"ถ้าคุณผีพยายามจะสิงฉันเพื่อแย่งแอร์ฟรีอีกรอบ ฉันจะสาดน้ำมนต์สูตรยายทวดผสมพริกเกลือใส่หน้าจริงๆ ด้วยนะคะ!"
เสียงแหลมปนสั่นเครือของพริมโรสดังสะท้อนก้องไปทั่วบันไดหนีไฟอับทึบ กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นสนิมเหล็กตีเข้าจมูกจนแสบ พริกเกลือในถุงพลาสติกที่เธอพกติดตัวไว้จิ้มผลไม้ถูกกำแน่นจนเหงื่อชุ่ม มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือที่แบตเตอรี่เหลือเพียงหอร์มสุดท้าย หน้าจอกะพริบเตือนสีแดงฉาน ขณะที่สายตาหวาดระแวงจ้องมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า
เบื้องหน้าของเธอคือประตูเหล็กหนาทึบที่ถูกล็อกตายด้วยรหัสผ่านดิจิทัลจากด้านนอก และร่างสูงโปร่งของกวินทร์ที่ยืนขวางเธอไว้ หลบมุมพิงกำแพงปูนเปลือยด้วยท่าทีสงบนิ่งเกินเหตุ ทั้งที่สถานการณ์ตอนนี้เรากำลังถูกขังตายอยู่กับวิญญาณเจ้าที่จอมอาฆาต
[กวินทร์]: รหัสผ่านบ้าอะไรตั้งหหลักสิบล่ะเนี่ย! นายช่วยทำอะไรสักอย่างสิยะ ไม่ใช่มายืนหล่อทำเท่เป็นพระเอกเอ็มวีอยู่ตรงนี้!
(พริมโรสส่งข้อความผ่านแชตกลุ่มเฉพาะกิจที่สร้างขึ้นมาระหว่างติดอยู่ด้วยกัน รัวนิ้วพิมพ์ด้วยความหัวเสียจนหน้าจอแทบพัง)
กวินทร์เหลือบมองโทรศัพท์มือถือในมือตัวเอง ปรายตาขึ้นมองอินฟลูเอนเซอร์สาวปากเก่งที่ตอนนี้ขาเริ่มสั่นพับๆ แต่ยังทำใจดีสู้เสือ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก ท่ามกลางบรรยากาศชวนขนหัวลุก เขากลับทำตัวเหมือนคนมาเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า
[กวินทร์]: จะให้ผมทำอะไรล่ะครับคุณพริมโรส ปีนออกไปทางช่องระบายอากาศขนาดเท่าฝ่ามือ หรือจะให้ผมเป่าคาถาไล่ผีแบบที่คุณชอบทำในไลฟ์สดดีครับ?
[พริมโรส]: นี่ไม่ใช่เวลามาประชดประชันฉันนะ! นายก็มีสัมผัสที่หกไม่ใช่เหรอ บอกมาซิว่าผีตัวนั้นมันอยากได้อะไร ทำไมถึงไม่ยอมปล่อยเราไปสักที!
กวินทร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบบันไดหนีไฟที่อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เงาดำทะมึนเริ่มก่อตัวขึ้นบริเวณมุมอับสายตา เสียงกระซิบแหบพร่าลอยวนเวียนอยู่ข้างหู ฟังไม่เป็นภาษาแต่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
"พวก... แก... ต้อง... ตาย..."
เสียงนั้นดังขึ้นจากความว่างเปล่า พร้อมกับแรงลมโชกกระโชกแรงจนเส้นผมของพริมโรสปลิวสยาย เธอสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังไปชนแผ่นอกกว้างของกวินทร์เข้าอย่างจัง ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามา แม้เธอจะปากเก่งแค่ไหน แต่ยามที่ความกลัวพุ่งแตะขีดสุด สัญชาตญาณกลับสั่งให้เธอคว้าชายเสื้อสูทของเขาไว้แน่นราวกับเด็กน้อยเกาะชายผ้าแม่
"อ๊ะ... เอ Z... ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ..." พริมโรสอึกอัก หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีท่ามกลางความมืด ไม่ใช่เพราะเขินอายอย่างเดียว แต่เพราะกลัวผีจนแทบจะร้องไห้โฮ
กวินทร์ก้มมองมือเล็กที่กำเสื้อเขาไว้จนยับยู่ยี่ ความนุ่มนวลฉายวาบขึ้นในดวงตานิ่งสนิทคู่นั้น เขายื่นมืออีกข้างขึ้นโอบไหล่บางเอาไว้หลวมๆ แรงกดดันรอบตัวลดฮวบลงทันทีเมื่อร่างสูงก้าวออกไปยืนบังหน้าเธอไว้ มิดชิด ปลอดภัย และมั่นคงอย่างน่าประหลาด
[กวินทร์]: กลัวจนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำเลยนะครับ ไหนว่าตอนไลฟ์ไม่เคยกลัวอะไรไง
[พริมโรส]: ก็... ก็อันนั้นมันมีสคริปต์นี่คะ! อันนี้ของจริง ผีหน้าเละขนาดนั้นแถมไม่มีมารยาท ไม่ยอมเคาะประตูก่อนเข้ามาอีกต่างหาก ใครจะไม่กลัวเล่า!
