มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ•ตอนที่ 4

ผีหลอกไม่เท่าไร ผีทวงหนี้(หัวใจ)หนักกว่า

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
“คุณจะส่งรูปศาลพระภูมิร้างมาให้ฉันดูตอนตีสองเพื่ออะไรคะคุณกวินทร์! นี่มันไม่ใช่คอนเทนต์ แต่มันคือการทำร้ายจิตใจกันชัดๆ!” พริมโรสดีดตัวขึ้นจากเตียงนอนด้วยความเร็วสูง มือที่สั่นเทานิดๆ กดพิมพ์ตอบกลับข้อความที่เด้งขึ้นมารบกวนการนอนหลับฝันดีของเธอ แสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือสะท้อนใบหน้าที่ตื่นตระหนกจนดวงตากลมโตเบิกกว้าง หน้าจอแชตแสดงภาพถ่ายฝีมือสถาปนิกหนุ่มที่ส่งมาโดยไร้คำบรรยาย นอกจากรูปภาพศาลพระภูมิไม้เก่าคร่ำคร่าที่มีเถาวัลย์พันเกี่ยวเหมือนงูเหลือม และ... อะไรบางอย่างที่ดูคล้าย ‘เงาคน’ ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังบานประตูศาลที่แง้มออกเพียงครึ่งเดียว กวินทร์ : *ก็เห็นคุณบอกว่าอยากได้คอนเทนต์ใหม่ที่ไม่ซ้ำใครไงครับ ถ่ายเองสดๆ ร้อนๆ ที่ไซต์งานแถวอยุธยา ลมแรงดีนะ แต่แปลกที่ตัวเลขบนกล้องวัดอุณหภูมิในมือผมมันลดฮวบจนติดลบเลย* พริมโรส : *ไม่ต้องมาเนียนใช้ภาษาทางวิชาการกลบเกลื่อนความน่ากลัวเลยนะคะ! แล้วนั่นอะไรน่ะ? ถ้าจะบอกว่าเป็นแสงสะท้อนของเลนส์ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะว่าฉันจะบล็อกคุณจริงๆ ด้วย!* กวินทร์ : *ถ้ากลัวขนาดนั้นก็เปิดไฟนอนสิครับ หรือจะให้ผมคอลไปเปิดเพลงกล่อม? แต่อย่าลืมนะว่าผมเป็นสถาปนิก ไม่ใช่นักดนตรี* พริมโรสกัดริมฝีปากแน่น ความโกรธที่ตอนแรกพุ่งพล่านเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในอก เธอไม่ใช่คนขี้กลัว... เธอแค่อ่อนไหวต่อสิ่งที่มองไม่เห็นเป็นพิเศษ และชายหนุ่มจอมกวนประสาทคนนี้ก็เป็นคนเดียวที่รู้จุดอ่อนของเธอดีกว่าใคร พริมโรส : *ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงหรอกค่ะ เชิญคุณอยู่กับ ‘เพื่อน’ ของคุณที่ศาลนั่นไปคนเดียวเถอะ* กวินทร์ : *ใครบอกว่าผมอยู่คนเดียว? เมื่อกี้เขาเพิ่งเดินผ่านหลังผมไป... กลิ่นธูปเหม็นไหม้แรงมากเลยนะ คุณว่าผมควรทักทายเขาก่อนดีไหมครับ?* พริมโรสหลับตาปี๋ มือที่ถือโทรศัพท์เย็นเฉียบ เธอรีบพิมพ์ตอบกลับอย่างรวดเร็วโดยไม่สนว่าคำพูดจะดูหลุดลุ่ยแค่ไหน พริมโรส : *คุณกวินทร์! อย่าเล่นอะไรพิเรนทร์นะ! ถ้าคุณไม่รีบเดินออกมาจากตรงนั้น ฉันจะ... ฉันจะจดชื่อคุณไว้ในลิสต์สวดมนต์แผ่เมตตาให้ทุกคืนเลย!* กวินทร์ : *หึ... เป็นห่วงก็บอกว่าเป็นห่วงครับ ไม่ต้องอ้างเรื่องสวดมนต์หรอก* พริมโรสเม้มปากแน่น หัวใจเต้นผิดจังหวะจนแทบหลุดออกมาข้างนอก เธอเกลียดนิสัยรู้ทันของเขา แต่ในขณะเดียวกัน ความโดดเดี่ยวของเวลาตีสองในห้องนอนกว้างๆ ก็ทำให้เธอรู้สึกโหยหาข้อความจากคนคนนี้เหลือเกิน ยิ่งรู้ว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับ ‘สิ่งที่มองไม่เห็น’ ที่เธอชอบท้าทายในคลิปวิดีโอ ใจเธอก็ยิ่งกังวลจนนั่งไม่ติด พริมโรส : *ฉันไม่ได้ห่วงคุณหรอกค่ะ แค่ไม่อยากให้สถาปนิกที่จ้างมาช่วยรีโนเวทคอนโดฉันต้องมาเป็นอะไรไปก่อนงานเสร็จต่างหาก อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย* กวินทร์ : *งั้นเหรอครับ? ถ้างานเสร็จแล้ว... ผมจะยังได้รับสิทธิ์นั้นอยู่ไหม?