แสงไฟนีออนกะพริบวิบวับบนเพดานชั้นสิบห้าของอาคารสำนักงานใจกลางเมือง ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังติดอยู่ในยานอวกาศร้างที่กำลังจะระเบิดได้ทุกเมื่อ เสียงก๊อกแก๊กประหลาดที่ดังมาจากโซนห้องประชุมใหญ่ ทำเอาพริมโรสต้องขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงของกวินทร์เสียจนไหล่ชนกัน ความเย็นยะเยือกไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศส่วนกลางที่ปิดไปแล้ว แต่มาจากบรรยากาศรอบตัวที่ชวนให้ขนลุกซู่ตั้งแต่ปลายผมจรดปลายนิ้วเท้า
"นี่... คุณกวินทร์คะ" พริมโรสกระซิบเสียงสั่น เผลอยกมือขึ้นคว้าชายเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว "เสียงเมื่อกี้มันไม่ใช่เสียงหนูท่อแน่ๆ อ่ะ หนูท่อที่ไหนจะเดินลากโซ่เสียงดังขนาดนั้น หรือว่า... หรือว่าพี่รปภ. ชั้นล่างลืมปิดประตูแล้วมีโจรขึ้นตึกคะ"
กวินทร์ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างคนที่พยายามอดทนอดกลั้นกับความขี้ตื่นของคนข้างกายเต็มที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มองไปที่ต้นเสียงอันน่าหวาดหวั่นนั้น กลับจ้องเขม็งอยู่หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของพริมโรสเอง หน้าจอที่ยังคงสว่างวาบและแสดงข้อความแชตยาวเหยียด ซึ่งเขาเป็นคนพิมพ์มันด้วยปลายนิ้วของตัวเอง—ในวินาทีที่คิดว่าสติหลุดกระเจิงไปหมดแล้ว
ข้อความที่สารภาพความในใจว่าเขารำคาญเธอน้อยลง และเป็นห่วงเธอมากกว่ากลัวผีเสียอีก!
"ปล่อยเสื้อผมได้แล้วมั้งครับคุณพริมโรส" กวินทร์เอ่ยเสียงเรียบ พยายามทำเสียงให้เข้มที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนรอยแดงจางๆ ที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู "แล้วก็เลิกทำตัวเป็นปลิงเกาะสักที ผมไม่ใช่เสาเข็มตึกนี้นะครับจะได้มาเกาะแน่นขนาดนี้"
"ก็คนมันกลัวนี่คะ! ใครจะไปหน้าตาย, ปากแข็ง, ทำเป็นเก่งแบบคุณกวินทร์เล่า!" พริมโรสแหวใส่เสียงเบาหวิวแต่เต็มไปด้วยความฮึดฮัดเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นโครมครามจนไม่รู้ว่าตกลงแล้วเธอกำลังกลัวผีสางเทวดาตนไหน หรือกำลังเขินอายผู้ชายปากร้ายตรงหน้ากันแน่ "แล้วก็นะคะ... เรื่องข้อความในแชตเมื่อกี้... ถือว่าเราตาบอดหูหนวกชั่วคราวกันไปเลยดีไหมคะ แบบว่าระบบรวน AI บั๊ก มนุษย์ต่างดาวแฮกเครื่อง... เออ เอาตามนั้นแหละ!"
"AI บั๊กบ้าอะไรล่ะครับ นิ้วผมเป็นคนพิมพ์เองแท้ๆ" กวินทร์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมตวัดมองเธอด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดูระคนกัน "เป็นอินฟลูเอนเซอร์สายลุยไม่ใช่เหรอครับ ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อนด้วย หรือว่า... เขินผมล่ะสิ"
"ใครเขินคะ! หลบไปเลยนะ! หนูจะเดินไปหยิบกระเป๋าแล้วค่ะ!"
พริมโรสสะบัดหน้าหนี พยายามก้าวเท้าฉับๆ ไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองที่อยู่ห่างออกไปสามล็อก แต่ทว่า... ท่ามกลางความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องสว่าง เงาทะมึนสายหนึ่งกลับทอดตัวยาวพาดผ่านโต๊ะทำงานของเธออย่างอุกอาจ!
