มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ•ตอนที่ 7

กลิ่นธูปที่ไม่มีที่มา

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
“ถ้าพี่กวินทร์ยังไม่เลิกทำหน้าเป็นยักษ์เฝ้าประตูบริษัทแบบนี้ พริมว่าผีตัวไหนก็คงไม่กล้าเข้าใกล้หรอกค่ะ แต่ประเด็นคือ… กลิ่นธูปนี่มันมาจากไหน! แล้วทำไมต้องเป็นกลิ่นเดียวกับที่ศาลพระภูมิหน้าปากซอยบ้านยายพริมเป๊ะเลย!” พริมโรสกระซิบเสียงสั่นพลางเขยิบตัวเข้ามาใกล้เก้าอี้ทำงานของกวินทร์จนแขนเสื้อเราเบียดกัน ความหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ของเธอตีกับกลิ่นเหม็นอับชื้นที่โชยมาจากมุมมืดของออฟฟิศ กวินทร์ถอนหายใจยาว วางปากกาเขียนแบบในมือลงแล้วหันขวับมามองหญิงสาวที่กำลังเกาะแขนเขาแน่นเหมือนลูกลิง “พริมโรส นี่มันสี่ทุ่มกว่าแล้ว กลับบ้านไปนอนไป๊ กลิ่นธูปอะไรของเธอกัน บ้าหรือเปล่า ออฟฟิศสถาปนิกจะมีกลิ่นธูปได้ยังไง ถ้าจะมีก็คงเป็นกลิ่นกาแฟไหม้ของไอ้แทนที่ชงทิ้งไว้เมื่อตอนเย็นนั่นแหละ” “พี่กวินทร์อย่ามาเฉไฉ! กลิ่นกาแฟมันไม่ทำให้ขนแขนพริมตั้งชันแบบนี้หรอกนะ ดูนี่!” เธอชี้แขนตัวเองที่ขึ้นตุ่มขนลุกพึ่บพั่บให้เขาดู กวินทร์มองปราดเดียวก็ต้องเบือนหน้าหนี เพราะไม่อยากยอมรับว่าตัวเองก็รู้สึกถึง ‘ไอเย็น’ ที่เคลื่อนผ่านหลังคอไปเมื่อครู่นี้เหมือนกัน เขาเป็นสถาปนิกที่เชื่อในหลักการและเหตุผล แต่มันก็ยากที่จะอธิบายว่าทำไมจู่ๆ ไฟในออฟฟิศถึงกะพริบถี่ๆ เหมือนจังหวะหัวใจเต้นผิดปกติ *ตึ้ง!* เสียงแจ้งเตือนแชตจากหน้าจอมือถือพริมโรสเด้งขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน **[กลุ่ม: ตามล่าท้าผี (แต่ผีไม่ตอบ)]** **แทน (เพื่อนร่วมงาน):** พริม! กวินทร์! กลับกันยัง? พวกแก… ทำไมในกล้องวงจรปิดห้องประชุมถึงมีคนนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะคนนึงวะ? กวินทร์ชะงัก สายตาคมกริบเหลือบมองไปที่ผนังกระจกใสที่ทะลุเห็นห้องประชุมด้านนอก ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พริมโรสเองก็เผลออุทานเสียงหลงก่อนจะรีบปิดปากตัวเองแน่น “พี่… อย่าบอกนะว่าที่ห้องประชุมนั่น…” “อย่าทัก” กวินทร์สวนทันควัน แต่น้ำเสียงเขากลับไม่นิ่งเหมือนปกติ มือหนาคว้าข้อมือเล็กของพริมโรสไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ “ถ้าไม่อยากเห็นอะไรแปลกๆ ก็ก้มหน้าไว้ เดินตามผมมา เราจะเดินไปที่ลิฟต์แบบไม่หันหลังกลับเด็ดขาด เข้าใจไหม?” พริมโรสพยักหน้าหงึกๆ ปากบอกไม่กลัวแต่ตัวสั่นเทาจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ทั้งคู่ก้าวเดินผ่านโต๊ะทำงานที่จัดวางเอกสารโครงการตึกระฟ้าไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่ทว่า… กลิ่นธูปที่เคยอยู่ห่างๆ กลับเข้มข้นขึ้นจนฉุนกึก ราวกับมีใครจุดธูปนับร้อยดอกวางไว้ตรงหน้า *กึก… กึก…* เสียงลากเก้าอี้ดังมาจากทางห้องประชุม กวินทร์กระชับมือที่กุมพริมโรสไว้แน่นขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของเธอ แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความเย็นเยียบที่ค่อยๆ ไล่ระดับมาจากทางด้านหลัง "พี่กวินทร์..." พริมโรสเรียกเสียงแผ่ว "พริมว่า... กลิ่นมันไม่ได้มาจากห้องประชุมแล้วนะ" กวินทร์หยุดกึก เขาหมุนตัวกลับไปมองทางต้นเสียงด้วยความรำคาญที่พุ่งปรี๊ดแทนความกลัว เขาเกลียดอะไรแบบนี้ที่สุด! ชีวิตปกติสุขของเขากำลังถูกรบกวนด้วยเรื่องไร้สาระที่พิสูจน์ไม่ได้ และเขาก็ไม่ยอมให้ใคร—หรือผีตัวไหน—มาทำให้โปรเจกต์งานนี้ต้องดีเลย์ "ใคร! ออกมา!" กวินทร์ตะโกนลั่นออฟฟิศ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความว่างเปล่า... จนกระทั่งสายตาเขาเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่สะท้อนจากบานกระจกเงาด้านข้าง ไม่ใช่แค่หนึ่ง... แต่เป็นเงาร่างนับสิบที่ยืนเรียงรายอยู่ในมุมมืดของแผนกบัญชี ทุกร่างก้มหัวลงต่ำในลักษณะที่ผิดธรรมชาติ พริมโรสหลับตาปี๋ เธอคว้าคอเสื้อของกวินทร์ไว้แน่นจนเกือบจะรั้งเขาล้มลงมา "พี่กวินทร์ พริมกลัวแล้ว! พริมไม่อยากเห็นนนนน!" "ก็หลับตาสิครับ จะลืมตาดูทำไมล่ะ ยัยตัวยุ่ง!" กวินทร์ดุพลางยกมือขึ้นปิดตาให้เธออย่างเบามือ ความนุ่มนวลที่แฝงมากับการดุทำให้พริมโรสใจเต้นผิดจังหวะท่ามกลางสถานการณ์เฉียดตาย แต่ทว่า ในจังหวะที่กวินทร์กำลังจะพาทเธอวิ่งออกไปจากจุดนั้น แสงไฟนีออนดวงสุดท้ายเหนือหัวพวกเขาก็ดับพรึ่บลง พร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูที่ดังชัดเจนจนขนหัวลุก *"...จะไปไหนกัน... ยังไม่ได้จ่ายค่าที่เลย..."* กวินทร์ชะงักกึก เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดไฟฉายส่องกราดไปข้างหน้า สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ผีร้ายที่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่มันคือ... พัสดุกล่องใหญ่ที่วางกองระเกะระกะอยู่หน้าประตูทางออก พร้อมกับรูปปั้นกุมารทองที่ใครบางคนเอามาตั้งทิ้งไว้บนกองเอกสาร โดยที่มีธูปปักอยู่บนหัวกุมารนั่นจนหมดกำ! "ไอ้แทน!!!" กวินทร์ตะโกนก้องด้วยความหงุดหงิดระคนโล่งอก พริมโรสที่แอบเปิดตาดูถึงกับทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยความอ่อนแรง "พี่กวินทร์... พริมว่าพริมเกลียดพี่แทนที่สุดในโลกเลยค่ะ!" พริมโรสพูดพลางหัวเราะร่าทั้งน้ำตา "แต่เมื่อกี้... พี่กวินทร์บอกให้พริมหลับตานะ? เขินจังเลยค่ะ... แบบว่า... ถ้าเราจะตายด้วยกัน พี่กวินทร์ก็เป็นคนแรกที่พริมอยากอยู่ด้วยเลย" กวินทร์นิ่งไป ครู่หนึ่งเขาหันมามองพริมโรสที่นั่งหน้าแดงแจ๋อยู่ตรงนั้น เขาถอนหายใจยาวก่อนจะย่อตัวลงนั่งข้างๆ แล้วจิ้มหน้าผากเธอเบาๆ "สารภาพรักท่ามกลางดงธูปแบบนี้เนี่ยนะ? ยัยเพี้ยนเอ๊ย... ลุกขึ้นได้แล้ว เดี๋ยวผมไปส่ง" เขายื่นมือไปจะช่วยดึงเธอขึ้น แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงหัวเราะแหลมเล็กก็ดังขึ้นมาจากใต้โต๊ะทำงานของพริมโรส—โต๊ะที่ไม่มีใครอยู่มาตั้งนานแล้ว! *กิ๊ก กิ๊ก กิ๊ก...* ทั้งสองหันขวับไปมองพร้อมกัน ในความมืดสนิทนั้น... มีดวงตาสีแดงคู่หนึ่งจ้องกลับมาหาพวกเขา! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและอมยิ้มไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%