เสียงส้นสูงของรันรดากระทบพื้นหินอ่อนขัดเงาของแกลเลอรีดัง *ก๊อกแก๊ก* เป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วด้านในอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อการปรากฏตัวกะทันหันของท่านประธานใหญ่จากปารีส แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดที่ระอุขึ้นมาถึงลำคอจากการปะทะคารมแบบหมัดต่อหมัดกับตาภัณฑารักษ์หน้านิ่งคนนั้นเมื่อวินาทีที่แล้ว
"คุณคีรินคะ! แย่แล้วค่ะ! ท่านประธานใหญ่จากปารีส... มาถึงหน้าแกลเลอรีแล้วค่ะ!"
เสียงกระซิบกระซาบปนตื่นตระหนกของพายที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาฉุดรั้งข้อมือเธอไว้ ทำให้รันรดาต้องสะบัดหน้าหนีจากดวงตาคมกริบของคนที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ไม่ไกล คีรินยังคงรักษามาดสุขุมเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหินอ่อนกรีก แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวจะกำลังลุกเป็นไฟด้วยความอลหม่านของการเตรียมงานเปิดตัวนิทรรศการศิลปะผสมแฟชั่นแห่งปี
รันรดาเหยียดยิ้มมุมปาก สะบัดชายเสื้อสูทอาวองการ์ดตัดเย็บพิเศษของตัวเองให้เข้าที่ ดวงตาคู่คมตวัดมองชายหนุ่มที่สูงกว่าด้วยความท้าทาย
"ไม่ต้องห่วงค่ะคุณพาย ฉันไม่เคยปล่อยให้ใครมาเหยียบย่ำผลงานบนรันเวย์ของฉันได้หรอก... โดยเฉพาะพวกผู้ชายที่คิดว่าโลกนี้หมุนรอบความเนี๊ยบของตัวเอง" ประโยคหลังเธอตั้งใจกดเสียงให้ดังพอที่คนฟังซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวจะได้ยินชัดเจน
คีรินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไว้ท่า เขาก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปส่งกลิ่นอายความสะอาดและเย้ายวนแบบผู้ชายเซนซิทีฟที่ซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบ
"ถ้าหมายถึงผมล่ะก็..." เสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน "ผมแค่เตือนด้วยความหวังดีในฐานะภัณฑารักษ์ว่า งานศิลปะระดับโลกเขาไม่เอาเศษผ้าลุ่ยๆ กับไอเดียเพ้อเจ้อมาจัดแสดงประจานความล้มเหลวหรอกนะครับ คุณรันรดา"
"ปากจัดไม่เปลี่ยนเลยนะคะคุณคีริน!" รันรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ความสูงของส้นสูงช่วยลดระยะห่างระหว่างเขากับเธอจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ "ถ้าผลงานของฉันมันเพ้อเจ้อ แล้วทำไมท่านประธานใหญ่ถึงบินตรงจากปารีสมาดูด้วยตัวเองล่ะคะ? หรือว่าคุณกลัว... กลัวว่างานแฟชั่นผสมผสานของฉันจะเด่นเกินหน้าเกินตางานศิลปะโบราณคร่ำครึของคุณกันแน่"
รอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าของคีรินกระตุกวูบ ดวงตาคมกริบไหวระริกชั่วเสี้ยววินาที—ปฏิกิริยาเล็กๆ ที่รอดพ้นสายตาคนอื่นไปได้ แต่มันกลับซ่อนอยู่ในเรดาร์ความใส่ใจของรันรดาอย่างแม่นยำ เขาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูเธอ น้ำเสียงทุ้มพร่ากระชากวิญญาณจนคนฟังต้องกลั้นหายใจ
"ผมไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น... ยกเว้นก็แต่กลัวว่าคุณจะเผลอเอาหัวใจตัวเองมาวางเดิมพันบนรันเวย์นี้แล้วแพ้ราบคาบกลับไป"
"มั่นหน้าเกินไปแล้วนะคะ!" รันรดาผลอกไหล่งsาออกห่างอย่างหมั่นไส้ แต่ใบหน้าที่ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ กลับทรยศความนิ่งสงบที่เธอพยายามสร้างขึ้น ใบหูของเธอแดงแจ๋ และเธอก็เกลียดนักที่เขาเป็นคนเดียวที่ทำให้เธอกลายเป็นแบบนี้ได้
ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงประตูบานใหญ่ด้านหน้าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างเป็นทางการ บรรยากาศภายในห้องโถงจัดแสดงนิทรรศการพลันเงียบกริบลงทันทีราวกับถูกกดปุ่มหยุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงอำนาจของกลุ่มผู้บริหารระดับสูงจากปารีสก้าวเข้ามา พร้อมกับร่างท้วมของท่านประธานใหญ่ที่กวาดสายตามองไปรอบงานด้วยแววตาพิจารณา
