มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ•ตอนที่ 24

แชตหลุด สั่นสะเทือนวงการ

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
“คุณ... เมื่อกี้คุณพิมพ์อะไรนะคะ” เสียงของพริมโรสดังขึ้นทำลายความเงียบงันในห้องทำงานสถาปัตยกรรมที่ตอนนี้อวลไปด้วยกลิ่นอายความตึงเครียดปนความประหลาด เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน แต่ตอนนี้ผิวแก้มของกวินทร์กลับขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู ดวงตาคมกริบกะพริบถี่ราวกับทำอะไรไม่ถูก มือหนาที่ถือโทรศัพท์มือถืออยู่สั่นน้อยๆ พยายามจะกดหน้าจอยึกยักแต่ดูเหมือนสติสตังจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว กวินทร์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันทีด้วยความเสียฟอร์ม “เปล่าครับ... เอ๊ย! เปล่าค่ะ—ไม่ใช่! หมายถึงผมไม่ได้พิมพ์อะไรทั้งนั้นแหละ คุณตาฝาดไปแล้วพริมโรส!” “ตาฝาดบ้าอะไรล่ะคะ! ฉันเห็นเต็มสองตาว่าคุณพิมพ์ว่า... *‘ถ้ากลัวนัก ทำไมไม่มาซุกอกผมล่ะ’* แถมยังกดส่งมาแล้วด้วย!” พริมโรสแหวใส่เสียงดังลั่น ใบหน้าสวยร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวผีสางจากเรื่องลี้ลับที่เพิ่งเจอมาเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะประโยคบอกเลิกความซึ้งปนกวนประสาทเมื่อกี้ต่างหากที่มันทำเอาเธอเสียอาการจนแทบอยากจะมุดโต๊ะทำงานหนี “ก็... กก็ตอนนั้นผีมันกำลังจะโผล่มาจากมุมตึกไม่ใช่เหรอไงครับ! ผมก็แค่วิตกจริตไปตามสถานการณ์กลัวคุณจะช็อกสลบคาอกผมไปจริงๆ เท่านั้นแหละ อย่ามาทำเป็นตื่นตูมหน่อยเลย!” สถาปนิกหนุ่มแก้ตัวเสียงแข็ง น้ำเสียงทุ้มพยายามปรับให้ราบเรียบเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งพล่านจนทะลักออกมาทางสายตา “นี่คุณว่าฉันขี้ตื่นเหรอคะไอ้คุณสถาปนิกปากแข็ง! เมื่อกี้คุณเองนั่นแหละที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มยิ่งกว่าฉันซะอีก!” ทั้งสองคนยืนเถียงกันหน้าดำหน้าแดง บรรยากาศความน่ากลัวของวิญญาณในออฟฟิศสถาปนิกเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นการปะทะคารมย่อมๆ ระหว่างคนฟอร์มจัดกับคนขี้โวยวายตามเคย ทว่าความวุ่นวายยังไม่ทันได้สงบลง เสียงเตือนแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์ในโทรศัพท์มือถือของพริมโรสก็ดังขึ้น ‘ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!’ ติดต่อกันหลายครั้งราวกับนัดกันมา พริมโรสขมวดคิ้วยุ่ง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยความฉงน แต่พอสายตาปะทะเข้ากับข้อความบนหน้าจอ เธอก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบถลน อ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปได้ก็คงไม่รู้ตัว **[กลุ่ม: FC ตัวมัมปั้นหม้อทอด (48,291 คน)]** **Minnie_Girl:** *“กรี๊ดดดดดดดดดดดด! ทุกคนคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วแม่! ใครก็ได้ช่วยมาดูหน้าจอฉันที นี่ฉันตาฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย!”* **CatLover_99:** *“อะไรแก ยัยมินนี่ ดึกดื่นป่านนี้แหละส่งเสียงดัง เดี๋ยวแม่ก็ตื่นหรอก มีอะไรเร็วก่ำ!”* **Minnie_Girl:** *(ส่งรูปภาพ)* ในห้องแชตกลุ่มของแฟนคลับที่เธอตั้งขึ้นเพื่อพูดคุยเรื่องไลฟ์สตรีมล่าท้าผี ปรากฏภาพแคปหน้าจอแชตส่วนตัว... ซึ่งไม่ใช่แชตของใครที่ไหน แต่เป็นภาพหน้าจอแชตระหว่างเธอกับ ‘คุณกวินทร์ สถาปนิกหน้าดุ’ คนนี้นี่เอง! และข้อความเจ้ากรรมที่กวินทร์เผลอพิมพ์ส่งมาเมื่อครู่ ก็ถูกแคปแล้วส่งเข้ามาอยู่ในกลุ่มสาธารณะที่มีคนอยู่เกือบห้าหมื่นคนแบบพิบูลย์ความชัดเจน! *‘ถ้ากลัวนัก ทำไมไม่มาซุกอกผมล่ะ’* — ข้อความเด่นหร่าพร้อมชื่อผู้ส่งชัดเจนแจ่มแจ้ง **Mod_Za_555:** *“ฮั่นแหน่! พี่สถาปนิกคนนั้นหรือเปล่าคะคุณพริมโรส! คนที่บอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา คนที่ชอบทำหน้าหยิ่งใส่ในไลฟ์น่ะเหรอ!”