ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง•ตอนที่ 1

ศิลปะที่ไร้รสนิยม

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
เสียงตบโต๊ะกระจกในห้องวีไอพีของแกลเลอรีดังปังจนแก้วแชมเปญสั่นสะเทือน รันรดากำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ใบหน้าเรียวรูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความกรุ่นโกรธที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก ดวงตาคู่สวยตวัดมองหน้าชายหนุ่มผู้สร้างเรื่องด้วยความรู้สึกอยากจะคว้าแจกันดอกไม้ราคาแพงฟาดหัวเขาให้รู้แล้วรู้รอด “คุณช่วยพูดใหม่อีกทีซิคะคุณคีริน... เมื่อครู่นี้หูฉันคงฝาดไปหน่อย หรือไม่ก็รสนิยมทางศิลปะของคุณมันเสื่อมถอยลงจนกู่ไม่กลับแล้ว” เสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดของทีมงานและสื่อมวลชนกลุ่มเล็กๆ ที่ถูกเชิญมาพรีวิวงานนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยผสมผสานแฟชั่นชั้นสูง คีริน ภัณฑารักษ์หนุ่มมือหนึ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและสายตาเฉียบคมดุจเหยี่ยว ไม่ได้สะเทือนใจกับวาจาเชือดเฉือนนั้นเลยแม้แต่น้อย เขายังคงยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่าง แสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟดีไซน์มินิมอลขับให้โครงหน้าคมคายของเขายิ่งดูเย่อหยิ่งและน่าหมั่นไส้เป็นทวีคูณ “ผมไม่ได้หูหนวก และรสนิยมของผมก็ปกติวิสัยของมนุษย์ที่มีความเข้าใจในศิลปะอย่างแท้จริงครับ คุณรันรดา” คีรินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีนิลคมกราบมองชุดอาวองการ์ดสีดำตัดด้วยโครงสร้างเหล็กดัดที่แขวนอยู่บนหุ่นโชว์ตรงกลางห้องด้วยสายตารังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง “ชุดที่คุณส่งมานี่... ถ้าไม่เรียกว่าขยะอุตสาหกรรม ก็คงต้องเรียกว่าความพยายามเรียกร้องความสนใจที่ไร้ชั้นเชิงที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในรอบปี” ฮือฮา! เสียงสูดปากด้วยความตกใจของทีมงานดังขึ้นเบาๆ ไม่มีใครคาดคิดว่าภัณฑารักษ์หนุ่มผู้สุภาพและสุขุมมาตลอด จะกล้าวิจารณ์ผลงานของดีไซเนอร์สาวไฟแรงที่กำลังมาแรงที่สุดในวงการแฟชั่นตอนนี้อย่างสาดเสียเทเสีย และที่สำคัญ... พูดใส่หน้าเธอแบบตรงๆ ไม่มีกั๊ก รันรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ที่พุ่งทะยานจนเกือบจะระเบิด เธอก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มที่มีส่วนสูงต่างกันเกือบหนึ่งคูหา กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวู้ดดี้เจือจางผสมกลิ่นอายฝนจากตัวเขาโชว์เข้ามาแตะจมูก แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความโกรธของเธอลดลงเลยแม้แต่น้อย “ขยะอุตสาหกรรมอย่างที่คุณว่า มันคือคอลเลกชันที่ถูกจองซื้อหมดตั้งแต่ยังไม่ทันขึ้นรันเวย์ด้วยซ้ำค่ะ!” รันรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา “ตาถ่อ... เอ๊ย ตาไม่ถึงแล้วยังปากเสียอีกนะคะคุณภัณฑารักษ์ สมองของคุณถูกแช่แข็งอยู่ในพิพิธภัณฑ์โบราณจนลืมไปแล้วหรือไงว่าโลกข้างนอกเขาไปถึงไหนกันแล้ว” “โลกแฟชั่นกับโลกศิลปะมันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ครับคุณรันรดา และสิ่งที่คุณทำมันไม่ใช่ศิลปะ มันคือการเอาขยะโลหะมาเชื่อมติดกันอย่างไร้รสนิยม แล้วแปะป้ายราคาแพงหูฉี่เพื่อหลอกลวงคนกระเป๋าหนักที่ไร้สมอง” คีรินก้มหน้าลงมามองเธอเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนน่าใจหาย ปลายจมูกโด่งเป็นสันแทบจะชนกันหากเธยหน้าขึ้นอีกนิด “หรือคุณคิดว่าการเอาความยุ่งเหยิงมาใส่ไว้บนตัวคน จะทำให้คุณดูเป็นศิลปินล้ำยุคจริงๆ?” รันรดากัดริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่รักดีเมื่อได้สบตาคมกริบคู่นั้น ใกล้ชิดกันขนาดนี้เธอถึงได้เห็นว่าขนตาของเขาหนาเป็นแพ และนัยน์ตาสีนิลคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความเย็นชาอย่างที่แสดงออก แต่มันมีความไหวระริกบางอย่างที่เธอแปลความไม่ออกซ่อนอยู่... ชายบ้าคนนี้! ปากร้ายเป็นพิษแต่ทำไมถึงได้มีอิทธิพลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจเธอนักนะ “คุณมัน...!” รันรดากำหมัดแน่น เตรียมจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ใส่หน้าคนปากเสียให้สะใจ “เกิดอะไรขึ้นคะเสียงดังกันไปถึงข้างนอกโน่น” เสียงใสแจ๋วของพาย เพื่อนสนิทและบรรณาธิการสาวตัวแม่ดังแทรกขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเชิดๆ แต่พอมองเห็นสีหน้าของเพื่อนรักกับภัณฑารักษ์หนุ่มที่ยืนประจันหน้ากันชนิดจมูกชนจมูก พายก็เลิกคิ้วสูงทันที “อุ๊ย... ดิฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย ทำไมบรรยากาศมันร้อนแรงยิ่งกว่ารันเวย์ปารีสแฟชั่นวีคเสียอีก” รันรดาถอยหลังกรูดออกจากตัวคีรินทันที ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองโกรธ (และส่วนหนึ่งคือความเขินที่เธอไม่มีวันยอมรับเด็ดขาด) เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าใส่ผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ “ไม่ได้ขัดอะไรเลยค่ะพาย ตาภัทารักษ์ปากจัดนี่กำลังแสดงความอวดดีให้ฉันฟังอยู่พอดี ว่าแต่... คุณคีรินคะ ถ้าผลงานของฉันมันไร้รสนิยมขนาดนั้น ทำไมทางหอศิลป์ของคุณถึงต้องดิ้นรนส่งจดหมายเชิญฉันมาจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวที่นี่ด้วยล่ะคะ?” คำถามนั้นทำให้มุมปากหยักลึกของคีรินกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียไม่มี “นั่นก็เพราะ...” คีรินเว้นจังหวะ เลื่อนสายตากวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของหญิงสาวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “ผมอยากพิสูจน์ให้คนทั้งโลกเห็น... ว่าดีไซเนอร์ที่ดังที่สุดในตอนนี้ แท้จริงแล้วก็แค่คนอวดดีที่ไร้ซึ่งความประณีตในจิตวิญญาณ” บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่คนทั้งคู่ รันรดากลั้นหายใจ นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เธอไม่เคยกลัวใครหน้าไหนบนโลกใบนี้ ยิ่งเขาหยิ่งทระนงมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งอยากจะกระชากหน้ากากความเย่อหยิ่งนั่นให้หลุดออกคาอกให้ได้ “งั้นก็เตรียมตัวตาบอดกับความไร้รสนิยมของฉันได้เลยค่ะคุณคีริน เพราะฉันจะทำให้คุณต้องกลืนคำพูดตัวเองแทบไม่ทันเลยคอยดู!” รันรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ พร้อมกับก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกครั้งเพื่อยื่นคำขาด แต่ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยประโยคท้าทายถัดไป ประตูห้องวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยผู้จัดการฝ่ายบริหารของแกลเลอรี พร้อมกับเสียงหอบแฮกและใบหน้าซีดเผือด “คุณคีรินคะ! แย่แล้วค่ะ! ท่านประธานใหญ่จากปารีส... มาถึงหน้าแกลเลอรีแล้วค่ะ!” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความแซ่บและเคมีร้อนแรงนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับภัณฑารักษ์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%