"เดี๋ยวนะคะคุณกวินทร์... เมื่อกี้คุณว่ายังไงนะ พูดใหม่อีกทีซิคะ!"
เสียงตวาดแหวด้วยความตกใจของพริมโรสเกือบจะทำให้แก้วกาแฟในมือของสถาปนิกหนุ่มร่วงลงไปกระแทกพื้นห้องรับแขกที่มีกลิ่นอายความอับชื้นและกลิ่นธูปจางๆ ลอยอบอวล กวินทร์กะพริบตาปริบๆ พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เยชาชา และน่าหมั่นไส้ตามแบบฉบับของเขาให้เร็วที่สุด แต่ใบหูที่แดงก่ำจนลามไปถึงต้นคอขาวๆ นั้นทรยศความรู้สึกข้างในเสียสนิท
เขาสะบัดหน้าหนี ทำทีเป็นสนใจรอยคราบน้ำบนโต๊ะไม้เก่าๆ มากกว่าใบหน้าที่กำลังจ้องเขม็งมาด้วยความคาดคั้น
"ผมไม่ได้พูดอะไรนี่ครับ... เอ๊ย หมายถึง ฉันไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย คุณหูฝาดไปเองหรือเปล่าพริมโรส" กวินทร์แก้ตัวเสียงแข็ง พยายามดึงสรรพนามที่ห่างเหินกลับมาเพื่อกลบเกลื่อนความพิกลพิสารในหัวใจ
"หูฝาดอะไรล่ะคะ! ฉันได้ยินเต็มสองรูหูเลยนะว่าคุณยอมรับกลายๆ ว่าแฮก... หรือทำอะไรสักอย่างกับมือถือของฉัน! บอกมาเดี๋ยวนี้นะคะว่าคุณแอบดูประวัติการค้นหาเรื่องมูเตลูของฉันใช่ไหม! แอบดูว่าฉันเสิร์ชหา 'คาถาผูกจิตพิชิตใจสถาปนิกหน้ามึน' หรือเปล่าล่ะคะ!" พริมโรสพุ่งตัวเข้าไปใกล้ ยื่นหน้าเข้าไปคาดคั้นจนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตากลมโตมีความตื่นตระหนกปนความเขินอายฉายชัด แม้ปากจะโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนความประหม่าของตัวเองก็ตาม
กวินทร์ผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ สายตาคมกริบมองหญิงสาวที่กำลังยืนเท้าสะเอวหน้าตาตื่น ตัวสั่นเทานิดๆ ไม่ใช่เพราะกลัวผีสางที่อาจจะซ่อนอยู่ตามซอกมุมของบ้านร้างหลังนี้ แต่เป็นเพราะความอับอายที่ถูกจับได้ไล่ทันต่างหาก
"ใครเขาจะไปว่างแอบดูเรื่องไร้สาระแบบนั้นของคุณกันล่ะครับ... เอ่อ ฉันหมายถึง... ของเธอกันล่ะ" กวินทร์เผลอหลุดปากใช้คำพูดเป็นกันเองอีกรอบจนต้องรีบยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เก้อ "ที่ฉัน... ที่ผมต้องคอยเช็กโทรศัพท์ให้ เพราะกลัวว่าคุณจะเดินไปเหยียบตะปูเรือใบหรือสะดุดรากไม้ตายายที่ไหนเพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาไถหน้าจอหาดูหมอดูแม่นๆ ต่างหากเล่า!"
"แหม... อ้างเก่งจังนะคะ!" พริมโรสเบะปากใส่ทันที แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกเมื่อได้ยินคำแก้ตัวที่แฝงความห่วงใยแบบไม่เนียนเอาเสียเลย "ปากบอกว่ารำคาญ ปากบอกว่าไม่อยากยุ่ง แต่ก็ตามมาคุมฉันแจถึงบ้านร้างกลางป่าช้าเนี่ยนะคะ กวินทร์... ยอมรับมาเถอะค่ะว่าคุณติดใจความน่ารักน่าเอ็นดูของฉันเข้าแล้ว!"