* **Nan_Nan:** *“แม่จ๋าาาาา เรือผีที่ฉันพายอยู่ดีๆ ทำไมวันนี้มันติดเครื่องยนต์พุ่งชนภูเขาไฟฟูจิแล้วล่ะเนี่ย! เขินอะไรเบอร์นี้วะแกรรร ประโยคนี้มันคือการสารภาพรักชัดๆ!”* **Ploy_Chubby:** *“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด! มูเตลูบทไหนคะที่ทำให้ผู้ชายปากแข็งยอมพูดคำนี้ ออกมาบอกบุญด่วนค่ะคุณพริมโรส!”* ข้อความไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก สมาชิกเกือบห้าหมื่นคนในกลุ่มต่างพากันส่งสติกเกอร์รูปหัวใจและกรีดร้องด้วยความฟินกันอย่างล้นหลาม ข่าวสารแพร่สะพัดรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ภายในเวลาไม่ถึงสองนาที แฮชแท็กใหม่ก็พุ่งทะยานติดเทรนด์ทวิตเตอร์ (X) อย่างรวดเร็วแบบไม่มีใครตั้งตัวทัน พริมโรสหน้าถอดสี เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนผ่าว เธอหันขวับไปมองหน้าสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ยืนนิ่งค้างเป็นหินไปเรียบร้อยแล้ว ดวงตาคมเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่เธอยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้ดู “คุณ... กวินทร์คะ” เสียงของพริมโรสสั่นเครือเล็กน้อย “คือ... แชตที่คุณเผลอส่งมาเมื่อกี้... มันหลุดเข้ากลุ่มแฟนคลับฉันไปแล้วค่ะ” กวินทร์ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ของพริมโรส ไลน์กลุ่มที่ข้อความวิ่งรัวจนเครื่องแทบแฮงก์ ภาพแคปหน้าจอหลักฐานคาหนังคาเขา ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ใบหูของสถาปนิกหนุ่มจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มจัดลามไปถึงต้นคอ “อิบาะ...” กวินทร์สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความตกใจและเสียฟอร์มขั้นสุด มือหนายกขึ้นกุมขมับทันที “ให้ตายเถอะ... ผมไม่ได้ตั้งใจกดส่งนะ!” “แล้วตอนนี้คนทั้งประเทศก็รู้หมดแล้วว่าคุณชวนฉันซุกอก!” พริมโรสโวยวายเสียงหลง ใบหน้าแดงก่ำไม่แพ้กัน หัวใจเต้นโครมครามด้วยความเขินอายปนตกใจจนแทบจะเป็นลม ทว่าท่ามกลางความโกลาหลและเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ที่ดังระรัวไม่หยุดหย่อนนั้น จู่ๆ ไฟนีออนในห้องทำงานก็กระพริบ ‘พรึบ... พรึบ...’ สองสามทครั้งก่อนจะดับสนิทลง เหลือเพียงแสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่ให้เห็นลางๆ บรรยากาศรอบตัวเย็นเฉียบลงอย่างฉับพลัน ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างทั้งที่ปิดสนิท และเงาดำทะมึนสายหนึ่งก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นช้าๆ ที่มุมห้อง... ตรงจุดที่กวินทร์เพิ่งจะบอกให้เธอ ‘ไปซุกอก’ พอดีเป๊ะ! กวินทร์หันขวับไปมองความผิดปกติที่มุมห้องทันที แววตาที่เคยฉายแววเขินอายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและเย็นชาขึ้นมาในเสี้ยววินาที ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาขวางหน้าพริมโรสโดยอัตโนมัติ พร้อมกับยื่นมือไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง “ถอยไปหลบข้างหลังผม...” กวินทร์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างกายแผ่รังสีความกดดันบางอย่างออกมาจนพริมโรสรู้สึกได้ แต่ก่อนที่พริมโรสจะได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงกระซิบแหบพร่าข้างหูของเธอก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่า— *“ไหนล่ะ... อกที่เธอจะซุก... ขอยืมใช้หน่อยได้ไหม...”* -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาหวีดและร่วมผจญภัยความหลอนปนเขินไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%