คีรินปรับสีหน้ากลับมาเป็นภัณฑารักษ์ผู้แสนสุภาพและไร้ที่ติในเสี้ยววินาที เขายืดตัวตรง ผายมือต้อนรับด้วยท่าทางมืออาชีพ ขณะที่รันรดาก็เชิดหน้าขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจระดับสูงสุดกลับคืนมา นี่คือเวทีของเธอ เธอคือนักออกแบบที่สำนักพิมพ์แฟชั่นทั่วโลกต่างยอมสยบให้ จะไม่มีวันยอมเสียหน้าให้ผู้ชายปากร้ายคนนี้เด็ดขาด
"ยินดีต้อนรับครับ ท่านประธานฌอง" คีรินเอ่ยทักทายด้วยภาษาฝรั่งเศสสำเนียงรื่นหูและสมบูรณ์แบบ
ท่านประธานฌองพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ ก่อนที่สายตาคมกริบของชายชราผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการศิลปะจะกวาดผ่านผลงานประติมากรรมผ้าที่แขวนอยู่กลางห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ชุดอาวองการ์ดสีแดงเพลิงชิ้นเอกของรันรดา
ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่จนน่าอึดอัด ทุกคนในห้องต่างกลั้นหายใจรอฟังคำพิพากษาจากปากของชายชาวฝรั่งเศส
"น่าสนใจ..." ท่านประธานฌองเอ่ยขึ้นเป็นภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวาน "มันมีความดิบกระด้างที่ท้าทายกรอบเดิมๆ แต่มันกลับถูกจัดวางในพื้นที่ของหอศิลป์ได้อย่างลงตัวราวกับ... มีใครบางคนตั้งใจออกแบบให้มันเกิดมาเพื่อสถานที่แห่งนี้โดยเฉพาะ"
รันรดาลอบยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เธอกวาดสายตาไปมองคีรินด้วยแววตาท้าทายราวกับจะบอกว่า *เห็นหรือยังคะว่าผลงานฉันไม่ได้เพ้อเจ้ออย่างที่ปากคุณว่า*
ทว่า คีรินกลับไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือยอมจำนนเลยแม้แต่น้อย เขายังคงรอยยิ้มสุภาพไว้บนใบหน้า ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างท่านประธานฌอง แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้รันรดาต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ
"ท่านประธานพูดถูกครับ..." คีรินเหลือบมองรันรดาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "เพราะโครงสร้างการจัดวางทั้งหมดของชุดนี้... ผมเป็นคนช่วยปรับแก้โครงร่างร่วมกับเธอเมื่อคืนนี้เองครับ"
รันรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคนพูดทันที "ว่ายังไงนะคะคุณคีริน! ใครไปขอให้คุณช่วยไม่ทราบคะ!"
ความวุ่นวายยังไม่ทันได้ปะทุขึ้นเมื่อท่านประธานฌองยกมือขึ้นห้ามปรามพร้อมกับหัวเราะร่าด้วยความชอบใจ "เยี่ยมยอด! การร่วมมือกันระหว่างความหัวรั้นของแฟชั่นกับความเนี๊ยบของศิลปะโบราณนี่แหละ คือสิ่งที่ปารีสกำลังตามหา! แต่... ก่อนที่เราจะเซ็นสัญญาโปรเจกต์นี้ ผมมีเงื่อนไขเดียว..."
ท่านประธานหยุดเว้นจังหวะ สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองคนทั้งคู่สลับไปมาด้วยรอยยิ้มรู้ทัน
"เงื่อนไขอะไรคะ/ครับ?" รันรดาและคีรินเผลอประสานเสียงถามออกไปพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ท่านประธานฌองยิ้มกริ่ม ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาบรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งสนิท
"เพื่อเป็นการพิสูจน์เคมีในการทำงานร่วมกัน... ผมต้องการให้พวกคุณสองคน 'ย้ายเข้าไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน' ตลอดระยะเวลาสามเดือนของโปรเจกต์นี้ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซชิ้นสุดท้าย... ถ้าใครปฏิเสธ ถือว่าดีลนี้เป็นอันยกเลิกทันที!"
รันรดานิ่งค้างราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่หันไปสบตากับคีรินที่หันมามองเธอพอดี... แววตาของภัณฑารักษ์หน้านิ่งเวลานี้ไม่ได้เย็นชาไร้ความรู้สึกอีกต่อไป แต่มันกำลังส่องประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์คล้ายกับผู้ล่าที่ต้อนเหยื่อเข้ามาในกรงได้สำเร็จแล้ว
****************
ขอบคุณทุกการติดตามและกำลังใจที่มีให้กันเสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 2
ศึกดวลปากที่หอศิลป์
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!