“ไหนล่ะ... อกที่เธอจะซุก... ขอยืมใช้หน่อยได้ไหม...”
ประโยคคำถามหน้าตายแต่แฝงแววตาท้าทายของกวินทร์เมื่อครู่ ยังคงดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของพริมโรส ราวกับเปิดแผ่นเสียงตกร่องซ้ำไปซ้ำมา ท่ามกลางความมืดสนิทและกลิ่นอัปชื้นของห้องเก็บของโบราณในเรือนไม้เรือนไทยหลังเก่า ที่เพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์ชวนขนหัวลุกมาหมาดๆ
พริมโรสหน้าแดงซ่านลามไปจนถึงใบหู ร่างบางที่สั่นเทาด้วยความกลัวผีในตอนแรก กลับเริ่มสั่นด้วยความเขินอายจนทำอะไรไม่ถูก มือเล็กที่กำชายเสื้อเชิ้ตสีเข้มของสถาปนิกหนุ่มเอาไว้แน่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ยิ่งตอกย้ำว่าตอนนี้เธอกำลังตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำอย่างสมบูรณ์แบบ
"นี่! อย่ามาทำเป็นพูดเล่นนะกวินทร์! บรรยากาศวังเวعةแบบนี้ ผีเพิ่งจะเดินผ่านหน้าต่างไปหยกๆ นายยังมีอารมณ์มาหยอดมุกเสี่ยวอีกเหรอ!" พริมโรสแหวใส่เสียงสั่นเพื่อกลบเกลื่อนความใจเต้นรำรัวราวกับกลองเพลในอก ริมฝีปากอิบอิ่มเบะคว่ำลงเล็กน้อยอย่างขัดใจ
กวินทร์ถอนหายใจยาวพรืดอย่างเหนื่อยหน่าย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาCมองคนตัวเล็กกว่าที่ยังหลับตาปี๋ซุกหน้าอยู่กับอกเสื้อของเขาอย่างไม่รู้จะจัด
"ใครหยอด... ฉันพูดจริงต่างหาก ก็เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่ากลัวจนจะช็อกตายอยู่แล้ว ฉันก็แค่แสดงความมีน้ำใจในฐานะเพื่อนร่วมชะตากรรม... หรือว่าที่พูดเมื่อกี้ แค่เรียกร้องความสนใจเฉยๆ?" กวินทร์ย้อนถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามฟอร์ม พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเหนือกว่า
"อีตาสถาปนิกปากเสีย! ใครเรียกร้องความสนใจนายฟะ! ปล่อยเลยนะ! เลิกกอดฉันได้แล้ว!" พริมโรสโวยวายเสียงหลง พร้อมกับพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่ทว่า... ยิ่งเผลอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับวงแขนที่โอบรอบเอวบางไว้แน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อไม่ให้เธอเซถลาไปโดนกองลังกระดาษเก่าๆ ที่วางสุมอยู่ข้างหลัง
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ตโฟนในกระเป๋ากางเกงของพริมโรสดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งโหยงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
พริมโรสอาศัยจังหวะชุลมุนนั้น เบี่ยงตัวหลุดจากการเกาะกุมแล้วรีบควIควานหาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูหน้าจอทันที นิ้วเรียวรีบกดเข้าแอปพลิเคชันแชตสีเขียวที่ขึ้นแจ้งเตือนรัวเป็นชุดจากกลุ่มเพื่อนอินฟลูเอนเซอร์ที่รออยู่ข้างนอก
[กองปราบผีจำเป็น: มะปราง] แกเป็นไงบ้างวะพริม! เสียงกรี๊ดเมื่อกี้คืออะไรวะ พวกฉันพยายามจะวิ่งเข้าไปช่วยแต่ประตูมันล็อกเปิดไม่ออก!
[กองปราบผีจำเป็น: พี่เจ] ปลอดภัยดีไหมพริมโรส! ไอ้กวินทร์มันยังหายใจอยู่รึเปล่า หรือโดนผีลากไปกินวิญญาณแล้ว!
[กองปราบผีจำเป็น: พริมโรสเอง] ฉันกับอีตากวินทร์ยังรอดปลอดภัยดีเว้ย! แค่ติดอยู่ในห้องเก็บของเก่าเนี่ย ประตูมันน่าจะฝืดบานพับติด... เดี๋ยวพวกฉันกำลังหาทางออก รอแป๊บ!
พริมโรสพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความเร็วแสง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก อย่างน้อยเพื่อนๆ ข้างนอกก็รู้แล้วว่าพวกเธอยังไม่กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนในบ้านหลังนี้
"พวกมันถามถึงฉันว่ายังหายใจอยู่รึเปล่าเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเหนือหัว ทำเอาพริมโรสต้องเงยหน้าขึ้นมองค้อนขวับ
"เออร์ดิ! พี่เจบอกว่ากลัวนายโดนผีลากไปกินวิญญาณแล้ว... เสียดายแทนเขาล่ะสิ ที่นายยังรอดมาเถียงฉันได้เนี่ย" พริมโรสลอยหน้าลอยตาตอบ พร้อมกับเดินสำรวจรอบห้องแคบๆ เพื่อหาทางหนีทีไล่ โดยพยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงให้อยู่ในโซนปลอดภัย
กวินทร์ไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเพียงแต่กวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยสัญชาตญาณของสถาปนิก มือหนายกขึ้นดันแว่นตาเล็กน้อยก่อนจะเดินไปเคาะตามผนังไม้สักทองเก่าคร่ำครึที่เริ่มผุพังตามกาลเวลา
"หยุดเดินชนนู่นชนนี่เถอะน่าพริมโรส ยิ่งเดินฝุ่นยิ่งฟุ้ง เดี๋ยวก็ได้หอบหืดกำเริบตายก่อนเจอผีหรอก" กวินทร์เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่เจือความห่วงใยไว้นิดๆ แบบที่เจ้าตัวก็คงไม่ทันรู้ตัว
"ก็มันมืดแล้วก็น่ากลัวนี่นา! นายไม่เห็นเหรอว่าตรงมุมห้องนั้นมีเงาประหลาดขยับได้ด้วย!" พริมโรสชี้ไม่ชี้มือไปที่มุมมืดสลัวที่มีตู้เสื้อผ้าโบราณตั้งอยู่ เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือขึ้นมาอีกครั้งเมื่อบรรยากาศรอบตัวกลับมาเงียบสงัดและวังเวงเหมือนเดิม
กวินทร์ถอนหายใจเบาๆ เดินสาวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวคนขี้โวยวายทันที มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของพริมโรสเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะจูงให้เธอเดินตามมาหลบอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของเขา
"ถ้ากลัวนักทำไมไม่ยอมอยู่เงียบๆ แต่แรก... มานี่ เดินตามมาติดๆ อย่าปล่อยมือเด็ดขาด" น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่หนักแน่นของกวินทร์ ทำให้หัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นระส่ำของพริมโรสกระตุกวูบอย่างประหลาด ความกลัวผีสางเทวดาที่เคยมีเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่ตีรวนขึ้นมาในอก ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้ มันช่างสวนทางกับบรรยากาศหนתเหน็บรอบตัวเสียเหลือเกิน
ทั้งสองคนเดินลัดเลาะไปตามซอกมุมของห้องเก็บของ จนกระทั่งกวินทร์สังเกตเห็นแสงสว่างรำไรที่ลอดผ่านรอยต่อของบานประตูไม้ด้านหลัง ซึ่งน่าจะเป็นทางออกฉุกเฉินที่เชื่อมต่อไปยังระเบียงด้านนอก
"เจอทางออกแล้ว..." กวินทร์กระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของคนตัวเล็กที่ยังคงเดินเกาะแขนเสื้อเขาแจ
แต่ทว่า... ในจังหวะที่กวินทร์กำลังจะเอื้อมมือไปบิดกลอนประตูเหล็กขึ้นสนิมนั้นเอง จู่ๆ ลมเย็นยะเยือกสายหนึ่งก็พัดวูบผ่านหลังคาเรือนไม้เก่าเข้ามาปะทะร่างจนขนลุกซู่ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าข้างหูของพริมโรสอย่างชัดเจน
*“จะรีบไปไหนล่ะ... ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยนะ...”*
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!"
พริมโรสสติหลุดกระเจิง เธอพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อของกวินทร์แล้วซุกหน้าเข้ากับแผงอกเขาเต็มแรงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างบางสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร มือทั้งสองข้างกำเสื้อของเขาแน่นจนยับยู่ยี่
กวินทร์เองก็ชะงักไปชั่วขณะ แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา มือหนาก็ยกขึ้นโอบกอดรอบเอวบางของเธอไว้แน่นเพื่อปกป้อง ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังต้นเสียงในความมืดด้วยแววตาดุดันและเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ
ในขณะที่สถาปนิกหนุ่มกำลังจะอ้าปากตอกกลับสิ่งเร้นลับที่มารังควานคนในอ้อมแขน นิ้วมืออีกข้างของเขาก็เผลอไปโดนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือซ้ายซึ่งเปิดค้างหน้าแชตส่วนตัวกับพริมโรสไว้พอดี...
นิ้วโป้งของกวินทร์กดพลาดไปโดนปุ่มส่งข้อความยาวเหยียดที่เขาพิมพ์ค้างไว้ระบายความอัดอั้นตันใจเมื่อตอนหัวค่ำ แต่ยังไม่ทันได้ลบ...
[กวินทร์]: *‘รำคาญก็รำคาญ ยัยตัวแสบเอ๊ย... แต่ทำไมเวลาเธอทำหน้ากลัวแบบนี้ ฉันถึงอยากกอดเธอไว้ไม่ให้ไปไหนเลยว่ะ...’*
ข้อความถูกส่งออกไปในแชตส่วนตัวของพริมโรสอย่างจัง! ท่ามกลางความเงียบงันของห้องเก็บของ และเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามของคนทั้งคู่...
ขอบคุณที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ!
มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ•ตอนที่ 25
ใจฟูในบรรยากาศขนหัวลุก
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!