* คำถามนั้นทิ้งช่วงเงียบงันจนพริมโรสแทบหยุดหายใจ เธอจ้องมองแชตนั้นเหมือนกับว่ามันเป็นกับระเบิดที่พร้อมจะระเบิดใส่หน้าเธอได้ทุกเมื่อ แต่ก่อนที่เธอจะได้พิมพ์อะไรตอบกลับไป หน้าจอโทรศัพท์ของเธอก็เปลี่ยนเป็นหน้าจอสายเรียกเข้า ชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว ‘กวินทร์’ กำลังโทรเข้ามา... พริมโรสตัดสินใจกดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา เสียงลมหวีดหวิวจากปลายสายดังลอดเข้ามา ชัดเจนจนเธอรู้สึกเย็นวาบที่ท้ายทอย “คุณกวินทร์? ยังอยู่ที่นั่นเหรอคะ?” เสียงของเธอสั่นเครือโดยไม่ตั้งใจ “...พริม” เสียงทุ้มต่ำของเขากลายเป็นเสียงกระซิบที่แผ่วเบาจนน่าขนลุก “ผมว่า... มันไม่ได้มีแค่คนเดียวแล้วล่ะ” “พูดอะไรน่ะ? เลิกเล่นตลกได้แล้วนะ!” “ผมไม่ได้เล่นตลก...” กวินทร์หยุดเว้นจังหวะ เสียงเขาสั่นพร่าเหมือนกำลังพยายามคุมสติ “พริม... เงยหน้ามองที่ตู้เสื้อผ้าของคุณสิครับ” พริมโรสชะงัก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ เธอค่อยๆ หันไปมองบานกระจกเงาที่ติดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าตรงปลายเตียง ในเงาสะท้อนนั้น นอกจากห้องนอนที่มืดมิดของเธอแล้ว ดูเหมือนจะมีเงาร่างของใครบางคนยืนซ้อนอยู่ข้างหลังเธอจริงๆ ไม่ใช่แค่เงา... แต่เป็นมือสีซีดเผือดที่ค่อยๆ ยื่นออกมาจากความมืดมิดในตู้เสื้อผ้าที่แง้มเปิดออกเพียงนิด “พริม ฟังผมนะ... ห้ามหันกลับไปเด็ดขาด หันหลังแล้ววิ่งไปที่ประตู... ตอนนี้!” เสียงของกวินทร์เปลี่ยนจากกวนประสาทเป็นความร้อนรนอย่างถึงที่สุด พริมโรสตัวเย็นเฉียบ น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้า มือที่ถือโทรศัพท์แน่นจนขาวซีด เธอไม่ได้กลัวผีที่อยู่ข้างหลัง... แต่เธอกำลังกลัวว่าถ้าเธอวิ่งออกไป เธอจะไม่ได้ยินเสียงของกวินทร์อีกต่อไป “กวินทร์... คุณอยู่ไหน?” เธอถามด้วยเสียงแผ่วเบาขณะที่มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบพระเครื่องที่วางอยู่ข้างหมอนด้วยสัญชาตญาณ “ผมอยู่ข้างหลังคุณ... ไม่ใช่ที่นี่ แต่ในสายนี้ ผมจะอยู่กับคุณจนกว่าคุณจะปลอดภัย” ทว่าในวินาทีที่พริมโรสตัดสินใจจะลุกขึ้นวิ่ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจาก ‘หน้าห้องนอน’ ของเธอ ทั้งที่เธออยู่คนเดียวในคอนโดชั้นสิบสอง และกุญแจห้องยังล็อกสนิทอยู่อย่างดี เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นสามครั้ง... ปัง! ปัง! ปัง! “พริม เปิดประตูให้พี่หน่อยครับ... พี่ลืมกุญแจไว้ข้างใน” พริมโรสเบิกตากว้างจนแทบถลน เสียงนั้น... เสียงของกวินทร์ที่ยืนอยู่หน้าห้องนอนเธอ แต่ในโทรศัพท์ที่แนบหูอยู่... กวินทร์อีกคนยังคงตะโกนเตือนเธอด้วยความร้อนรน “พริม! หนีไป! คนที่อยู่หน้าห้องนั่นไม่ใช่ผม!” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและอมยิ้มไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%