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของกวินทร์ดังขึ้นเบาๆ เป็นเสียงที่ช่วยดึงสติพริมโรสกลับมาได้ดีกว่าบทสวดมนต์บทไหนๆ เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ระดับสายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับเธอ ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตที่คลอหน่วยไปด้วยน้ำตา
[กวินทร์]: งั้น... ลองวิธีนี้ดูไหมครับ? วิธีเจรจาสงบศึกกับวิญญาณแบบฉบับสถาปนิก
[พริมโรส]: วิธีอะไร? นายจะเอาพิมพ์เขียวไปปาใส่หน้าผีเหรอ?
กวินทร์ไม่ตอบ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดแอปพลิเคชันสั่งอาหารเดลิเวอรีหน้าตาเฉย ปลายนิ้วเรียวยาวกดเลือกเมนูโปรดอย่างรวดเร็วท่ามกลางความงุนงงสุดขีดของหญิงสาว
[พริมโรส]: เดี๋ยวๆๆๆ นายนี่มันสติหลุดไปแล้วเหรอคะ! ผีจะเอาช็อปเปอร์แมนหรือชาบูกลับบ้านเหรอถึงมาสั่งตอนนี้! แบตฉันจะหมดอยู่แล้วนะนายกวินทร์!
[กวินทร์]: เงียบก่อนน่า... คุณผีครับ! ได้ยินผมไหมครับ?
กวินทร์เงยหน้าขึ้นพูดเสียงดังฟังชัดไปยังมุมมืดที่เงาดำกำลังแผ่ขยาย พริมโรสอ้าปากค้าง หัวใจหล่นไปตาตุ่มด้วยความระทึก
[กวินทร์]: ถ้าคุณยอมเปิดประตูให้พวกเราออกไปตอนนี้ ผมสั่ง "บัวลอยไข่หวาน" เจ้าโปรดที่อยู่ปากซอยมาส่งให้หมุดปักตรงประตูหนีไฟนี้สามชุด แถมเพิ่มไข่เค็มให้พิเศษเลย เอาไหมครับ?
บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบลงในทันที ลมหนาวที่เคยพัดกระโชกหยุดชะงักลงราวกับกดปุ่มหยุดชั่วคราว เงาดำทะมึนที่เคยน่ากลัวค่อยๆ จางลงเล็กน้อย ราวกับวิญญาณเจ้าที่กำลังใช้สมองประมวลผลข้อเสนอสุดพิเศษนี้อย่างลังเล
พริมโรสอ้าปากค้างยิ่งกว่าเดิม ตาโตเท่าไข่ห่าน เธอหันขวับมามองหน้ากวินทร์สลับกับมุมมืดด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
[พริมโรส]: นาย... นายติดสินบนผีเหรอคะเนี่ย! ผีที่ไหนจะมากินบัวลอยเดลิเวอรีฟร้าาา!
