มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ•ตอนที่ 14

จุดเริ่มความสัมพันธ์อันแสนวุ่น

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
“บอกแล้วไงคะว่าผีตัวนั้นมันไม่ได้น่ากลัวเท่าหน้าตาคุณเวลาหงุดหงิดหรอกค่ะคุณกวินทร์!” เสียงใสแจ๋วของพริมโรสดังสะท้อนก้องห้องทำงานสถาปัตยกรรมสุดมินิมอลที่ตอนนี้เต็มไปด้วยยันต์กันผีและคราบน้ำมนต์กระเซ็นกระสาย ผิดวิสัยห้องทำงานของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจอย่างสิ้นเชิง กวินทร์ถอนหายใจยาวเหยียดจนไหล่กว้างไหวสะท้าน เขาวางปากกาเขียนแบบในมือลงกระทบโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘ปัง’ ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่กำลังนั่งยองๆ เป่าพัดลมจิ๋วใส่หน้าตัวเองด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันยาวนานที่เต็มไปด้วยวิญญาณ อาถรรพ์ และเสียงกรี๊ดแปดหลอดของอินฟลูเอนเซอร์สาว บรรยากาศรอบตัวในตอนนี้กลับเงียบสงบลงอย่างประหลาด ไม่มีเงาดำทะมึน ไม่มีเสียงเคาะประตูหลอนประสาท หรือกลิ่นธูปปริมาณมหาศาลลอยมาเตะจมูกอีกต่อไป เหลือเพียงเสียงแอร์เบาๆ และ... เสียงหัวใจของใครบางคนที่เต้นผิดจังหวะจนน่ารำคาญ “ถ้าจัดห้องฉันให้เละเทะแล้วยังปากดีไม่เลิก คุณเตรียมตัวโดนเตะออกจากห้องจริงๆ นะคะพริมโรส” กวินทร์เอ่ยเสียงเรียบ แต่ดวงตาคมกริบกลับไหวระริกยามมองเส้นผมยุ่งเหยิงที่เคลียอยู่ข้างแก้มใสของอีกฝ่าย “อุ๊ย! ปากบอกจะเตะ แต่เมื่อคืนตอนยัยผีแม่นาคโผล่มาที่หน้าต่าง ใครกันนะที่ดึงฉันเข้าไปกอดไว้ซะแน่นจนกระดูกแทบหัก แถมยังกระซิบบอกว่า *‘สัญญา... แล้วห้ามคืนคำนะ...’* อีกต่างหาก” พริมโรสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว เธอแกล้งทำเป็นเชิดหน้าขึ้นทวงสัญญาจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนก่อน กวินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มหลุบลงมองพื้นโต๊ะที่มีรอยนิ้วมือของเขาเองกำแน่นเมื่อคืน *“สัญญา... แล้วห้ามคืนคำนะ...”* ประโยคที่เขาเผลอพูดออกไปในยามที่สติหลุดลอยเพราะความเป็นห่วงผู้หญิงตรงหน้าเกินกว่าเหตุ... ให้ตายเถอะ มันเป็นประโยคที่โคắtจะเชยและโคตรจะไม่ใช่ตัวเขาเลยสักนิด แต่พอมันหลุดออกจากปากไปแล้ว และยิ่งเห็นดวงตากลมโตที่มองมาด้วยความหมายลึกซึ้งในยามที่ไม่มีภูตผีปีศาจมาคั่นกลางแบบนี้... หัวใจเจ้ากรรมของสถาปนิกหนุ่มกลับเต้นแรงเสียจนกลัวว่าคนตรงจะได้ยิน “ผมไม่ได้พูดอะไรไร้สาระแบบนั้นสักหน่อย คุณหูฝาดไปเองแล้วพริมโรส” กวินทร์รีบปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าหล่อเหลาเบือนหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความประหม่าที่ฉายชัดอยู่บนพวงแก้ม “แหมๆๆ หน้าแดงซะขนาดนั้น หูฝาดกับผีสิไม่ว่าค่ะ!” พริมโรสย่างสามขุมเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม รอยยิ้มเจ้าเลื้อนปรากฏบนเรียวปากอิ่ม เธอจงใจโน้มใบเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเขา “ยอมรับมาเถอะค่ะว่าตอนที่ผีไม่อยู่เนี่ย... คุณแอบเขินฉันอยู่ใช่ไหมล่ะคะคุณสถาปนิก” “ใครเขินคุณ ทุรยศสายตาตัวเองหรือเปล่า” กวินทร์ขยับถอยหลังจนสะโพชนั่งแนบกับขอบโต๊ะทำงานโดยมีร่างบางก้าวตามมาปิดกั้นทางหนีทีไล่เอาไว้หมด บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความหลอนระทึกกลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ไม่มีเสียงโหยหวนของวิญญาณ ไม่มีกลิ่นอายความตาย มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้กันจนเกินพอดี แสงแดดยามสายส่องผ่านกระจกใสตกกระทบลงบนแพขนตางอนและจมูกรั้นๆ ของพริมโรส ทำให้กวินทร์เผลอมองค้างไปชั่วขณะ... ให้ตายเถอะ ยัยนี่เวลาไม่ได้กรี๊ดใส่หูหรือวิ่งหนีผี... ก็น่ารักเป็นบ้าเลยนี่หว่า พริมโรสเองก็ชะงักไปเช่นกัน เมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่มักจะมองเธอด้วยความรำคาญเสมอ แต่ในเวลานี้ สายตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก มือบางที่ตั้งใจจะแกล้งหยอกเย้าเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย ความกล้าหาญทั้งหมดที่มีเมื่อครู่ราวกับถูกสูบหายไปในพริบตา “E-م-S จ204...” เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะดังขึ้นทำลายความเงียบงัน กวินทร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบเบนสายตาหนีแล้วหยิบมือถือขึ้นมาแก้เขิน ส่วนพริมโรสก็รีบผละถอยหลังออกไปสองก้าว ใบหน้าร้อนผ่าวราชาต้มยำกุ้ง เธอแกล้งทำเป็นมองสำรวจรอยน้ำมนต์บนผนังเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าขั้นสุด กวินทร์ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ นิ้วเรียวกดเปิดแอปพลิเคชันแชตที่ค้างการสนทนากับใครบางคนไว้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา... ปัญหาคือในหน้าต่างแชตส่วนตัวระหว่างเขากับพริมโรสที่เปิดค้างไว้ นิ้วมือของเขาดันเผลอพิมพ์ข้อความยาวเหยียดที่ซ่อนความรู้สึกในใจทั้งหมดลงไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังไม่ได้กดลบ... แต่มันขึ้นสถานะว่า **"ส่งแล้ว"** หราอยู่หน้าจอ! พริมโรสเหลือบสายตากลับมามองเห็นกวินทร์กำลังทำหน้าเหมือนคนกลืนยาขมไส้ปลาทู ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นนิ้วแกร่งพยายามจะกดยกเลิกข้อความนั้นอย่างลลานลาน แต่ทว่า... ปลายทางกลับขึ้นเครื่องหมายอ่านแล้ว (Read) ทันทีอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าแสง! กวินทร์แข็งค้างเป็นหิน ส่วนพริมโรสอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึงเมื่อข้อความสารภาพความในใจสุดคลั่งรักจากปากของคนปากแข็งถูกเปิดอ่านต่อหน้าต่อตา! ขอขอบคุณคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปกับความสัมพันธ์สุดป่วนชวนเขินนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%