มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ•ตอนที่ 18

คืนหลอนที่ริมระเบียง

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
*[ข้อความจากระบบ]: "อย่าหันหลังกลับมา... เพราะตอนนี้ เขากำลังยืนอยู่บนไหล่ของเธอแล้วนะ กวินทร์..."* หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของกวินทร์สั่นครืดคราดติดต่อกันจนฝ่ามือชื้นเหงื่อ เสียงลมหวีดหิวข้างนอกระเบียงอพาร์ตเมนต์ย่านชานเมืองยามตีสองครึ่งดังระงมราวกับเสียงโหยหวนของใครบางคน แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดนีออนริมถนนสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามา ทาบทับเงาตะคุ่มบนผนังห้องให้บิดเบี้ยวผิดรูป แต่สิ่งที่ทำให้สถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งผู้ไม่เคยกลัวอะไรในโลก (ยกเว้นเรื่องลี้ลับที่พยายามทำเป็นมองไม่เห็น) ต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ไม่ใช่ข้อความเตือนสติบ้าบอจากแอปพลิเคชันมูเตลูตัวปัญหาอันไหนเลย... แต่มันคือ "ความรู้สึกหนักอึ้ง" ที่ลาดไหล่ข้างขวา ราวกับมีกระสอบทรายเปียกน้ำร้อยกิโลกรัมถูกโยกย้ายมาพาดทับไว้ และกลิ่นอับชื้นของดินเปียกฝนผสมกลิ่นธูปจางๆ ที่ลอยวนอยู่รอบปลายจมูก *ให้ตายสิ... บอกตัวเองแล้วว่าอย่าไปสนใจ ยิ่งทักยิ่งมา ยิ่งกลัวยิ่งเห็นสินะไอ้กวินทร์เอ๊ย!* กวินทร์ขบกรามแน่นจนสันนูน ดวงตาคมกริบเหลือบมองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่ปิดทึบ ภาพที่ปรากฏสะท้อนให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ซีดเผือด และที่น่าขนลุกยิ่งกว่าคือ... บริเวณลาดไหล่ข้างขวาของเขามีเงาดำทะมึนของเส้นผมยาวสลวยระโยงระยางตกลงมาเคลียอยู่ใกล้ใบหู ลมหายใจเย็นเยียบเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันแชตดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ กวินทร์สะดุ้งสุดตัวเกือบทำโทรศัพท์ร่วงหล่นพื้น เขากดเปิดหน้าจอด้วยนิ้วมือที่สั่นระริก ปรากฏข้อความจากอินฟลูเอนเซอร์สาวขวัญอ่อนที่ป่านนี้ไม่รู้ว่ามุดหัวซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนไหนแล้ว **พริมโรส (สายมูตัวแม่แต่ขี้แงตัวจริง):** "นี่! นายยังไม่นอนอีกเหรอ? ทำไมแอปฯ มันแจ้งเตือนแปลกๆ อ่ะ กวินทร์ นายปลอดภัยดีไหมเนี่ย ตอบฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!" กวินทร์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามเรียกสติที่กระเจิงให้กลับเข้าร่าง นิ้วเรียวยาวรีบพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความเร็วแสง แม้ในใจอยากจะตะโกนด่าแม่คุณทูนหัวที่ขยันหาเรื่องมาให้เขาประสาทกินได้ตลอดเวลาขนาดนี้ **กวินทร์:** "ปลอดภัยดี ถ้าเธอไม่ส่งข้อความบ้าๆ หรือเปิดแจ้งเตือนมูเตลูเฮงซวยนี่มาปลุกฉันกลางดึก!" **พริมโรส:** "อ้าวไอ้นี่! คนหวังดีนะเนี่ย เห็นแจ้งเตือนมันบอกว่า 'เขากำลังยืนอยู่บนไหล่' ก็นึกว่าเป็นห่วงกลัวนายโดนผีอำจนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปซะก่อน ใครจะไปรู้ว่านายจะปากแข็งได้โล่ขนาดนี้!" **กวินทร์:** "ถ้าว่างมากนักก็เอาเวลาไปสวดมนต์แผ่เมตตาให้ตัวเองเถอะพริมโรส ไม่ต้องมาห่วงฉัน... ตอนนี้ไหล่ฉันไม่ได้ว่างให้ใครมานั่งทับหรอกนะเว้ย หนักจะตายอยู่แล้วเนี่ย!" พิมพ์ไปก็อยากจะร้องไห้ไป กวินทร์เหลือบตาขึ้นมองเงาในกระจกอีกครั้ง ปรากฏว่าเงาดำบนไหล่ขวานั้นเริ่มขยับตัวช้าๆ ใบหน้าขาวซีดไร้เลือดฝาดของหญิงสาวปริศนาในชุดไทยโบราณค่อยๆ โผล่พ้นกลุ่มผมหยองตกลงมาแนบชิดกับแก้มของเขา ดวงตาสีดำสนิทไร้แววตาคู่นั้นจ้องมองมาทางกระจกเงาด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหู *แม่เจ้าโว้ย! สวยตรงไหนวะเนี่ย หลอนชะมัด!* กวินทร์หลับตาปี๋ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก สัมผัสเย็นเยียบที่ต้นคอยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับวิญญาณตนนั้นกำลังก้มกระซิบอะไรบางอย่างข้างใบหู เสียงกระซิบแหบพร่าเย็นยะเยือกดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท *"...แฟน... ของ... เธอ... น่ารัก... จัง... นะ..."* ชั่ววินาทีนั้น กวินทร์แทบหยุดหายใจ ความกลัวพุ่งทะยานจนขีดสุด แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกหงุดหงิดที่ผีตนนี้บังอาจมาวิจารณ์ "คนในแชต" ของเขากลับพุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทนที่อย่างน่าประหลาด **กวินทร์:** (พิมพ์ด้วยมือข้างเดียวโดยไม่ลืมตา) "ยัยพริม! ถ้าคืนนี้ฉันรอดไปได้นะ เธอต้องเป็นคนเลี้ยงชาบูกู้ชีพฉันเข้าใจไหม!" **พริมโรส:** "ฮะ? อะไรของนายเนี่ย อยู่ๆ ก็มาทวงชาบู ผีหลอกจนเพี้ยนแล้วเหรอคุณสถาปนิก?" **กวินทร์:** "เปล่าเพี้ยน... แค่คิดว่าถ้าฉันต้องตายเพราะผีหวงก้างตัวนี้จริงๆ คนที่จะต้องมารับผิดชอบความรู้สึกฉัน ก็คืออินฟลูปากเก่งที่นอนไม่หลับแล้วทักแชตมาหาฉันตอนตีสามครึ่งนี่แหละ!" ทางด้านพริมโรสที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มหนาเตอะในห้องพักอีกฟากหนึ่งของเมือง ขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะเป็นปม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะกลัวผีจากข้อความในแอปฯ แต่เป็นเพราะประโยคกวนประสาทแต่แฝงความนัยแปลกๆ ของตาคนนี้ต่างหาก **พริมโรส:** "นี่นายพูดบ้าอะไรเนี่ย ใครจะไปรับผิดชอบนายฟะ! อยากกินชาบูก็ไปกินคนเดียวเลยนะ!" **กวินทร์:** "กินคนเดียวมันไม่อร่อย... ต้องมีคนมานั่งแกะกุ้งให้ ถึงจะเรียกว่าเจริญอาหาร" **พริมโรส:** "ย่ะ! พ่อคนคุณชาย เรื่องมากชะมัด แล้วตกลงไอ้ที่บอกว่าหนักไหล่นี่คือยังไง ไหล่เคล็ดเหรอ หรือว่า..." พริมโรสชะงักนิ้วที่กำลังพิมพ์ หน้าแดงแจ๋ขึ้นมาดื้อๆ ทั้งๆ ที่บรรยากาศรอบตัวหนתหนาวเหน็บจากเครื่องปรับอากาศและเรื่องเล่าสยองขวัญ ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังพิมพ์โต้เถียงกันไปมาเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวและหัวใจที่เต้นผิดจังหวะอยู่นั้น... กวินทร์ที่ยืนหลับตาพิงกำแพงระเบียงอยู่ ก็ต้องสะกิดใจกับความผิดปกติบางอย่าง เสียงหวีดหิวของสายลมเมื่อครู่... หายไปสนิท กลิ่นอับชื้นของดินและธูป... จางหายไปอย่างไร้ร่องรอย และที่สำคัญที่สุด... "ความหนักอึ้ง" บนลาดไหล่ข้างขวา ที่กดทับอยู่เมื่อครู่ ได้หายวับไปกับตา ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน กวินทร์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ มองผ่านกระจกเงาใสแจ๋วที่สะท้อนเพียงภาพของเขาเองยืนอยู่ลำพังในห้องพักที่เงียบสงบ ไหล่ทั้งสองข้างว่างเปล่า ไม่มีเงาดำ ไม่มีผมยาวสลวย และไม่มีใบหน้าขาวซีดน่ากลัวอีกต่อไป สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์เพื่อจะพิมพ์บอกยัยตัวแสบว่าสถานการณ์ปลอดภัยแล้ว แต่ทว่า... นิ้วที่กำลังจะกดส่งข้อความกลับต้องชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อหน้าจอแอปพลิเคชันแชตแสดงข้อความใหม่ล่าสุดขึ้นมา... ไม่ใช่จากพริมโรส แต่เป็น "ข้อความจากระบบ" สีแดงสดที่เด้งขึ้นมากลางหน้าจอ โดยที่ไม่มีใครกดเปิดใช้งาน *[ข้อความจากระบบ]: "ขอบคุณที่ช่วยดูแลเธอนะ... จากนี้ไป ฝากดูแลกันและกันตลอดไปด้วยล่ะ กวินทร์ พริมโรส..."* ดวงตาของกวินทร์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเงาสะท้อนในกระจกหน้าต่างด้านหลังตัวเขา ค่อยๆ ปรากฏภาพของมือเรียวเล็กสีขาวซีดคู่หนึ่ง ยื่นออกมาจากความมืดมิดภายในห้องนอน... และกำลังวางทาบทับลงบน "ไหล่ทั้งสองข้าง" ของเขาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูที่ดังชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ *"...เสร็จฉันล่ะ..."* --- ติดตามตอนต่อไปในคืนพรุ่งนี้... หวังว่าคุณจะยังนอนหลับฝันดีนะคะ รี้ดเดอร์ที่น่ารักของ "เสียงกระซิบยามดึก"
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%