วิญญาณตนนั้นสะดุ้งเล็กน้อย เงาดำขยับยุกยิกราวกับกำลังกลืนน้ำลาย (ถ้าหากเขายยังเหลือคออยู่) เสียงแหบพร่าคราวนี้เบาลงและฟังดูมีความลังเลเจืออยู่ชัดเจน
"...เพิ่ม... ไข่หวาน... สองเท่า... ได้ไหม..." เสียงกระซิบแห้งแล้งลอยตามลมมา
พริมโรสแทบสำลักน้ำลายตัวเอง เธอหันไปมองกวินทร์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอึ้งจนพูดไม่ออก ส่วนกวินทร์กลับยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ปลายนิ้วกดเพิ่มจำนวนไข่หวานในแอปพลิเคชันอย่างใจ
[กวินทร์]: จัดไปครับสามชุดเน้นๆ แต่ต้องเปิดประตูให้พวกเราก่อน ไม่งั้นผมกดยกเลิกออเดอร์นะ
คลิیک! เสียงกลอนประตูดิจิทัลที่เคยล็อกสนิทส่งเสียงปลดล็อกดังชัดเจน ไฟฉุกเฉินสีส้มสว่างวาบขึ้นพร้อมกับประตูหนีไฟที่ค่อยๆ แง้มเปิดออกเองอย่างเชื่องช้า กลิ่นหอมจางๆ ของกะทิและแป้งบัวลอยลอยอบอวลเข้ามาแทนที่กลิ่นอับชื้นทันที
พริมโรสอ้าปากค้าง ตาโตมองภาพตรงหน้าสลับกับหน้าจอโทรศัพท์ของกวินทร์ สมองของเธอประมวลผลไม่ทันแล้วระหว่างความหลอนของผีกับความเจ้าเล่ห์ของสถาปนิกหนุ่มข้างกายคนนี้
ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากแซวอะไร กวินทร์ก็คว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้ก้าวพ้นจากประตูหนีไฟออกสู่พื้นที่ปลอดภัยด้านนอก แสงไฟสว่างจ้าจากระเบียงทางเดินทำให้ทั้งคู่ต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัส
หัวใจของพริมโรสเต้นรัวระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวผีอีกต่อไป... แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากอุ้งมือหนาที่ยังคงกุมข้อมือเธอไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อย แม้จะเดินออกมาไกลจากเขตอาถรรพ์แล้วก็ตาม
[พริมโรส]: นี่... นายจะจับมือฉันไปถึงไหนยะ ปล่อยได้แล้ว ฉันเดินเองได้น่า! (เธอแกล้งโวยวายกลบเกลื่อนรอยยิ้มเขินที่กำลังระบายอยู่บนพวงแก้มใส)
กวินทร์หยุดเดิน เขาหันกลับมามองหน้าเธอ ดวงตาคู่คมพินิจพิจารณาใบหน้าเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างนึกเอ็นดู ปลายนิ้วที่กุมข้อมือเปลี่ยนมาเป็นสอดประสานเข้ากับฝ่ามือของเธอแทนอย่างแนบเนียน ไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อย
[กวินทร์]: ก็... กลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้ว คุณจะวิ่งหนีไปรีวิวผีสกินเฮดกินบัวลอยลงโซเชียลซะก่อนน่ะสิครับ อีกอย่าง...
เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้กระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนใจสั่น จนพริมโรสต้องกลั้นหายใจ
[กวินทร์]: มือคุณเย็นขนาดนี้ ถ้าไม่จับไว้... เดี๋ยวก็หาว่าผมดูแลอินฟลูฯ คนสวยไม่ดีพออีก
พริมโรสเบิกตากว้าง หน้าแดงลามไปจนถึงใบหู หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเจอผีหลอกเสียอีก เธออ้าปากพะงาบๆ หาคำพูดมาเถียงไม่ทัน สมองขาวโพลนไปหมด แพ้ทางผู้ชายคนนี้ราบคาบอีกตามเคย
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังอบอุ่นหัวใจและชวนเขินจนตัวบิดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือของกวินทร์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ หน้าจอโทรศัพท์ที่ถือค้างไว้แสดงข้อความแชตกลุ่มที่เขาพิมพ์ค้างไว้และเผลอกดส่งออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
[กวินทร์]: *“อันที่จริง... ที่ผมยอมเสี่ยงตายเข้าไปช่วย ไม่ใช่เพราะสงสารหรอกนะ... แต่เพราะผมไม่อยากให้ยัยตัวแสบแถวนี้ต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งต่างหาก... พริมโรส... ฉันชอบเธอนะ”*
พริมโรสก้มลงมองข้อความบนหน้าจอนั้นเต็มๆ ตา สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ
กวินทร์หน้าถอดสี รีบยื่นมือไปปัดหน้าจอเพื่อกดยกเลิกข้อความอย่างลิบลน แต่สายเกินไป... นิ้วเรียวเล็กของพริมโรสเอื้อมไปแตะหน้าจอค้างไว้ อ่านทุกตัวอักษรชัดเจนเต็มสองตา
ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบตากับสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ใบหูขึ้นสีแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่พริมโรสจะเม้มปากแน่น ซ่อนรอยยิ้มกว้างที่หุบแทบไม่อยู่ไว้ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึงแสร้งทำเป็นดุ
[พริมโรส]: นาย... นายส่งอะไรมาเนี่ย! ใครขี้มูกโป่งฟระ! แล้วไอ้ประโยคข้างหลังนี่มัน... นายแฮกไอดีฉันมาพิมพ์เองใช่ไหมยะตาบ้า!
[กวินทร์]: (อึ้งไปสามวินาที ก่อนจะหลบสายตาอมยิ้มบางๆ แล้วตอบเสียงเบาหวิว) "...ถ้าบอกว่าไม่ได้แฮก... จะเชื่อไหมล่ะครับ?"
---
ขอบคุณที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความป่วนชวนใจฟูนี้เสมอนะคะ ✨
- เสียงกระซิบยามดึก
มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ•ตอนที่ 16
พริมโรส ปะทะ คุณผีจอมงอแง
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!