เสียงกระดาษไขแผ่นบางที่ถูกกรีดด้วยคัตเตอร์จนเกิดเสียงแหลมบาดหูในความเงียบ ทำให้พริมโรสต้องสะดุ้งสุดตัว เธอขยับเข้าไปเบียดไหล่กับกวินทร์ที่นั่งหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าโต๊ะเขียนแบบโบราณอย่างลืมตัว กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาทั้งชาเย็นปั่นที่วางทิ้งไว้จนละลายและกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยเข้าจมูก ทว่าเวลานี้มันไม่ได้ทำให้รู้สึกโรแมนติกเอาเสียเลย เมื่อรอบตัวพวกเรากำลังถูกรายล้อมด้วยแสงไฟฉายสีส้มสลัวๆ จากโทรศัพท์มือถือ และเงาตะคุ่มของโครงสร้างบ้านไม้สักทองอายุกว่าห้าสิบปีที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามแรงลมยามดึก
"คุณกวินทร์... คือดิฉันว่าเราพักก่อนดีไหมคะ เริ่มดึกแล้วนะ แล้วไอ้รอยหมึกแดงที่อยู่มุมล่างขวานั่น มันชักจะขยับได้แปลกๆ หรือดิฉันตาฝาดไปเองคะเนี่ย" พริมโรสกระซิบเสียงสั่น พยายามใช้ปลายนิ้วมือข้างหนึ่งจับชายเสื้อฮู้ดสีดำของคนข้างๆ ไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายวับไปกับตา
กวินทร์ถอนหายใจยาว พ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยความเหนื่อยหน่ายตามวิสัย แต่มือหนากลับไม่ได้ปัดมือเธอออกอย่างที่ปากชอบบ่น เขายังคงใช้ปลายดินสอดำกดลงบนแปลนสถาปัตยกรรมฉบับดั้งเดิมที่ถูกซ่อนไว้ใต้พื้นไม้สักของห้องใต้หลังคา "ถ้าคุณยังเอาแต่กอดเสื้อผมแล้วสั่นเป็นลูกนกแบบนี้ อีกสิบปีเราก็ไม่ได้กลับบ้านหรอกครับพริมโรส... ดูนี่สิ แปลนบ้านหลังนี้ไม่ได้ถูกออกแบบโดยสถาปนิกโนเนมอย่างที่นายหน้าคนนั้นบอก"
นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มเคาะลงบนลายเส้นหมึกซึมสีดำที่จางลงตามกาลเวลา ตรงมุมกระดาษมีลายเซ็นหวัดๆ ที่คุ้นตาอย่างประหลาด พร้อมกับตัวเลขรหัสชุดหนึ่งที่ถูกเขียนทับด้วยหมึกสีแดงสดราวกับรอยเลือดสดๆ
พริมโรสชะโงกหน้าเข้าไปมองใกล้ขึ้นจนหน้าผากเกือบชนกับไหล่กว้างของเขา "รหัสอะไรคะนั่น? ตัวเลขบ้าอะไรมีตั้งแปดหลักแถมตบท้ายด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษแปลกๆ เหมือนรหัสผ่านไวไฟร้านกาแฟแถวบ้านดิฉันเลยค่ะ"
"มันคือรหัสพิกัดแปลงที่ดินเก่าก่อนที่จะมีการถมคลองเมื่อสามสิบปีก่อน และที่สำคัญ..." กวินทร์หันมามองหน้าเธอ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นกลัวของอินฟลูเอนเซอร์สาว "ลายเซ็นนี่ เป็นลายมือของ 'คุณหลวงรังสรรค์' สถาปนิกคนแรกที่ออกแบบตึกคณะสถาปัตย์ที่เราเรียนจบมาด้วยกัน... และเขาคือคนเดียวกับที่เสียชีวิตอย่างปริศนาคาห้องทำงานนี้เมื่อปี พ.ศ. 2515"
บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ลมพัดวูบใหญ่ผ่านช่องหน้าต่างที่ปิดสนิทจนฝุ่นละอองในห้องตีวนขึ้นมาสะท้อนกับแสงไฟฉาย หน้าจอโทรศัพท์มือถือของพริมโรสที่วางคว่ำไว้บนโต๊ะเกิดสั่นครืดคราดขึ้นมาเองอย่างไร้สาเหตุ แจ้งเตือนข้อความแชตเด้งขึ้นรัวๆ จนหน้าจอเรืองแสงวาบ
[LINE: แชตกลุ่ม "ทีมล่าผีพาซวย" (3)]
[02:14 น.] บ.ก. สมชาย: พริม! กวินทร์! พวกเธอสองคนยังอยู่บนบ้านหลังนั้นเหรอวะ ออกมาเดี๋ยวนี้!
[02:14 น.] บ.ก. สมชาย: กูเพิ่งเช็คประวัติโฉนดที่ดินวะ ไอ้บ้านหลังที่พวกมึงอยู่ มันไม่มีทางออกทางอื่นเว้ย มันคือพื้นที่ปิดตาย!
[02:15 น.] บ.ก. สมชาย: และที่สำคัญ... สถาปนิกคนนั้นไม่ได้ตายในปี 2515 แต่เขาเพิ่งถูกพบเป็นโครงกระดูกฝังอยู่ใต้ถุนบ้านหลังนี้เมื่อตอนเย็นวันนี้เอง! แล้วใคร... กำลังนั่งอยู่กับพวกมึงวะ?!
พริมโรสอ่านข้อความนั้นแล้วใบหน้าก็ซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกาย มือที่กำชายเสื้อเขาอยู่เปลี่ยนเป็นจิกแน่นจนแทบขาด ขณะที่ริมฝีปากบางสั่นระริก
กวินทร์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาคมคู่นั้นไม่ได้มองที่โทรศัพท์ แต่กำลังจ้องมองตรงไปยังรอยหมึกสีแดงบนแปลนบ้านที่ตอนนี้... มันกำลังไหลซึมออกมาเป็นหยดของเหลวข้นหนืดสีแดงฉานต่อหน้าต่อตา
และก่อนที่ใครสักคนจะทันได้เปล่งเสียงกรีดร้องออกมา เสียงเคาะประตูไม้จาก *ด้านนอก* ของห้องใต้หลังคาที่ถูกล็อกตายสนิทด้วยแม่กุญแจสนิมเขรอะ ก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างจงใจ... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าแนบชิดติดใบหูของพริมโรสจากความว่างเปล่า
*"หา... แปลนบ้านเจอแล้วใช่ไหมครับ... คุณสถาปนิก... และ... ว่าที่เจ้าสาวของผม..."*
กวินทร์ดึงร่างบางของพริมโรสเข้าสู่อ้อมอกอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล มือหนายกขึ้นปิดหูเธอไว้ขณะที่สายตาดุดันจ้องเขม็งไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า นิ้วมืออีกข้างคว้าแปลนบ้านแผ่นนั้นขึ้นมาแล้วขยำมันจนยับยู่ยี่ในมือเดียว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความระทึกขวัญและหัวใจเต้นแรงไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ•ตอนที่ 9
รหัสลับในแปลนบ้าน
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!