"อยากได้วิญญาณเขาก็ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะค่ะอีแก่หนังเหี่ยว! คิดว่าตายแล้วเป็นผีแล้วจะมาเนียนเคลมผู้ชายหล่อๆ ตามอำเภอใจได้เหรอ ฝันไปเถอะ!"
เสียงแหลมสูงของพริมโรสดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงโบราณของคฤหาสน์ร้าง ท่ามกลางความมืดมิดที่ถูกย้อมด้วยแสงสีแดงฉานจากธูปมงคลเก้าดอกที่ปักกลับหัว มือสั่นเทาข้างหนึ่งกำสายสิญจน์แน่นจนขึ้นข้อขาว ส่วนอีกข้างชูโทรศัพท์มือถือที่เปิดหน้าจอแชตกลุ่มไลฟ์สดค้างไว้ คอมเมนต์วิ่งไหลเป็นทางราวกับพายุเข้า แต่เวลานี้ไม่มีเวลามาสนใจยอดวิวแล้วค่ะ เพราะผีเจ้าของบ้านโบราณตนนั้นกำลังลอยอยู่ตรงหน้า ห่างจากปลายจมูกไม่ถึงคืบ!
กวินทร์ที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังถอนหายใจเฮือกใหญ่ สถาปนิกหนุ่มผู้มีสัมผัสที่หกพยายามเมินเฉยต่อความน่ากลัวตรงหน้ามาตลอดทาง แต่พอเห็นยายอินฟลูเอนเซอร์ตัวแสบเอาตัวเองมาบังหน้าเขาแถมยังด่าผีด้วยประโยคสุดจี๊ด เส้นความอดทนของเขาก็ขาดผึงทันที
"นี่คุณ... จะใจกล้าบ้าบิ่นผิดเวลาไปหน่อยไหมครับ... เอ๊ย! ผิดเวลาไปหน่อยไหมคะ!" กวินทร์เกือบหลุดปากคำผู้ชายออกมาตามความเคยชิน ดีนะที่ไหวตัวทันรีบเปลี่ยนสรรพนามกระทันหันตามกฎเหล็กในใจที่พริมโรสเคยขู่ไว้ว่า *'ถ้าผู้ชายคนไหนพูดครับกับฉันตอนอยู่ต่อหน้าผี ฉันจะแช่งให้โดนผีอำเจ็ดวันเจ็ดคืน!'* แม้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ สถาปนิกหนุ่มก็ยังไม่วายส่งค้อนวงใหญ่ให้คนตัวเล็กที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกแต่ปากยังเก่ง
วิญญาณหญิงชราในชุดไทยโบราณหัวเราะคิกคัก เสียงนั้นแห้งผากและบาดลึกจนแก้วหูแทบแตก ดวงตาโหลลึกสีดำสนิทไร้แววตาจ้องมองกวินทร์ด้วยความกระหาย "โอ๊ะ โอ... ปากเก่งเสียด้วยนะแม่สาวน้อย... แต่ผู้ชายคนนี้เขามีกลิ่นอายที่หอมหวานเหลือเกิน ดวงชะตาแบบนี้แหละที่ข้าตามหา เอามาสังเวยให้หอพระศาลนี้... วิญญาณของเขาต้องเป็นของข้า!"
"บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ไงวะอีป้า! อยากได้นักก็ไปหาเอาตามตลาดนัดสิฟะ!" พริมโรสกรี๊ดลั่น พลางคว้าขวดสเปรย์น้ำมนต์ผสมน้ำยาล้างห้องน้ำสูตรเข้มข้นที่เธอผสมขึ้นมาเองเฉพาะกิจ ฉีดผั๊วะเข้าใส่หน้าผีตนนั้นเต็มแรง
*ฟรึ่บ!*
กลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นไฮเตอร์คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผีหญิงชราผงะถอยหลังไปสองก้าวด้วยความมึนงง ไม่ใช่เพราะกลิ่นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์หรอกนะคะ แต่เพราะความแสบจมูกจากน้ำยาล้างห้องน้ำตราเป็ดที่พริมโรสลงทุนผสมลงไปต่างหาก!
"ยัยเด็กบ้า! แกกล้าดียังไงเอาน้ำยาอะไรมาสาดหน้าฉัน!" เสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวทำให้ลมพายุหมุนวนภายในห้องโถง ข้าวของเครื่องเรือนไม้สักทองสั่นสะเทือนกราวรูด ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจนแทบมองไม่เห็นทาง
กวินทร์รวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง คว้าข้อมือเล็กของพริมโรสให้ถอยหลังไปตามแผนที่วางไว้ "วิ่งสิครับคุณพริม! รอให้มันมากราบต้อนรับหรือไง!"
