ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 3

โปรเจกต์ที่ไม่มีใครอยากร่วม

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกกระแทกวางลงบนกระจกโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปัง!* จนกาแฟลาเต้เย็นในแก้วกระเซ็นเป็นวง “ถ้าฉันปฏิเสธได้ ฉันคงเผาทิ้งตั้งแต่หน้าลิฟต์แล้วค่ะท่านประธาน” รันรดาเหยียดยิ้มมุมปาก มือเรียวภายใต้เล็บเจลสีเมทัลลิกตวัดดันแฟ้มหนานั้นกลับไปหาเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน เธอปรายตามองเอกสารแผ่นบนสุดที่มีตัวอักษรตัวหนาพิมพ์หราว่า *‘โครงการนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยและแฟชั่นชั้นสูง: การปะทะกันของขั้วตรงข้าม’* ให้ตายเถอะ แค่ชื่อโปรเจกต์ก็กลิ่นอายความยุ่งยากลอยมาแตะจมูกแล้วค่ะ “มันไม่ใช่ทางเลือก รัน” เสียงทุ้มต่ำของภาคภูมิผู้เป็นเจ้านายเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเอือมระอา “กระทรวงวัฒนธรรมกับหอศิลป์แห่งชาติเจาะจงชื่อแบรนด์เธอ และที่สำคัญ… เขาคนนั้นระบุมาเองเลยว่า ถ้าไม่ใช่ ‘รันรดา’ เป็นหัวหน้าทีมดีไซน์ฝั่งแฟชั่น โปรเจกต์งบแปดหลักนี้ก็เป็นอันยกเลิก” รันรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคมกริบราวกับแมวป่าหรี่ลงเล็กน้อย “เขาคนนั้นที่ว่า คงไม่ใช่ตาภัณฑารักษ์หน้านิ่งที่เพิ่งบินกลับมาจากปารีสคนนั้นหรอกใช่ไหมคะ? คนที่วันก่อนให้สัมภาษณ์นิตยสารศิลปะว่า *‘แฟชั่นยุคนี้มีแต่เปลือก ไม่มีแก่นสาร’* น่ะค่ะ” “ถูกต้องค่ะ คีรินทร์ วงศ์สุริยะ ภัณฑารักษ์มือทองผู้ไม่เคยไว้หน้าใคร” ภาคภูมิยักไหล่ “พวกเธอสองคนน่าจะเป็นเนื้อคู่กันนะ ความปากจัดกับความปากร้ายเนี่ย น่าจะเอาไปเปิดสังเวียนมวยมากกว่ามาร่วมงานกัน” “เนื้อคู่บ้านป้าสิคะ!” รันรดาลุกพรวดขึ้นเต็มความสูง เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์สีขาวสะบัดตามแรงอารมณ์ “ฉันทำงานศิลปะที่จับต้องได้และสวมใส่ได้จริง ไม่ได้เอาแต่นั่งกอดรูปปั้นขึ้นหิ้งฝุ่นเกาะแบบตานั่น! บอกเลยนะคะว่าถ้างานนี้พัง ไม่ใช่เพราะฝีมือฉันแน่ แต่เพราะฉันจะหยิกหัวภัณฑารักษ์เทวดานั่นก่อนเริ่มงานวันแรกต่างหาก!” ประตูกระจกห้องทำงานถูกผลักเปิดออกจังหวะพอ1เหมาะ พร้อมกับร่างของพายที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามา ใบหน้าของเพื่อนสนิทตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด “รัน แกยังไม่รู้สินะ…” พายหอบหายใจเล็กน้อยก่อนจะวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ ภาพหน้าจอคือข่าวสดๆ ร้อนๆ จากเพจศิลปะชื่อดัง *‘Breaking News: คีรินทร์ วงศ์สุริยะ คอนเฟิร์มร่วมงานกับ รันรดา ดีไซเนอร์สาวตัวแม่แห่งวงการอาวองการ์ด ลั่นวาจาผ่านสื่อ—หวังว่าคอลเลกชันนี้จะมีสาระมากกว่าอีโก้ของผู้สร้าง’* ความเงียบปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ รันรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ รอยยิ้มหวานหยดแบบฉบับนางร้ายป้ายแดงปรากฏบนเรียวปากอิ่ม “ดีค่ะ… ดีมาก” เธอกัดฟันกรอด ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ “ในเมื่ออยากได้สาระนัก เดี๋ยวฉันจะจัดแฟชั่นโชว์ชุดใหญ่ให้อีตาภัณฑารักษ์หน้าตายช็อกคาสนามหอศิลป์ไปเลย!” ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบห้า บรรยากาศตึงเครียดเสียยิ่งกว่าห้องสอบสวนคดีอาญา โต๊ะประชุมไม้มะฮากานต์ตัวยาวถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งคือทีมดีไซเนอร์ของรันรดาที่นั่งไขว่ห้างทำหน้าเบื่อโลก ส่วนอีกฝั่ง… มีเพียงร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้ม นั่งหลังตรงแน่วราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมาให้สมบูรณ์แบบ คีรินทร์ วงศ์สุริยะ ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทรับกับกรอบหน้าคมคาย จมูกโด่งเป็นสันคม และริมฝีปากบางเฉียบที่ปิดสนิท เขายังคงรักษามาตรฐานความ ‘หน้านิ่ง’ ได้อย่างไร้ที่ติ ราวกับรอบตัวมีเกราะแก้วสุญญากาศที่ไม่อนุญาตให้สิ่งมีชีวิตใดเข้าใกล้ “หวังว่าทางฝั่งแฟชั่นจะเตรียมตัวมาดีพอนะครับ” เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาสتียีนส์เข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาสายตาคมปลาบกวาดมองรันรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาประเมินค่า “เพราะนิทรรศการนี้เราจัดขึ้นเพื่อเชิดชูศิลป์ ไม่ใช่รันเวย์เดินโชว์เสื้อผ้าตลาดล่าง” รันรดาแค่นเสียง ‘หึ’ ดังลั่นห้อง เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะประชุมไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ระยะห่างระหว่างกันไม่ถึงคืบ จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นกระดาษเก่าและมินต์เย็นยะเยือก เธอโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวระบายยิ้มเยาะ “คำก็ตลาดล่าง สองคำก็ไร้สาระ… ถ้างานนี้มันน่าเบื่อและมีแต่เศษซากอารยธรรมเก่าๆ อย่างที่คุณชอบนัก ฉันก็ไม่แปลกใจหรอกค่ะที่คนจะแห่มาดูเพราะอยากเห็นคุณโดนฉันฟาดกลางงาน” คีรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาคู่คมไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมวานิลลาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอลอยวนอยู่ปลายจมูก แต่ริมฝีปากหยักกลับเหยียดยิ้มเย็นชาพอกัน “ปากเก่งจังนะครับ… หวังว่าฝีมือจะคมได้สักครึ่งของฝีปากที่คุณพ่นออกมา” เขาตอบเสียงกระซิบเบาหวิว ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้รันรดาเลือดขึ้นหน้า “งั้นเรามาลองดูกันไหมล่ะคะคุณภัณฑารักษ์” รันรดายื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ดวงตาท้าทายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้ม “ว่าระหว่างอีโก้ของคุณกับชุดอาวองการ์ดของฉัน… อะไรจะพังก่อนกัน” บรรยากาศในห้องประชุมประทุขึ้นราวกับมีประกายไฟสาดกระเด็น ทุกคนในห้องต่างกลั้นหายใจรอรับแรงกระแทกจากสงครามประสาทของสองตัวแม่ตัวพ่อ ทว่าในจังหวะที่สงครามกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างไร้ความปรานี เสียงเคาะประตูก็ก้องขึ้นสามครั้งก่อนที่บานประตูจะเปิดผางออกอย่างไร้มารยาท “ขอโทษที่มาขัดจังหวะสวีทนะครับทุกคน…” เสียงทุ้มกวนประสาทของบุคคลที่สามดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผู้มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับบนใบหน้า “พอดีผมเพิ่งได้รับมอบหมายให้เป็น ‘ที่ปรึกษาอิสระ’ ของโปรเจกต์นี้… และดูเหมือนผมจะมาทันตอนที่พวกคุณกำลังจะจูบกันพอดีเลยใช่ไหมครับ?” รันรดาสะดุ้งเฮือกผละถอยหลังออกมาทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามา คีรินทร์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจนที่แผนการเผชิญหน้าถูกขัดจังหวะ —-------------------------------------------------- *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!* — ไวโอเล็ตการ์เด้น
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%