กึก... กึก... เสียงลากบางอย่างดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับกลิ่นอับชื้นของดินและฝุ่นเก่าแก่ที่ลอยมาเตะจมูก ทั้งคู่หยุดชะงักกึก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในหัว พริมโรสอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่กวินทร์ก้าวฉับๆ เข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้แล้วดึงเข้ามาหลบอยู่ด้านหลังแผ่นอกกว้างของเขาทันทีโดยไม่ต้องคิด
"ยืนนิ่งๆ ครับ" กวินทร์กระซิบต่ำชิดใบหู น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ทำให้พริมโรสรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด มือหนาข้างหนึ่งคว้าแฟ้มเอกสารหนาปึ้กขึ้นมาถือไว้ราวกับมันคือดาบวิเศษ
เงาร่างนั้นค่อยๆ ก้าวพ้นมุมเสาออกมา เผยให้เห็นร่างโปร่งแสงของหญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มพนักงานออฟฟิศยุคเก่า ดวงตาของเธอเบิกโพ้า ใบหน้าขาวซีดเซียวไร้เลือดฝาด และริมฝีปากที่ฉีกยิ้มกว้างจนแทบถึงใบหู มันกำลังจ้องมองตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคนด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย!
"ว... ว้ายยยย! ผีคุณแม่จ๋าช่วยด้วยยยย!" พริมโรสหลับตาปี๋ ปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่นพร้อมกับซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของกวินทร์แน่น มือทั้งสองข้างกำเสื้อเขาจนยับยู่ยี่
แต่ก่อนที่ผีสาวตนนั้นจะทันได้พุ่งเข้ามาประชิดตัว กวินทร์กลับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปัดแว่นตาขึ้นเล็กน้อย แล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งผีและคนข้างหลังถึงกับชะงักกะทันหัน—
"นี่คุณครับ! จะมาหลอกอะไรกันตอนนี้ งานดราฟท์แบบแปลนตึกเฟสใหม่ของผมยังแก้ไม่เสร็จ ถ้าไม่อยากให้ผมฟ้องบริษัทแม่เรื่องดูแลความปลอดภัยพนักงานไร้ประสิทธิภาพ ช่วยกลับไปเข้าแถวเข้าคิวรอส่วนบุญที่ห้องเก็บของชั้นใต้ดินโน่นไปครับ ตรงนี้เกะกะทางเดินคนทำงาน!"
พริมโรสที่ซุกอยู่ข้างหลังถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองพรวด ผีสาวตนนั้นชะงักกึก รอยยิ้มสยองค้างเติ่งบนใบหน้าด้วยความงุนงงกับท่าทีของสถาปนิกหนุ่มผู้ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อสิ่งลี้ลับใดๆ บนโลกใบนี้
บรรยากาศตึงเครียดระคนขบขันกำลังดำเนินไปได้ครู่เดียว เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของพริมโรสก็แผדเสียงริงโทนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำเอาทั้งสามชีวิต (รวมผี) สะดุ้งโหยง
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้น พร้อมกับรายชื่อสายเรียกเข้าที่แสดงชื่อปรากฏหรา—"แม่บังเกิดเกล้า" ทว่าใต้ชื่อนั้น กลับมีข้อความแจ้งเตือนป๊อปอัปเด้งขึ้นมาจากระบบแชตของตึกสำนักงาน... ข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาจากเครื่องของใครบางคนในห้องนี้ ที่ไม่ได้มีแค่พวกเขากับผีสาว!
*“ยินดีด้วยนะครับ... ที่พวกคุณหากันจนเจอ แต่ประตูหนีไฟชั้นนี้ถูกล็อกด้วยรหัสผ่านจากข้างนอกแล้ว... และตอนนี้ เวลาหมดลงแล้วครับ”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ•ตอนที่ 15
ผีในออฟฟิศใครว่าไม่มีจริง
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!