยทัศนคติแบบนี้ ฉันเกรงว่างานนี้คงพังไม่เป็นท่า... และฉันไม่ยอมให้ชื่อเสียงของฉันต้องมาพังเพราะความหัวโบราณของคุณแน่ค่ะ" พูดจบ รันรดาก็คว้าแฟ้มงานของเธอคืนมาสะบัดตัวหันหลังให้ทันที เธอไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับคนปากแข็งอย่างเขาอีกต่อไป ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาในอกจนเธอต้องก้าวเดินเร็วๆ ออกจากห้องทำงานส่วนตัวเพื่อมุ่งหน้าไปยังโซนจัดแสดงนิทรรศการหลักที่กำลังปิดปรับปรุงชั่วคราว ลับหลังร่างบางที่เดินกระแทกส้นเท้าออกไป คีรินทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง ร่างกายที่เคยตั้งตรงสง่างามราวกับรูปปั้นหินอ่อนยามนี้กลับห่อไหล่ลงเล็กน้อย ความเย่อหยิ่งและคำพูดเชือดเฉือนทั้งหมดถูกถอดทิ้งราวกับหน้ากากละคร เขายกมือขึ้นนวดขมับตัวเองอย่างแรง ลมหายใจอุ่นร้อนถอนออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและ... ความเปราะบางที่ไม่มีใครเคยได้เห็น คีรินไม่ได้แกล้งทำตัวมีปัญหาเพื่อขัดขวางรันรดา ความจริงที่เจ็บปวดคือ งบประมาณส่วนจัดแสดงหลักถูกตัดทอนลงอย่างกะทันหันจากทางผู้บริหารชุดใหม่ ชิ้นงานเซรามิกชิ้นเอกที่รันรดากล่าวถึงกำลังมีปัญหาเรื่องการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น หากนำมาวางไว้กลางฮอลล์ตามที่ดีไซเนอร์สาวต้องการ มันอาจจะเสียหายจนประเมินค่าไม่ได้ และเขา... ในฐานะภัณฑารักษ์ผู้รับผิดชอบสูงสุด ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องโยกย้ายมันไปไว้ในจุดที่ปลอดภัยกว่า แม้จะต้องแลกมากับการถูกเธอด่าทอด้วยถ้อยคำเจ็บแสบแค่ไหนก็ตาม "โธ่เว้ย..." เสียงทุ้มต่ำสบถออกมาเบาๆ อย่างอัดอั้น เขาฟุบหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสองข้าง ไหล่กว้างไหวสะท้อนเล็กน้อยตามจังหวะลมหายใจที่ไม่สม่ำเสมอ ความกดดันจากรอบด้าน ทั้งจากบอร์ดบริหารที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ และความคาดหวังมหาศาลจากโปรเจกต์นี้ มันบีบคั้นจนหัวใจแทบแหลกสลาย ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง รันรดาที่เดินลับออกไปเพื่อจะหยิบแท็บเล็ตที่ลืมไว้บนโซฟาในห้องทำงานของเขา ก็ผลักประตูบานใหญ่กลับเข้ามาอย่างเงียบเชียบด้วยความเร่งรีบ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ฝีเท้าของดีไซเนอร์สาวหยุดชะงักราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น รันรดานิ่งงิ่งไป อากาศในปอดเหมือนถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น ภาพของคีริน—ภัณฑารักษ์หนุ่มผู้เนี้ยบเป๊ะ เย่อหยิ่ง และปากร้ายที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จัก ยามนี้เขากำลังนั่งกุมขมับไหล่ไหวสั่นด้วยความเครียด ไร้ซึ่งเกราะป้องกันใดๆ หลงเหลืออยู่เลย ความโกรธเกรี้ยวและทิฐิที่เคยพุ่งพล่านเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตกใจและความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนขึ้นมาในอก เสี้ยววินาทีนั้น คีรินเงยหน้าขึ้นจากฝ่ามือ ดวงตาแดงก่ำจากการอั้นอารมณ์สบเข้ากับดวงตากลมโตของรันรดาที่ยืนแข็งค้างอยู่หน้าประตูพอดิบพอดี ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทันทีโดยไม่มีใครกล้าขยับตัว ค่ะ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นของตอนนี้ และมาร่วมลุ้นความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ใต้ความปากแข็งของเขากันต่อนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%