"ก็ขาฉันมันพันกันนี่นา ตาบ้ากวินทร์! อย่ามาดึงแรงสิ เดี๋ยวแขนฉันก็หลุดออกเป็นสองท่อนหรอก!" พริมโรสตะโกนโวยวายแต่วิ่งตามแรงฉุดของกวินทร์อย่างไม่คิดชีวิต ทั้งคู่พากันวิ่งลัดเลาะผ่านโถงทางเดินมืดทึบ มุ่งตรงไปยังห้องโถงกลางที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็น "กับดักล่อวิญญาณ" ตามแผนการที่กวินทร์ใช้วิชาสถาปัตยกรรมคำนวณทิศทางกระแสลมและฮวงจุ้ยเพื่อขังพลังงานอาฆาตไว้โดยเฉพาะ
กลางห้องนั้นมีวงสายสิญจน์ขนาดใหญ่ล้อมรอบกระจกเงาโบราณบานยักษ์ที่ถอดมาจากห้องนอนใหญ่ กวินทร์ผลักพริมโรสเข้าไปยืนอยู่ในเขตปลอดภัยทันที ก่อนที่เขาจะกระโดดตามเข้าไปแล้วตวัดสายสิญจน์ผูกปมสุดท้ายแน่นหนา
ผีหญิงชราพุ่งทะลุผนังตามมาติดๆ ร่างโปร่งแสงแปรเปลี่ยนเป็นเงาสะท้อนน่ากลัวพุ่งเข้าใส่เขตวงสายสิญจน์อย่างบ้าคลั่ง เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนก้อง "พวกแกหนีไม่พ้นหรอก... ที่นี่คืออาณาเขตของฉัน!"
"รู้แล้วค่ะว่าเป็นเจ้าของบ้าน ไม่ต้องย้ำบ่อยก็ได้!" พริมโรสหายใจหอบโยน หน้าตาเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงไม่เหลือลุคอินฟลูเอนเซอร์สาวสวยเซ็กซี่เลยสักนิด แต่เธอก็ยังไม่วายลอยหน้าลอยตาเถียงกลับ พลางหันไปมองกวินทร์ที่กำลังยืนท่องคาถาบทสวดที่จำมาจากสำนักดังในมือถืออย่างตั้งอกตั้งใจ
"นี่คุณ... ท่องผิดบทหรือเปล่าทำไมหน้าคุณซีดเป็นไก่ต้มแบบนั้นล่ะคะ" พริมโรสกระซิบถามเสียงสั่น ยื่นมือไปสะกิดแขนแกร่งเบาๆ
"เงียบก่อนน่าคุณ ผมกำลังรวบรวมสมาธิ... อีกนิดเดียวตาข่ายพลังงานก็จะทำงานแล้ว" กวินทร์ขมวดคิ้วมุ่น เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังกระจกเงาเบื้องหน้าที่มีเงาของวิญญาณร้ายกำลังพยายามพังกำแพงอาคมเข้ามาอย่างดุเดือด
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ และเสียงคำรามโหยหวนของวิญญาณที่ดังอยู่ห่างแค่เอื้อม ความน่ากลัวแผ่ซ่านจนขนหัวลุกชันไปหมด แต่แปลกเหลือเกิน... ในความหวาดกลัวสุดขีดนั้น พริมโรสกลับรู้สึกอุ่นวาบแปลกๆ ที่หัวใจ เมื่อเหลือบไปเห็นว่ากวินทร์ขยับตัวมาบังร่างเธอไว้มิดชิด แม้ปากเขาจะบ่นกระพอดกระแปดตลอดเวลาก็ตาม
"ถ้าเราตายด้วยกันที่นี่ ฉันขอฟ้องคุณนะกวินทร์ ที่พาฉันมาซวยแบบนี้!" พริมโรสเอ่ยกล้าๆ กลัวๆ
กวินทร์เหลือบมองคนข้างๆ เล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างอดไม่ได้ แม้ในสถานการณ์คอขาดบาดตายยายคนนี้ก็ยังหาเรื่องเถียงได้ไม่หยุด
"ถ้าเราไม่ตาย... ผมจะคิดค่าลิขสิทธิ์ความเหนื่อยที่ต้องมาคอยปกป้องคุณแพงๆ เลยคอยดูเถอะครับ" เขากระซิบตอบเสียงนุ่ม แววตาที่มองเธอมีความอ่อนโยนเจืออยู่ภายใต้ความดุ
ทว่า... ในจังหวะที่วิญญาณหญิงชราบุกทะลวงเข้ามาถึงขอบเขตสุดท้าย เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือของกวินทร์ก็ดังขึ้น *'ติ๊ง!'* ทำลายความเงียบทั้งหมด
กวินทร์ก้มลงมองหน้าจอแชตที่เด้งขึ้นมาอัตโนมัติจากแอปพลิเคชันยอดฮิต มันคือข้อความที่เขายังไม่ได้ส่ง แต่มันดันถูกส่งออกไปหาพริมโรสแล้วเรียบร้อย!
ข้อความนั้นระบุไว้ชัดเจนว่า...
*[กวินทร์]: "อันที่จริง... ผมไม่ได้รำคาญคุณเลยนะพริมโรส... ที่ยอมมาด้วยทุกที่เพราะผมแค่อยากอยู่ใกล้..."*
พริมโรสเบิกตากว้าง หันขวับมามองหน้าสถาปนิกหนุ่มทันที แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู ท่ามกลางความตกตะลึงของทั้งผีและคน
ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ร่างของวิญญาณหญิงชราก็พุ่งทะลุกำแพงสายสิญจน์เข้ามาประชิดตัวพวกเขาพร้อมกับเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ดังทะลุเพดาน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสยองและเสียงหัวเราะมาจนถึงตอนนี้นะคะ
มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ•ตอนที่ 22
แผนซ้อนแผนของคนเห็นผี
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!