"หลงตัวเองที่สุด..." กวินทร์พึมพำเบาๆ แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงมาดขรึมกลับมา ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเล็กๆ ของคนปากเก่งเอาไว้ แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้พ้นจากรัศมีของเสาไม้เก่าที่ทำท่าเหมือนจะผุพังลงมาได้ทุกเมื่อ
"โอ๊ะ! คุณดึงทำไมเนี่ยคะ ตกใจหมด!" พริมโรสอุทานเสียงหลง เซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของชายหนุ่มโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าจมูกจนเธอต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ
"ยืนให้มันดีๆ หน่อยสครับ... เอ๊ย สติค่ะคุณ!" กวินทร์รีบปล่อยมือทันทีราวกับโดนของร้อน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความวูบวาบในอก "เสานั่นมันปลวกกินจนกลวงโบ๋แล้ว ถ้าคุณยังยืนทึนทึกอยู่ตรงนั้น มีหวังได้หัวแตกก่อนจะได้ไปรีวิวคาถาบูชาสาริกาลิ้นทองแน่ๆ"
พริมโรสลูบแขนตัวเองปอยๆ แม้จะแอบค้อนวงใหญ่ใส่ความปากจัดของคนตรงหน้า แต่ลึกๆ แล้วใบหน้าของเธอกลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด เมื่อสังเกตเห็นว่ามือหนาที่เพิ่งปล่อยเธอเมื่อครู่กำลังกำเข้าหากันแน่นเพื่อซ่อนอาการสั่นเทาเล็กน้อย
*ซึนเดเระชัดๆ... ปากบอกรำคาญ แต่คอยระวังหลังให้ตลอดเนี่ยนะ* พริมโรสคิดในใจอย่างหมั่นไส้แกแกมเอ็นดู
บรรยากาศรอบตัวในบ้านร้างหลังค่ำคืนนี้เงียบสงัดจนได้ยินเสียงจิ้งรีดเรไรร้องระงม ลมพัดโชยกลิ่นอายดินชื้นและกลิ่นธูปปริศนาโชยมาแตะจมูกอีกครั้ง กวินทร์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องโถงมืดทึบที่มีเพียงแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือสาดส่อง เขาขยับตัวเข้าไปยืนขนาบข้างพริมโรสโดยอัตโนมัติ ไหล่กว้างบังร่างเล็กของเธอไว้ครึ่งหนึ่งราวกับต้องการปกป้องจากสิ่งเร้นลับที่อาจจะซ่อนเร้นอยู่ในความมืดมิด
"มืดขนาดนี้... ยังจะกล้าไลฟ์สดต่ออีกเหรอครับ มือถือแบตจะหมดอยู่แล้วนะ" กวินทร์เอ่ยทักขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดจะดุเล็กน้อยตามนิสัย
"ก็แฟนคลับเขารอดูยอดวิวตอนปราบผีอยู่นี่คะ! จะให้เลิกกลางคันได้ยังไงเล่า... ว่าแต่คุณเถอะค่ะ ถ้ากลัวนัก ทำไมไม่กลับไปรอนอกบ้านล่ะคะ มาเดินวนเวียนเป็นยักษ์ F-16 อยู่แถวนี้ทำไม" พริมโรสเชิดหน้าขึ้นเถียง แม้ว่ามือข้างหนึ่งจะแอบเอื้อมไปควชายเสื้อเชิ้ตของกวินทร์มาขยำไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
กวินทร์เหลือบมองมือเล็กๆ ที่กำชายเสื้อของเขาไว้แน่นแล้วระบายยิ้มบางเบาที่ดวงตา "ใครบอกว่าผมกลัวผีกันล่ะครับ... ผมแค่กลัวว่าถ้าปล่อยให้คุณอยู่คนเดียว แล้วเกิดไปทำท่าทางปัญญาอ่อนท้าทายวิญญาณแถวนี้จนโดนผีอำเข้าจริงๆ คนที่จะซวยต้องมาคอยแบกคุณกลับบ้านก็คือผมต่างหากล่ะ"
"ย่ะ! พ่อคนเก่ง พ่อคนไม่มีความกลัว!" พริมโรสเบ้ปากหมั่นไส้รอบที่ร้อยของวัน แต่ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากเถียงอะไรกลับไปมากกว่านั้น หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เธอยกขึ้นถ่ายไลฟ์สดก็เกิดอาการกระพริบติดๆ ดับๆ แสงไฟแฟลชวูบวาบแปลกๆ ทั้งที่แบตเตอรี่เพิ่งจะชาร์จมาเต็มร้อย
บรรยากาศในห้องโถงพลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน อุณหภูมิลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นธูปหอมฉุนรุนแรงขึ้นจนแสบจมูก ราวกับมีใครบางคนกำลังจุดธูปนับร้อยดอกอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ
พริมโรสสะดุ้งสุดตัว เผลอปล่อยมือจากชายเสื้อแล้วกระโดดเข้าไปกอดแขนกวินทร์ไว้แน่นฝังหน้าคว่ำลงกับต้นแขนแกร่งด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "คุณกวินทร์คะ! ...นะ...นั่นเสียงอะไรน่ะ! เสียงเหมือนคนลากเท้าเดินมาจากบันไดหลังบ้านเลย!"
กวินทร์หน้าถอดสีเล็กน้อย ร่างสูงตระหง่านก้าวมาบังร่างของพริมโรสไว้มิดชิดทันที นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังความมืดมิดบริเวณโถงบันไดไม้เก่าที่ปรากฏเงาดำทะมึนทอดตัวยาวน่าขนลุก ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้ทันเอ่ยปากปลอบโยนหรือดุว่าความซุ่มซ่ามของเธอ หน้าจอโทรศัพท์มือถือของพริมโรสที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะก็ส่งเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตเด้งขึ้นมาสว่างวาบกลางความมืด
เป็นข้อความจากบัญชีปริศนาที่ไม่มีชื่อโปรไฟล์... และข้อความนั้นส่งตรงมาถึงหน้าจอไลฟ์สดต่อหน้าต่อตาผู้ชมหลายพันคน!
*[ข้อความจากระบบ]: "อย่าหันหลังกลับมา... เพราะตอนนี้ เขากำลังยืนอยู่บนไหล่ของเธอแล้วนะ กวินทร์..."*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความหลอนแบบฟินๆ ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ•ตอนที่ 17
กวินทร์ผู้ปกป้อง(แบบบ่นไปด้วย)
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!